<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321</id><updated>2011-11-27T16:04:27.099+10:30</updated><title type='text'>vmlinix's blog</title><subtitle type='html'>"A journey of a thousand miles must begin with a single step." --Lao Tzu</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>73</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-5169004256337307104</id><published>2010-11-02T11:33:00.000+10:30</published><updated>2010-11-02T11:33:43.406+10:30</updated><title type='text'>Unicityworld | The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น</title><content type='html'>&lt;a href="http://www.unicityworld.com/"&gt;Unicityworld The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัพเดทข้อมูลข่าวสารใหม่ล่าสุดจากโลกของยูนิซิตี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Switzerland Promotion Trip - โปรโมชั่นทริปสวิสเซอร์แลนด์ - โปรโมชั่นเที่ยวฟรี สำหรับนักธุรกิจยูนิซิตี้ทุกท่านต่อจากโตเกียวดิสนี่ย์แลนด์ ประเทศญี่ปุน เที่ยวสวิสเซอร์แลนด์ดินแดนในฝัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยมีเงื่อนไขคือระยะนับโปรโมชั่นตั้งแต่ กันยายน ถึง ธันวาคม 2553 ระยะเวลา 4 เดือน ทำ 12 คะแนน ง่ายๆ คือเป็น Director มี 12 คะแนน สำหรับคนใหม่ ได้ไป 1 ที่นั่ง อยากไปสองที่นั่งช่วยให้ทีมงานได้ไปด้วยกันทำ 20 คะแนน ก็ต้องบอกว่าความท้าทายคือใครจะเอาทีมงานไปได้มากที่สุดมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เป็นนักธุรกิจยูนิซิตี้ หากต้องการไปเที่ยวฟรีแบบไฮโซ ให้รีบติดต่อผู้ที่แนะนำท่านมารับชมข้อมูลนี้โดยด่วน.. ชมวิดีโอทริปสวิสเซอร์แลนด์สวยๆ จาก ยูนิซิตี้...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.unicityworld.com/ups-isan-nov-2010"&gt;20 พฤศจิกายน 2553 - UPS ขอนแก่น ณ ขอนแก่นคอนเวนชั่นฮอลล์ เซ็นทรัลพลาซ่าขอนแ่ก่น สุดยอดเกสยูพีเอสอีสาน 20 พ.ย. 2553&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.unicityworld.com/3-unicity-top-leaders-selling-tdsa-awards-2010"&gt;3 ผู้นำ Unicity รับรางวัลนักขายดีเด่น ใน "วันเกียรติยศนักขายตรงดีเด่น ประจำปี 2553"&lt;/a&gt; Presidential Ruby คุณนวรัตน์ ไตรทิพย์พานิชย์, คุณจันษกร เจนสุธรรมา และคุณณกรณ์ ไกรรณภูมิ เป็นตัวแทนนักธุรกิจยูนิซิตี้รับตำแหน่งนักขายตรงดีเด่นปี 2553 จากสมาคมการขายตรงไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พร้อมข้อมูลอีกมากมาย...&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-5169004256337307104?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='related' href='http://www.unicityworld.com/' title='Unicityworld | The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น'/><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/5169004256337307104/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=5169004256337307104' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/5169004256337307104'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/5169004256337307104'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2010/11/unicityworld-make-life-better-world.html' title='Unicityworld | The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-748147788595010477</id><published>2010-11-02T04:20:00.001+10:30</published><updated>2010-11-02T04:21:17.623+10:30</updated><title type='text'>20 พฤศจิกายน 2553 - UPS อีสาน ณ ขอนแก่นคอนเวนชั่นฮอลล์ เซ็นทรัลพลาซ่าขอนแ่ก่น | Unicityworld</title><content type='html'>&lt;a href="http://www.unicityworld.com/ups-isan-nov-2010"&gt;20 พฤศจิกายน 2553 - UPS อีสาน ณ ขอนแก่นคอนเวนชั่นฮอลล์ เซ็นทรัลพลาซ่าขอนแ่ก่น Unicityworld&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุดยอดเกสยูพีเอสอีสาน 20 พ.ย. 2553&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านแรก อดีตเด็กจรจัดอนาถาไม่มีบ้านไม่มีเงินไม่มีอะไรหลายอย่างเหมือนที่คนอื่นเขา มีกัน มีเพียงแค่ความฝันอันยิ่งใหญ่ว่าถ้ามีโอกาสดีๆ ที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ ไม่ผิดกฏหมายไม่ทำร้ายใครผ่านเข้ามาในชีวิต และแล้วสวรรค์ก็มีตา สวรรค์ก็มีใจส่งโปรเจ็คแฮปปี้ไลฟ์และอัพไลน์มา เขาเลือกคว้าโอกาสไว้ทันทีเพราะโหยหามาทั้งชีวิตปัจจุบันประสบความสำเร็จใน ตำแหน่ง SD มีผลลัพธ์ใหม่มาเซอร์ไพรส์ในงานด้วย ใครบอกว่าฉันทำไม่ได้เพราะไม่มีเงินไม่มีคอนเน็กชั่นไม่มีความสามารถพามาฟัง น้องหนุ่ม ศรราม จากภาคใต้ คำว่าไม่จะออกจากชีวิต จะเหลือแต่คำว่าได้เป็นไปได้ และสำเร็จเท่านั้นเพียงแค่ทำตาม KPI ยูนิพาวเวอร์ บวกหัวใจและความฝันแค่นั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านที่สอง เป็นคู่รักแห่งปีของยูนิซิตี้ที่ร่วมกันก่อร่างสร้างธุรกิจจากความฝันของคน สองคน ความรักของเขาและเธอกับโปรเจ็คแฮปปี้ไลฟ์ จนวันนี้ประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในระดับเพรสซิเดนท์ มีเบ็นซ์เปิดประทุนรุ่นล่าสุดและผลลัพใหม่เซอร์ไพรส์ในงาน คุณจะได้รับวิสัยทัศน์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังความรักและการทำงานของคู่รัก โกลบอลมืออาชีพ การเชื่อใจเข้าใจให้เกียรติกันและกันในการทำงานที่มืออาชีพที่สุด ที่ต้องเอาเป็นแบบอย่าง พาทีมงานที่ทำงานเป็นคู่มารับวิสัยทัศน์ ยูนิพาวเวอร์ไม่ได้ห้ามให้มีความรักมีความรักได้แต่ต้องมีวิสัยทัศน์แบบคู่ นี้สิ สุดยอดมากลัคกี้อินเลิฟแอนลัคกี้อินเกม สวยหล่อทั้งคู่ ที่สุดคู่รักแห่งปี คุณเก๋ คุณเปา ห้องประชุมต้องเปลี่ยนเป็นสีชมพูแน่นอนเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านที่สาม อดีตผู้ทรงอิทธิพลในวงการบันเทิงไทย แฟชั่นและนักธุรกิจ เซเรบเบตี้ตัวจริง นามสกุลชื่อดัง และถึงขั้นมีตราประจำตระกูลติดไว้ในทุกๆ ที่ในบ้านรวมทั้งช้อนชามยังมีตราประจำตระกูล ไฮโซตัวจริงแอนตี้ธุรกิจเครือข่ายสุดๆ สุดท้ายหนีอะไรก็หนีได้หนีกระแสหนีไม่ได้เหมือนหนีกระแสแฟชั่น คนทั่วไปเขาจะเดิน นั่งรถมาออฟฟิศยูนิซิตี้ แต่เธอขี่เมฆมา โปรเจคแฮปปี้ไลฟ์สอยเธอลงมาจากเมฆได้ยังไง มาฟังวิสัยทัศน์กันเหตุใดเธอทิ้งโอกาสอันยิ่งใหญ่ในวงการบันเทิงที่หลายคน ใฝ่ฝัน หันหลังให้กับธุรกิจโมเดลลิ่ง ทิ้งแคทวอล์คมาฟูลไทม์ฟูลฮาทร์กับยูนิซิตี้ มีสายงานเติบโตในหลายประเทศโดยเฉพาะปารีส มิลานอิตาลี่ และเยอรมัน พร้อมแฉวงการบันเทิงวิสัยทัศน์โกลบอล โหด มัน ฮา แน่นอนกับเพรสซิเดนท์โอ ศิระ กับผลลัพธ์ใหม่ เบ็นซ์รุ่นล่าสุด บ้านหลังใหม่ในสไตล์ของกูรูแฟชั่น ใครมีดาวไลน์ที่บอกว่าตัวเองไฮโซ มีโลกส่วนตัวและตัวตนสูงขี่เมฆพามาคุณโอ จะสอยลงมาให้...&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-748147788595010477?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/748147788595010477/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=748147788595010477' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/748147788595010477'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/748147788595010477'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2010/11/20-2553-ups-unicityworld.html' title='20 พฤศจิกายน 2553 - UPS อีสาน ณ ขอนแก่นคอนเวนชั่นฮอลล์ เซ็นทรัลพลาซ่าขอนแ่ก่น | Unicityworld'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-1692967668970222061</id><published>2010-11-01T20:31:00.000+10:30</published><updated>2010-11-01T20:31:21.368+10:30</updated><title type='text'>3 ผู้นำ Unicity รับรางวัลนักขายดีเด่น ในวันเกียรติยศนักขายตรงดีเด่น ประจำปี 2553 | Unicityworld</title><content type='html'>&lt;a href="http://www.unicityworld.com/3-unicity-top-leaders-selling-tdsa-awards-2010"&gt;3 ผู้นำ Unicity รับรางวัลนักขายดีเด่น ในวันเกียรติยศนักขายตรงดีเด่น ประจำปี 2553 | Unicityworld&lt;/a&gt;: "- Sent using Google Toolbar"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;3 ผู้นำ Unicity รับรางวัลนักขายดีเด่น ในวันเกียรติยศนักขายตรงดีเด่น ประจำปี 2553&lt;/strong&gt;  Presidential Ruby คุณนวรัตน์ ไตรทิพย์พานิชย์, คุณจันษกร เจนสุธรรมา  และคุณณกรณ์ ไกรรณภูมิ  เป็นตัวแทนนักธุรกิจยูนิซิตี้รับตำแหน่งนักขายตรงดีเด่นปี 2553  จากสมาคมการขายตรงไทย &lt;p&gt;โดยงานนี้จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2553 ที่อิมแพคเมืองทองธานี  ภายใต้แนวคิด “The Mission One หรือพันธกิจแห่งความเป็นหนึ่ง”  ที่เป็นการเน้นย้ำให้เห็นถึงความเป็นหนึ่งเดียวของธุรกิจขายตรง  ที่ทางสมาคมฯ  มีความมุ่งมั่นในการทำงานและแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและพลังความสามัคคี ระหว่างสมาชิกของสมาคมทั้งหมด &lt;/p&gt; &lt;p&gt;“สำหรับ &lt;strong&gt;“รางวัลนักขายตรงดีเด่น”&lt;/strong&gt;  นับเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่เชิดชูความสำเร็จของนักธุรกิจอิสระที่ได้ ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง มีคุณธรรม และยึดมั่นในจรรยา บรรณ  เป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่จะช่วยขับเคลื่อน  และส่งเสริมวงการธุรกิจขายตรงให้เดินหน้า  และเติบโตก้าวไกลทัดเทียมนานาประเทศได้อย่างมั่นคง”...&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-1692967668970222061?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='related' href='http://www.unicityworld.com/3-unicity-top-leaders-selling-tdsa-awards-2010' title='3 ผู้นำ Unicity รับรางวัลนักขายดีเด่น ในวันเกียรติยศนักขายตรงดีเด่น ประจำปี 2553 | Unicityworld'/><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/1692967668970222061/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=1692967668970222061' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/1692967668970222061'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/1692967668970222061'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2010/11/3-unicity-2553-unicityworld.html' title='3 ผู้นำ Unicity รับรางวัลนักขายดีเด่น ในวันเกียรติยศนักขายตรงดีเด่น ประจำปี 2553 | Unicityworld'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-4172198613058532273</id><published>2010-10-30T01:55:00.001+10:30</published><updated>2010-10-30T01:56:30.788+10:30</updated><title type='text'>โรคเบาหวานจะเพิ่มสูง 2 ถึง 3 เท่าในสหรัฐอเมริกา ภายในปี 2050 | Unicityworld</title><content type='html'>&lt;a href="http://www.unicityworld.com/diabetes-to-double-or-triple-in-us-by-2050"&gt;โรคเบาหวานจะเพิ่มสูง 2 ถึง 3 เท่าในสหรัฐอเมริกา ภายในปี 2050 Unicityworld&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Reuters: โรคเบาหวานจะเพิ่มสูง 2 ถึง 3 เท่าในสหรัฐอเมริกา ภายในปี 2050 (ที่มา: รัฐบาลสหรัฐอเมริกา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันที่ 22 ตุลาคม 2010 ศูนย์ควบคุมโรคเบาหวานและการป้องกัน ได้คาดคะเนว่าประชากรผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาอาจจะเป็นโรคเบาหวาน สูงถึง 3 เท่า ภายในปี 2050 ถ้าคนอเมริกันยังคงเพิ่มนำหนักตัวเองอย่างต่อเนื่องและหลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ศูนย์ควบคุมโรคเบาหวานและการป้องกัน (CDC: Centers for Disease Control and Prevention) ยังกล่าวอีกว่า จำนวนของผู้ใหญ่ที่เป็นโรคเบาหวานสูงขึ้นตามจำนวนประชากรที่มีอายุสูงขึ้น คนอเมริกันจะเป็นคนเร่งอัตราการเจริญเติบโตของโรคนี้ให้สูงขึ้นถ้าพวกเขายังไม่เปลี่ยนพฤติกรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจมส์ บอยล์ และทีมงานของเขาเขียนไว้ในรายงานว่า “พวกเราคาดว่า ใน 40 ปีข้างหน้า จำนวนของคนเป็นโรคเบาหวาน (ทั้งที่ผ่านการวินิฉัยและไม่ผ่านการวินิฉัย) ในสหรัฐอเมริกาจะเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบัน ประชากรผู้ใหญ่ เกือบ 1 ใน 10 ระหว่าง 1 ใน 5 และ 1 ใน 3 ใน ปี 2050...&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-4172198613058532273?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/4172198613058532273/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=4172198613058532273' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/4172198613058532273'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/4172198613058532273'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2010/10/2-3-2050-unicityworld.html' title='โรคเบาหวานจะเพิ่มสูง 2 ถึง 3 เท่าในสหรัฐอเมริกา ภายในปี 2050 | Unicityworld'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-8084986401772736656</id><published>2010-10-29T02:58:00.000+10:30</published><updated>2010-10-29T02:58:59.211+10:30</updated><title type='text'>6 พฤศจิกายน 2553 - UPS กรุงเทพมหานคร ณ เมืองทองธานี ฮอล์ 8 | Unicityworld</title><content type='html'>&lt;a href="http://www.unicityworld.com/ups-bkk-nov-2010"&gt;6 พฤศจิกายน 2553 - UPS กรุงเทพมหานคร ณ เมืองทองธานี ฮอล์ 8 | Unicityworld&lt;/a&gt;: "- Sent using Google Toolbar"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;6 พฤศจิกายน 2553 - UPS กรุงเทพมหานคร ณ เมืองทองธานีฮอล์ 8&lt;/strong&gt;  6 พฤศจิกายน 2553 - UPS กรุงเทพมหานคร ณ เมืองทองธานีฮอล์ 8 เวลา 13.00 -  17.00น. ตามด้วย Leader Training วันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน 2553 &lt;p&gt;&lt;strong&gt;Business Vision&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;1. คุณชาลีน่า โม้ด อิสเมล์ เธอเป็นมิสยูนิเวิร์สสิงคโปร์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งไดเร็กเตอร์&lt;/p&gt; &lt;p&gt;2. อดีตข้าราชการและบุคคลากรทางการแพทย์ หลังจากจบคณะแพทย์ศาสตร์  จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ทำงานใช้ทุนรัฐบาลจนได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่งใน จังหวัดพะเยา เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม มีคลินิคความงาม 2  แห่งใน จ.ภูเก็ต และเปิดรับตรวจคนไข้ต่างประเทศ ปัจจุบัน Full Heart และ  Full time กับยูนิซิตี้และระบบยูนิพาวเวอร์ 100% จนได้รับตำแหน่ง ED  มีผลลัพธ์เป็นรถเบนซ์ E200 ท่านผู้นี้คือ หมอปิง นพ.ชวลิต มหัทธนพรรค...&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-8084986401772736656?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='related' href='http://www.unicityworld.com/ups-bkk-nov-2010' title='6 พฤศจิกายน 2553 - UPS กรุงเทพมหานคร ณ เมืองทองธานี ฮอล์ 8 | Unicityworld'/><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/8084986401772736656/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=8084986401772736656' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/8084986401772736656'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/8084986401772736656'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2010/10/6-2553-ups-8-unicityworld.html' title='6 พฤศจิกายน 2553 - UPS กรุงเทพมหานคร ณ เมืองทองธานี ฮอล์ 8 | Unicityworld'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-7541104143826014881</id><published>2010-09-08T11:18:00.000+09:30</published><updated>2010-09-08T11:18:23.532+09:30</updated><title type='text'>Presidential Diamond Europe Trip 2010 | Unicityworld</title><content type='html'>&lt;a href="http://www.unicityworld.com/diamond-europe-trip-2010"&gt;Presidential Diamond Europe Trip 2010 | Unicityworld&lt;/a&gt;: "- Sent using Google Toolbar"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;สุดยอดผู้นำในระบบ Unipower ไทย Presidential Diamond 3 ท่าน Top Chairman's Club  Members คุณรสา คำแบน, President's Club คุณพัตร์ชัย เรือนสิทธิ์ และ President's  Club คุณภาวดล นาสารีรัตน์ ได้รับเชิญจาก "ยูนิซิตี้" ไปท่องเที่ยวใน Presidential  Diamond Europe Trip 2010 ที่ Paris, Rome และ Luzern Switzerland  ก่อนที่จะบินไปแสดงวิสัยทัศน์ในงาน Unicity Extravaganza ที่ Luzern Switzerland  (&lt;a href="http://www.unicityworld.com/content/extravaganza-lucerne"&gt;ข่าวเก่า&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ซึ่งทาง "ยูนิซิตี้" ได้เอื้อเฟื้อถ่ายทำชีวิต Passive Life  ของผู้ประสบความสำเร็จทั้ง 3 ท่านมาแบ่งปัน เปิดให้ชมในงาน Thailand Convention  2010 เมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา  เรียกได้ว่าสร้างแรงบันดาลใจเป็นอย่างมากสำหรับผู้ที่ได้รับชม ซึ่งภาพสวยๆ  และวิดีโอต้นฉบับได้รับการแบ่งปันจาก facebook ของคุณรสา คำแบน  ต้องขอขอบคุณในความเอื้อเฟื้อในครั้งนี้ด้วย..&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-7541104143826014881?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='related' href='http://www.unicityworld.com/diamond-europe-trip-2010' title='Presidential Diamond Europe Trip 2010 | Unicityworld'/><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/7541104143826014881/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=7541104143826014881' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/7541104143826014881'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/7541104143826014881'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2010/09/presidential-diamond-europe-trip-2010.html' title='Presidential Diamond Europe Trip 2010 | Unicityworld'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-5796286213619741889</id><published>2010-08-23T00:13:00.000+09:30</published><updated>2010-08-23T00:13:11.196+09:30</updated><title type='text'>Daily Produce 24 มาแล้ว..พร้อมจำหน่าย | Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น</title><content type='html'>&lt;a href="http://www.unicityworld.com/content/daily-produce-24-back"&gt;Daily Produce 24 มาแล้ว..พร้อมจำหน่าย  Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-5796286213619741889?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='related' href='http://www.unicityworld.com/content/daily-produce-24-back' title='Daily Produce 24 มาแล้ว..พร้อมจำหน่าย | Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น'/><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/5796286213619741889/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=5796286213619741889' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/5796286213619741889'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/5796286213619741889'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2010/08/daily-produce-24-unicity-world-make.html' title='Daily Produce 24 มาแล้ว..พร้อมจำหน่าย | Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-741816228473979435</id><published>2010-08-21T02:40:00.000+09:30</published><updated>2010-08-21T02:40:14.462+09:30</updated><title type='text'>The roughage diet.. | Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น</title><content type='html'>&lt;a href="http://www.unicityworld.com/content/the-roughage-diet"&gt;The roughage diet..  Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-741816228473979435?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='related' href='http://www.unicityworld.com/content/the-roughage-diet' title='The roughage diet.. | Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น'/><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/741816228473979435/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=741816228473979435' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/741816228473979435'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/741816228473979435'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2010/08/roughage-diet-unicity-world-make-life.html' title='The roughage diet.. | Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-3400456110552863773</id><published>2010-08-19T02:40:00.000+09:30</published><updated>2010-08-19T02:40:02.640+09:30</updated><title type='text'>Stewart's class room: ขั้นแรกของการเรียนรู้คือ ... | Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น</title><content type='html'>&lt;a href="http://www.unicityworld.com/content/the-first-step-to-learning-is"&gt;Stewart's class room: ขั้นแรกของการเรียนรู้คือ ...  Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-3400456110552863773?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='related' href='http://www.unicityworld.com/content/the-first-step-to-learning-is' title='Stewart&apos;s class room: ขั้นแรกของการเรียนรู้คือ ... | Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น'/><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/3400456110552863773/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=3400456110552863773' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/3400456110552863773'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/3400456110552863773'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2010/08/stewarts-class-room-unicity-world-make.html' title='Stewart&apos;s class room: ขั้นแรกของการเรียนรู้คือ ... | Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-5732889549694267142</id><published>2010-08-19T02:39:00.000+09:30</published><updated>2010-08-19T02:39:43.600+09:30</updated><title type='text'>Stewart's class room: A Reality Check! - โลกแห่งความจริง | Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น</title><content type='html'>&lt;a href="http://www.unicityworld.com/content/stewart-reality-check"&gt;Stewart's class room: A Reality Check! - โลกแห่งความจริง  Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-5732889549694267142?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='related' href='http://www.unicityworld.com/content/stewart-reality-check' title='Stewart&apos;s class room: A Reality Check! - โลกแห่งความจริง | Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น'/><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/5732889549694267142/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=5732889549694267142' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/5732889549694267142'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/5732889549694267142'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2010/08/stewarts-class-room-reality-check.html' title='Stewart&apos;s class room: A Reality Check! - โลกแห่งความจริง | Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-666279607092839339</id><published>2010-08-19T02:38:00.000+09:30</published><updated>2010-08-19T02:38:15.817+09:30</updated><title type='text'>ยูนิซิตี้พาไปเที่ยวโตเกียวดิสนีย์แลนด์ | Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น</title><content type='html'>&lt;a href="http://www.unicityworld.com/content/tokyo-disneyland"&gt;ยูนิซิตี้พาไปเที่ยวโตเกียวดิสนีย์แลนด์  Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-666279607092839339?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='related' href='http://www.unicityworld.com/content/tokyo-disneyland' title='ยูนิซิตี้พาไปเที่ยวโตเกียวดิสนีย์แลนด์ | Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น'/><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/666279607092839339/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=666279607092839339' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/666279607092839339'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/666279607092839339'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2010/08/unicity-world-make-life-better-world.html' title='ยูนิซิตี้พาไปเที่ยวโตเกียวดิสนีย์แลนด์ | Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-5595539486532776943</id><published>2010-08-19T02:35:00.000+09:30</published><updated>2010-08-19T02:35:09.997+09:30</updated><title type='text'>เมื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพูดถึง Bios Life | Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น</title><content type='html'>&lt;a href="http://www.unicityworld.com/content/umesh-patel-bios-life"&gt;เมื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพูดถึง Bios Life &lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-5595539486532776943?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='related' href='http://www.unicityworld.com/content/umesh-patel-bios-life' title='เมื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพูดถึง Bios Life | Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น'/><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/5595539486532776943/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=5595539486532776943' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/5595539486532776943'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/5595539486532776943'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2010/08/bios-life-unicity-world-make-life.html' title='เมื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพูดถึง Bios Life | Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-4876858561479599758</id><published>2010-08-12T11:04:00.000+09:30</published><updated>2010-08-12T11:04:58.641+09:30</updated><title type='text'>เชื่อมั่น ฟันฝ่า คว้าชัย - Don't Stop Believing | Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า</title><content type='html'>&lt;a href="http://www.unicityworld.com/content/dont-stop-believing"&gt;เชื่อมั่น ฟันฝ่า คว้าชัย - Don't Stop Believing | Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า&lt;/a&gt;: "- Sent using Google Toolbar"&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-4876858561479599758?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='related' href='http://www.unicityworld.com/content/dont-stop-believing' title='เชื่อมั่น ฟันฝ่า คว้าชัย - Don&apos;t Stop Believing | Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า'/><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/4876858561479599758/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=4876858561479599758' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/4876858561479599758'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/4876858561479599758'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2010/08/dont-stop-believing-unicity-world-make.html' title='เชื่อมั่น ฟันฝ่า คว้าชัย - Don&apos;t Stop Believing | Unicity World - The Make Life Better World :: ยูนิซิตี้ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-285754549648889958</id><published>2010-07-03T11:31:00.002+09:30</published><updated>2010-07-03T11:34:54.247+09:30</updated><title type='text'>แนะนำเว็บใหม่  BiosLifeHiSo.COM</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/_a3o5jAJJYG8/TC6Y8JFvJxI/AAAAAAAAAMY/6RFhdLCiA3c/s1600/bioslifehiso.jpg"&gt;&lt;img style="float: left; margin: 0pt 10px 10px 0pt; cursor: pointer; width: 320px; height: 213px;" src="http://4.bp.blogspot.com/_a3o5jAJJYG8/TC6Y8JFvJxI/AAAAAAAAAMY/6RFhdLCiA3c/s320/bioslifehiso.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5489493154810767122" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;BiosLifeHiSo.COM แหล่งข้อมูลหรือคำแนะนำที่เชื่อถือได้ ของ Bios Life C และ Bios Life Slim&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Bios Life C เป็นการพัฒนาใยอาหารและเครื่องดื่มผสมสารอาหารที่ช่วยลดคอเลสเตอรอลในสี่แนว ทางโดยไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายของยาเหมือนยาที่ใช้ลดระดับครอเลสเตอร อลทั่วไป Bios Life 2 เริ่มต้นพัฒนาสูตรในปี 1989 สูตรใหม่ล่าสุดของ Bios Lifeเรียกว่า Bios Life C ที่มีส่วนผสม ใหม่ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอลที่มีประสิทธิภาพสูงสุดใน ตลาดในปัจจุบันBios Life ยังเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางและได้รับการพิสูจน์ทางการแพทย์สำหรับความ สามารถในการช่วยปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือดพร้อมกับหน้าที่ที่สำคัญทาง ชีวภาพอื่นๆอีกหลายหน้าที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="border-collapse: separate; color: rgb(0, 0, 0); font-family: Tahoma; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; letter-spacing: normal; line-height: normal; orphans: 2; text-indent: 0px; text-transform: none; white-space: normal; widows: 2; word-spacing: 0px; font-size: medium;"&gt;&lt;span class="Apple-style-span" style="color: rgb(112, 112, 112); font-family: Arial; font-size: 14px; line-height: 20px;"&gt;วันนี้ Bios Life ได้ถูกแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จำนวนนับพันคนทั่วทั้งอเมริกาเหนือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรป ผู้ซึ่งกำลังมองหาวิธีการแก้ปัญหาด้วยวิธีธรรมชาติที่ปลอดภัยและเป็นผลงาน วิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื่อเป็นทางเลือกของผู้ป่วยที่นอกเหนือจากยาที่สั่งจาก แพทย์&lt;span class="Apple-converted-space"&gt; &lt;/span&gt;&lt;strong&gt;Bios Life&lt;/strong&gt;&lt;span class="Apple-converted-space"&gt; &lt;/span&gt;สามารถพบได้ใน&lt;a href="/download/unicity_pdr_2010.pdf" style="color: rgb(110, 141, 162); text-decoration: underline;"&gt;คู่มืออ้างอิงทางการแพทย์ Physicians’ Desk Reference® (PDR)&lt;/a&gt;&lt;span class="Apple-converted-space"&gt; &lt;/span&gt;ซึ่งเป็นคู่มืออ้างอิงที่ใช้กันอย่างแพร่หลายโดยแพทย์ทั่วสหรัฐอเมริกา&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Visit: &lt;a href="http://www.bioslifehiso.com/"&gt;BiosLifeHiSO.COM&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-285754549648889958?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/285754549648889958/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=285754549648889958' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/285754549648889958'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/285754549648889958'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2010/07/bioslifehiso.html' title='แนะนำเว็บใหม่  BiosLifeHiSo.COM'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_a3o5jAJJYG8/TC6Y8JFvJxI/AAAAAAAAAMY/6RFhdLCiA3c/s72-c/bioslifehiso.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-3512962102229929082</id><published>2007-03-01T18:51:00.000+10:30</published><updated>2007-10-02T20:56:46.646+09:30</updated><title type='text'>ป๊อปอัพ ilead.itrack.it มาจากไหน?</title><content type='html'>วีรวัฒน์ มะเสนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงที่ผ่านมาเข้าเว็บของ &lt;a href="http://www.acc.msu.ac.th/" target="_blank" class="news"&gt;คณะการบัญชีและการจัดการ&lt;/a&gt;  โดยเฉพาะกระดานข่าว &lt;a href="http://www.acc.msu.ac.th/wb/" target="_blank" class="news"&gt;Acc.Biz&lt;/a&gt; รวมถึงเว็บของ &lt;a href="http://www.bc.msu.ac.th/" target="_blank" class="news"&gt;สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ&lt;/a&gt; และ blog ส่วนตัว มักจะพบ๊็อปอัพโฆษณาสินค้าขึ้นมาบ่อยๆ ซึ่งตรงไตเติลบาร์จะแสดง http://ilead.itrack.it - Advertisement (ดังตัวอย่างในภาพ) ซึ่งรู้สึกเป็นการรบกวนเป็นอย่างมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.bc.msu.ac.th/staff/veerawat/1/images/news/ilead.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ตัวอย่างป๊อปอัพโฆษณาสินค้าจาก ilead.itrack.it&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในฐานะที่เป็นคนดูแลเว็บไซต์ และ blog ส่วนตัว ก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าเจ้าโฆษณาตัวนี้มันขึ้นมาได้อย่างไร ไม่ได้ขึ้นเป็นประจำทุกครั้งที่เข้าเว็บ ขึ้นบ้างไม่ขึ้นบ้าง ไม่แน่ไม่นอน ก็มาลองวิเคราะห์สาเหตุว่าโฆษณาจะมาจากฝั่งไหนกันแน่ระหว่างฝั่งเซิร์ฟเวอร์ หรือฝั่งเบราซ์เซอร์ (ไคลเอนท์) ข้อสัญนิษฐาน:&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(1) ถ้าเกิดจากฝั่งเบราซ์เซอร์ของเราติด Adware ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะจะเกิดป๊อปอัพขึ้นมาสำหรับบางเว็บเท่านั้น บางเว็บเข้าประจำก็ไม่เคยขึ้นป๊อปอัพมา และยังได้ทำการสแกนตรวจ Adware ในเครื่องของเรา (เดสก์ท็อป) อยู่เรื่อยๆ ไม่ปรากฏว่ามีรายงานการพบ Adware ตัวนี้ในเครื่องแต่อย่างใด&lt;br /&gt;(2) ถ้าเกิดจากฝั่งเซิร์ฟเวอร์ติด Adware ก็มาวิเคราะห์อีกว่า จะติดได้อย่างไร ถ้าติดระดับเซิร์ฟเวอร์น่าจะต้องมีการป๊อปอัพขึ้นในทุกหน้าทุกเว็บของเซิร์ฟเวอร์ แม้อาจจะมีการสุ่มขึ้นก็ตาม แต่สังเกตแล้วไม่ได้มีอาการแบบนั้น คงจะมีการป๊อปอัพขึ้นเฉพาะหน้าใดหน้าหนึ่ง หรือโดเมนใดโดเมนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งทำให้ต้องวิเคราะห์ต่อไปว่าจะมี Adware ตัวไหนสามารถแทรกสคริปต์เข้าไปในเว็บเพจ หนึ่งๆ ได้หรือไม่ ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ แต่ก็ได้ลองนำโค๊ดกลับมาตรวจสอบใหม่ก็ไม่พบว่ามีสคริปต์แปลกปลอมอะไรแทรกเข้ามาเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;แก้ปัญหาที่สาเหตุกับนักฉวยโอกาส&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้มีโอกาสได้ลองเข้าไปค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ตในเรื่องนี้ ก็ปรากฏว่ามีการพูดถึงอยู่พอสมควรสำหรับเว็บต่างประเทศ ส่วนในเมืองไทยจะมีพูดถึงเรื่องนี้น้อยมาก พบอยู่ที่เว็บ &lt;a href="http://www.pantip.com/tech/software/topic/SV2256571/SV2256571.html" target="_blank" class="news"&gt;พันทิพย์&lt;/a&gt;  และ &lt;a href="http://www.mrchoke.org/node/148" target="_blank" class="news"&gt;mrchoke&lt;/a&gt; แม้แต่ในต่างประเทศก็ยังไม่พบคำแนะนำและการวิเคราะห์ปัญหาที่ตรงประเด็น ซึ่งคำแนะนำส่วนใหญ่จะมุ่งเป้าไปที่เครื่องของผู้ใช้เป็นหลัก มีการแนะนำให้ไปหาโปรแกรมสแกน Adware มา Scan เครื่องของผู้ใช้เอง และแนะนำให้ทำการแก้ไข ติดตั้งโปรแกรมอะไรต่างๆ ในเครื่องของผู้ใช้มากมายขึ้นอยู่กับความเข้าใจของผู้ให้คำแนะนำ รวมทั้งหลายๆ บริษัทถือโอกาสออกผลิตภัณฑ์ กำจัด ilead.itrack.it ออกมา (หลอก) ขายกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว แต่ก็ได้รับการรายงานกลับมาเสมอจากผู้ใช้ว่ามันหายไปแล้วก็กลับมาใหม่อีกเสมอ จนสุดท้ายก็จะมีข้อแนะนำไปถึงการบล็อคป๊อบอัพจากเว็บที่พบ ก็จะแก้ปัญหาไปได้ แต่มีหลายเว็บที่แนะนำว่าเจ้าตัว  ilead.itrack.it จะมากับ บริการนับสถิติฟรีของ &lt;a href="http://www.webstats4u.com/" target="_blank" class="news"&gt;webstats4u&lt;/a&gt; ซึ่งให้บริการชื่อว่า Nedstat Basic (ผ่านเว็บ &lt;a href="http://www.nedstatbasic.net/" target="_blank" class="news"&gt;www.nedstatbasic.net&lt;/a&gt;) ผู้ดูแลเว็บเซิร์ฟเวอร์หลายๆ เว็บรวมทั้ง &lt;a href="http://www.mrchoke.org/node/148" target="_blank" class="news"&gt;mrchoke&lt;/a&gt; เสนอวิธีการแก้ปัญหาโดยการ ถอด webstats4u ออกแล้วปัญหาจะหายไป แต่ยังไม่มีใครที่ตอบข้อสงสัยได้ว่ามันเกินขึ้นได้อย่างไร และพฤติกรรมต่างๆ ของมันจะมีข้ออธิบายได้อย่างไร ผู้เขียนก็เลยพยายามตั้งข้อสัญนิษฐาน และพิสูจน์ตามแนวทางที่คิดว่าน่าจะเป็นไปได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ข้อสัญนิษฐาน และการพิสูจน์&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;i&gt;&lt;b&gt;ข้อสัญนิษฐานที่ 1. ilead.itrack.it มาจาก webstats4u จริงหรือไม่ จะพิสูจน์ได้อย่างไร?&lt;/b&gt;&lt;/i&gt;&lt;br /&gt;ผู้เขียนได้ลองนำเอาโค้ดจาวาสคริปต์ ที่ได้จากการสมัครใช้บริการกับ webstats4u มาทดสอบโดยแยกเฉพาะโค้ดจาวาสคริปต์มาบันทึกในชื่อ nedstat.html แล้วเรียกทดสอบผ่านเว็บเบราซ์เซอร์ Firefox ผลที่ได้คือมี ป๊อปอัพของ ilead.itrack.it ขึ้นมาจริงๆ ทดลองรีเฟรช และลองปิดเบราซ์เซอร์แล้วเรียกทดสอบใหม่แต่กลับไม่มีป๊อปอัพโฆษณาขึ้นมาอีก เหมือนอย่างที่ได้มีการรายงานกันมาว่าบางครั้งก็มีบางครั้งก็ไม่มี ลองทดสอบผ่าน IE ดูบ้างผลที่ได้เหมือนกันคือมีป๊อปอัพของ ilead.itrack.it ขึ้นมาในครั้งแรก และไม่มีในครั้งต่อไปเช่นกัน อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้ ณ ตอนนี้ก็น่าจะสัญนิษฐานได้ว่า ป๊อปอัพของ ilead.itrack.it มาจาก webstats4u จริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;i&gt;&lt;b&gt;ข้อสัญนิษฐานที่ 2. ทำไมการเปิดโค๊ดเดิมบางครั้งมีป๊อปอัพขึ้นบางครั้งไม่ขึ้น แสดงว่าการแสดงป๊อปอัพต้องมีกระบวนการจัดการ?&lt;/b&gt;&lt;/i&gt;&lt;br /&gt;ข้อนี้พิสูจน์ได้โดยการเคลียร์ข้อมูลของเบราซ์เซอร์ เช่น cache และ cookies แล้วลองเปิดโค้ดเดิม (nedstat.html) ปรากฏว่ามี ป๊อปอัพของ ilead.itrack.it ขึ้นมาทุกๆ ครั้งที่ทดสอบ สมมติฐานที่เป็นไปได้ webstats4u คงมีการเก็บข้อมูลผ่าน cookies แล้วมีการจัดการโฆษณาว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(1) จะส่งโฆษณาขึ้นมาทันทีถ้าเป็นการเข้าเว็บครั้งแรก&lt;br /&gt;(2) ถ้าเข้าเว็บเดิมในเวลาใกล้เคียงกันจะไม่แสดงโฆษณาซ้ำ&lt;br /&gt;(3) จะมีโฆษณาอีกทีเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง (ยังไม่มีข้อมูลว่าจะเว้นไปนานขนาดไหน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งหมดนี้เข้าใจว่าข้อมูลน่าจะเก็บอยู่ที่ cookies นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมบางครั้งถึงมีโฆษณาบางครั้งกลับไม่มีโฆษณา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;i&gt;&lt;b&gt;ข้อสัญนิษฐานที่ 3. คนไทยยังไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย - เว็บมาสเตอร์ยังไม่รู้ตัว?&lt;/b&gt;&lt;/i&gt;&lt;br /&gt;มีรายงานว่าการเปิดเว็บแล้วเจอป๊อบอัพโดยส่วนมากจะเจอเมื่อเปิดจากต่างประเทศ รวมทั้งเว็บมาสเตอร์ของ &lt;a href="http://www.acc.msu.ac.th/" target="_blank" class="news"&gt;คณะการบัญชีและการจัดการ&lt;/a&gt; ก็รายงานว่าไม่เคยเจอป๊อปอัพนี้เช่นกัน ผู้เขียนได้ลองพิสูจน์ข้อนี้โดยให้เว็บมาเตอร์ของ &lt;a href="http://www.acc.msu.ac.th/" target="_blank" class="news"&gt;คณะการบัญชีและการจัดการ&lt;/a&gt; ทดสอบไปพร้อมๆ กันโดยใช้วิธีการเดียวกัน ปรากฏว่าเว็บมาสเตอร์ไม่เจอป๊อปอัพขึ้นมาเลยสักครั้ง ส่วนตัวผู้เขียนทดสอบมาที่เว็บเีดียวกันนี้จากออสเตรเลีย ผ่านหลายเครื่อง ต่าง ISP กลับได้ป๊อปอัพขึ้นมาทุกครั้ง และยังให้เพื่อนที่เมืองไทยทดสอบกับเว็บ &lt;a href="http://vmlinix.blogspot.com/" target="_blank" class="news"&gt;http://vmlinix.blogspot.com&lt;/a&gt; ก็ได้ผลเช่นเดียวกัน เพราะผู้ทดสอบที่เรียกดูเว็บจากประเทศไทยจะไม่พบว่ามีป๊อปอัพเกิดขึ้น แต่ผลการเรียกดูเว็บจากต่างประเทศจะพบป๊อปอัพทุกครั้งไป (ตอนนี้สำหรับเว็บ &lt;a href="http://vmlinix.blogspot.com/" target="_blank" class="news"&gt;http://vmlinix.blogspot.com&lt;/a&gt; ยังไม่มีการแก้ไขโค้ดใดๆ ยังสามารถใช้ในการทดสอบได้ ส่วนเว็บของ &lt;a href="http://www.acc.msu.ac.th/" target="_blank" class="news"&gt;คณะการบัญชีและการจัดการ&lt;/a&gt;ได้มีการแก้ไขไปเรียบร้อยแล้ว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;i&gt;&lt;b&gt;ข้อสัญนิษฐานที่ 4. เป็นความตั้งใจของ webstats4u หรือว่าบังเอิญ?&lt;/b&gt;&lt;/i&gt;&lt;br /&gt;ข้อนี้ค่อนข้างจะพิสูจน์ยาก พยายามไปโหลดเอาโค้ดจาวาสคริปต์มาแกะแต่ว่าด้วยความสามารถอันน้อยนิดทางด้านจาวาสคริปต์ของผู้เขียนทำให้ไม่สามารถหาการเชื่อมโยงไปถึงการโฆษณาได้อย่างชัดเจน จึงได้แต่สัญนิษฐานจากพฤติกรรมว่า เป็นการหารายได้ของ webstats4u อย่างแน่นอน (จากเหตุผลสนับสนุนที่จะได้กล่าวต่อไป) และมีเจตนาที่จะอำพรางโดย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(1) สังเกตได้จากการไม่แสดงข้อมูลการเชื่อมโยงอย่างชัดแจ้งว่าเป็นการโฆษณาจาก webstats4u เหมือนที่ google ทำ&lt;br /&gt;(2) การโฆษณาจะไม่มีสำหรับผู้สมัครใช้บริการใหม่ทำให้เราไม่ทราบว่าโฆษณาเกิดจาก webstats4u&lt;br /&gt;(3) โฆษณาจะเจาะจงเฉพาะเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าชมมากในระดับหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ตกเป็นเครื่องมือในการทำการค้าโดยไม่รู้ตัว webstat4u ฟอร์ยู หรือฟอร์ไอ?&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พยายามค้นหาความเชื่อมโยงระหว่าง ilead.itrack.it และ webstats4u ผ่านทาง google ไม่พบว่ามีการอ้างถึง ilead.itrack.it ในเว็บไชต์ของ webstats4u แต่อย่างใด แต่จากการเข้าไปอ่านในคำถามที่ถามบ่อยที่หัวข้อ &lt;a href="http://www.webstats4u.com/service/?id=3600742#misc14" target="_blank" class="news"&gt;Advertising on Webstats4u?&lt;/a&gt; เขาได้แจ้งไว้อย่างชัดเจนว่า &lt;i&gt;"webstats4u ให้บริการฟรี 100% สำหรับเว็บมาสเตอร์ แต่ในการที่จะให้บริการฟรีแก่คุณนั้นทาง webstats4u จำเป็นต้องรับสปอนเซอร์จากการโฆษณา ... การโฆษณาจะไม่เข้าไปแสดงในเว็บไซต์ของคุณโดยตรงในลักษณะของแบนเนอร์ ปุ่ม ลิ้งค์ หรืออะไรทำนองนี้ ... แต่การโฆษณาจะปรากฏในรูปของป๊อปอัพ (pop-up or pop-under) หรือ side-in flash ผู้เยี่ยมชมเว็บจะไม่ถูกรบกวนด้วยโฆษณาเดิมๆ ซ้ำๆ"&lt;/i&gt; ซึ่งสิ่งที่เขากล่าวนี้ก็คงตรงกับพฤติกรรมการขึ้นของป๊อปอัพนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;บทสรุปของฟรีไม่มีในโลก&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเว็บมาสเตอร์ต้องการตัวนับสถิติเว็บฟรี แต่คำกล่าวที่ว่า "ของฟรีไม่มีในโลก" ยังเป็นคงเป็นจริงเสมอ เมื่อภาระนั้นถูกผลักไปให้กับผู้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บ คงจะไม่ยุติธรรมสำหรับสิ่งที่ยูสเซอร์ได้รับจากการรบกวนของโฆษณาจาก ilead.itrack.it ซึ่งในความคิดของผู้เขียนคิดว่าค่อนข้างจะใช้วิธีการที่ไม่ตรงไปตรงมา ค่อนข้างจะขาดจริยธรรมทางธุรกิจ เคยลองเข้าไปเว็บเพื่อหาข้อมูลในเว็บ  ilead.itrack.it แต่ไม่มีการแสดงข้อมูล หรือ คอนเท้นต์แต่อย่างใด ทำคล้ายๆ กับเป็นพวกใต้ดิน หรือ สแปม ผู้เขียนคิดว่าเมื่อทราบที่มาที่ไปอย่างนี้แล้ว ก็คงถึงเวลาที่เว็บมาสเตอร์จะต้องเลือกว่าเราจะใช้ของฟรี แล้วผลักภาระไปให้กับยูสเซอร์ หรือเราจะหาโซลูชันอื่นสำหรับการนับสถิติเว็บของเราต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;โบนัส - เหลือบรรทัดเดียวก็ทำงานได้&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเขาใช้วิธีการที่ไม่ตรงไปตรงมาในการยิงโฆษณา เราอาจจะใช้วิธีการอย่างนี้กลับคืนเขาไปบ้าง สำหรับผู้ที่ยังต้องการใช้ webstats4u ต่อไป ผู้เขียนได้ลองศึกษาวิธีการทำงานของตัวนับสถิติได้พบข้อน่าสนใจบางอย่าง เลยนำมาทดลองแก้โค้ดโดยการตัดการทำงานในส่วนของจาวาสคริปต์ออกไป ให้เหลือเพียงโค้ดระหว่าง แท็ก noscript ไปจนถึง /noscript ดังตัวอย่าง สามารถนับสถิติของเว็บเราได้ตามปกติ และไม่มีป๊อปอัพขึ้นมารบกวนอีกเลย ท่านสามารถนำไปทดลองใช้ได้เช่นกัน ได้ผลอย่างไรก็แจ้งกลับมาบ้างก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง  (&lt;a href="http://www.bc.msu.ac.th/staff/veerawat/1/index.php?menu=0200&amp;amp;news_id=42"&gt;อ่านฉบับเต็ม&gt;&gt;&lt;/a&gt;)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา: &lt;a href="http://www.bc.msu.ac.th/staff/veerawat/1/index.php?menu=0200&amp;amp;news_id=42"&gt;Veerawat's unofficial home page&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-3512962102229929082?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/3512962102229929082/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=3512962102229929082' title='365 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/3512962102229929082'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/3512962102229929082'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2007/03/ileaditrackit.html' title='ป๊อปอัพ ilead.itrack.it มาจากไหน?'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>365</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-114507392208312929</id><published>2006-04-15T13:24:00.000+09:30</published><updated>2006-04-15T13:35:22.426+09:30</updated><title type='text'>บาป4ข้อจาก คดี กฟผ.</title><content type='html'>คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย ประสงค์ วิสุทธิ์ prasong_lert@yahoo.com&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ให้เพิกถอนพระราชกฤษฎีกากำหนดอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ของบริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2548 และพระราชกฤษฎีกากำหนดเงื่อนเวลายกเลิกกฎหมายว่าด้วยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งปร ะเทศไทย (กฟผ.) พ.ศ. 2548 จนทำให้กระบวนการแปรรูป กฟผ.ต้องล้มเลิกไป ได้ทำให้สังคมรับรู้ข้อเท็จจริงและได้ประโยชน์หลายประการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ประการแรก&lt;/span&gt; เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลพรรคไทยรักไทยละเลยและเพิกเฉยต่อสิ่งที่เรียกว่า ผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interests) เพราะมีการแต่งตั้งบุคคลที่มีส่วนได้ส่วนเสีย (นายโอฬาร ไชยประวัติ) ซึ่งเป็นกรรมการบริษัทชินคอร์ป (ทำธุรกิจด้านโทรคมนาคมเช่นเดียวกับบริษัท กฟผ.) และกรรมการบริษัท ปตท. (ขายก๊าซให้แก่ กฟผ.) เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเตรียมการจัดตั้งบริษัท กฟผ.ซึ่งขัดต่อ พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ 2542&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ประการที่สอง&lt;/span&gt; มีการวินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐานที่มีผลในทางกฎหมายว่าตำแหน่ง "กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี" เป็น "ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง" ซึ่งทำให้การแต่งตั้งนายปริญญา นุตาลัย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการจัดทำการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนไม่ชอบด้วยกฎหมายเ นื่องจากระเบียบคณะกรรมการนโยบายทุนรัฐวิสาหกิจระบุชัดว่า ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นประธานและกรรมการชุดดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้ายึดตามแนวการวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดน่าจะส่งผลกระทบต่อกรรมการผู้ช่วยร ัฐมนตรีหลายคนที่เป็นประธานกรรมการของหน่วยงานของรัฐบางแห่งหรือรัฐวิสาหกิจ หลายแห่งที่มีข้อห้ามข้าราชการการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นกรรมการโดยเฉพาะองค์การมหาชนที่การตราพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งต้องอาศัยอำน าจตาม พ.ร.บ.องค์การมหาชน พ.ศ. 2542 นั้นบัญญัติไว้ในมาตรา 20(6)ว่าประธานกรรมการและกรรมการองค์การมหาชนซึ่งมิใช่ประธานกรรมการโดยตำแห น่ง ต้องไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เท่าที่ทราบรัฐบาลพรรค ไทยรักไทยได้แต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีไปเป็นประธานกรรมการและกรรมการอ งค์การมหาชนเหล่านี้หลายแห่งซึ่งเห็นชัดว่า ไม่ไยดีต่อตัวบทกฎหมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาจมีผู้โต้แย้งว่า รัฐบาลอาจเข้าใจผิดหรือเห็นว่ากรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีไม่ใช่ผู้ดำรงตำแหน่งท างการเมือง การกล่าวหาเช่นนี้จึงรุนแรงเกินไปเพราะศาลปกครองสูงสุดเพิ่งมีคำพิพากษาเรื่ อง กฟผ.เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2549&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อเท็จจริงที่ผู้คนทั่วไปไม่ทรา บคือ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เคยมีหนังสือ (ที่ นร 0503/11082) ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2546 หารือคณะกรรมการกฤษฎีกาถึงฐานะและการดำรงตำแหน่งของผู้ช่วยรัฐมนตรีเลขาธิกา รคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตอบข้อหาหารือ (เรื่องเสร็จที่ 139/2547) ชัดเจนว่า ผู้ช่วยรัฐมนตรีอยู่ในความหมายของคำว่า "ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้ที่สั่งให้ส่งเรื่องหารือคณะกรรมการกฤษฎีกาคือ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ทำไมนายวิษณุ จึงปล่อยให้มีการแต่งตั้งผู้ช่วยรัฐมนตรีไปดำรงตำแหน่งต่างๆมากมายในลักษณะที่ขัดต่อกฎหมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่ยังไม่รวมถึง "ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง" อื่นๆ เช่น ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษานโยบายนายกรัฐมนตรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ประการที่สาม&lt;/span&gt; ทำให้เห็นว่าการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของภาคประชาชนทั้งในทางสังคมและกฎหมาย มีผลอย่างเป็นรูปธรรมอย่างจริงจังซึ่ง ภาคประชาชนสามารถนำเอาไปเป็นบทเรียนไปตรวจการสอบการแปรรูปรัฐวิสาหกิจอื่น เช่น ปตท.ว่ามีการใช้อำนาจโดยมิชอบหรือไม่ อย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ประการที่สี่&lt;/span&gt; ทำให้สาธารณชนรู้ว่าการที่รัฐบาลลักไก่เอาที่ดินที่ได้จากการเวนคืนตามกฎหมา ยก่อนมีการแปรรูปไปยกให้แก่รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งในรูปบริษัทในภายหลัง เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ว่าด้วยการเวนคืนที่ดินซึ่งเป็นอำนาจมหาชนอันเป็นเหตุผลสำคัญที่ศาลปกครองสู งสุดพิพากษาว่า พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะที่ดินที่ได้จากการเวนคืนจะโอนไปให้บริษัทซึ่งเป็นเอกชนได้ต้องทำโดยพร ะราชบัญญัติเท่านั้น ไม่สามารถตราเป็นพระราชกฤษฎีกาได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้ายึดตามแนว คำพิพากษาดังกล่าวอาจทำให้พระราชกฤษฎีกากำหนดอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ของรัฐวิสาหกิจหลายแห่งอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพราะก่อนที่การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจะแปรสภาพเป็นบริษัทนั้น มีการเวนคืนที่ดินไปเป็นจำนวนมากเพื่อวางท่อก๊าซ แต่มีการโอนที่ดินที่เวนคืนให้เป็นทรัพย์สินของบริษัท ปตท.หลังจากแปรสภาพแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้ามีการนำเรื่องดังกล่าวฟ้องต่อศาลปกครองสู งสุดอีก แม้อาจไม่ถึงขึ้นยกเลิกพระราชกฤษฎีกาทั้งฉบับหรือยกเลิกการแปรรูปแต่บริษัท ปตท.น่าจะต้องคืนที่ดินดังกล่าวให้แก่รัฐและอาจต้องเสียค่าเช่าย้อนหลังให้แ ก่รัฐ เว้นแต่มีการตราพระราชบัญญัติโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่บริษัท ปตท.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ปัญหาคือ ใครจะกล้าดำเนินการเพราะเท่ากับเอาที่ดินของรัฐไปยกให้แก่บริษัทเอกชนโดยเฉพาะบริษัท ปตท.มีตระกูลนักการเมืองใหญ่ในรัฐบาลไทยรักไทยถือหุ้นอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ตระกูลมหากิจศิริ จึงรุ่งเรืองกิจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งหมดนี้ล้วนเป็น "มรดกบาป" ที่รัฐบาลไทยรักไทยก่อไว้ให้ประชาชนรับและช่วยกันเช็ดล้าง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา: มติชนออนไลน์ วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2549&lt;br /&gt;http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01col01150449&amp;day=2006/04/15&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลลักษณะอย่างนี้เป็นสิ่งที่ทักษิณ และพรรคพวก รวมทั้งผู้สนับสนุนไม่ยอมตอบและไม่ยอมรับผิดชอบ อยากบอกว่านี่เป็นการบริหารประเทศชาตินะครับไ่ม่ใช่บริหารธุรกิจส่วนตัวที่จะทำอะไรก็ได้ ตอนนี้มันกลายเป็นว่าทำผิดแล้วก็ไม่เป็นไรแค่แก้ให้ถูกก็พอ ถ้าจะคิดกันอย่างนี้ไม่ต้องสนใจว่ากฏหมายหรือรัฐธรรมนูญเขียนไว้ยังไงอยากทำอะไรก็ทำไปเมื่อศาลบอกว่าทำผิด ก็เอามาแก้ใหม่ก็ำพอ ก็ตะแบงกันต่อไป ถ้าคนส่วนมากอยากให้เป็นอย่างนั้น ก็คงอ้างประชาธิปไตยกันไป...&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-114507392208312929?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/114507392208312929/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=114507392208312929' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/114507392208312929'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/114507392208312929'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2006/04/4.html' title='บาป4ข้อจาก คดี กฟผ.'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-114381752513733645</id><published>2006-04-01T01:33:00.000+10:30</published><updated>2006-04-01T01:42:42.700+10:30</updated><title type='text'>ดอกไม้กำลังจะบาน</title><content type='html'>&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ดอกไม้ ดอกไม้จะบาน บริสุทธิ์กล้าหาญจะบานในใจ ...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้หลังจากได้คุยโทรศัพท์กับแฟนผมที่โทร.มาหาจากเมืองไทยแล้ว เนื้อเพลงนี้ก็ผุดขึ้นมาในใจผมทันที ซึ่งที่จริงเรื่องมันก็ไม่ค่อยจะตรงกับเนื้อเพลงเท่าไหร่ ทำไมถึงนึกถึงเพลงนี้ก็ไม่ทราบ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องมีอยู่ว่าแฟนผมเขาโทร. มาบอกว่าตอนนี้แม่ (แม่ยายผม) บอกว่าไม่เอาทักษิณแล้ว ที่จริงอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่เรื่องโตอะไร สำหรับคนทั่วๆ ไปเพราะมีคนเกลียดทักษิณ กันทั่วบ้านทั่วเมือง แต่ผมมองว่ามันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับบ้านผม เพราะปัญหาของบ้านผมในช่วงที่ผ่านมาคือในบ้านของผม พ่อ (พ่อตา) ผม แฟนผม และ พี่ชายแฟนผม ซึ่งทุกคนรับราชการ และทุกคนมีความรู้สึกร่วมกัน คือ ไม่เอาทักษิณ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีแม่ กับ ยายทวด ที่ชอบทักษิณ ยายทวดอายุประมาณเจ็ดสิบกว่าท่านเป็นคนชอบอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ อ่านทุกวัน อ่านเกือบทุกคอลัมน์ และประกอบกับช่วงหลังๆ แฟนผมพยายามพรินท์ข้อมูลใหม่ๆ เกี่ยวกับทักษิณจากอินเทอร์เน็ตมาฝากเกือบทุกวัน ในที่สุดเมื่อไม่นานมานี้ ยายทวดก็บอกว่าไม่เอาแล้วทักษิณ มันไม่ใช่คนดีอย่างที่เขาว่าจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหลือแม่ยายผม แม่ชอบทักษิณ ไม่ยอมรับฟังข่าวที่ให้ร้ายทักษิณ แม่จะทะเลาะกับลูกชายซึ่งเป็นเภสัชกร อยู่บ่อยๆ ในเรื่องทักษิณ เพราะลูกชายไม่ชอบทักษิณเอามากๆ เขาอ่านหนังสือรู้ทันทักษิณ ตั้งแต่หนังสือออกมาใหม่ๆ อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ ดู ASTV เป็นประจำ แต่แม่จะไม่ยอมดู ASTV เวลาทะเลาะกันก็มีการขึ้นเสียงกันบ้าง บางครั้งแม่เหลืออดแม่ก็โวยว่า “ทำไม..จะชอบทักษิณแล้วมันผิดกฏหมายตรงไหน” ซึ่งโดยส่วนมากหลังจากมีปากเสียงกันเล็กน้อยแม่ก็จะเป็นฝ่ายเงียบปล่อยให้ลูกชายหงุดหงิดต่อไป ถึงแม้แฟนผมพยายามจะพรินท์ข้อมูลมาให้แม่อ่าน เหมือนที่เอามาให้ยายทวดอ่าน แต่แม่ก็ไม่อยากอ่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากปัญหาในครอบครัวผมแล้ว แฟนผมยังเล่าให้ฟังว่าในที่ทำงานมีเพื่อนในแผนกเดียวกันกลุ่มหนึ่งชอบทักษิณมาก และอีกกลุ่มหนึ่งเกลียดทักษิณมากเช่นกัน มีการโต้เถีงกันอยู่บ่อยๆ จนในที่สุดต่างฝ่ายต่างไม่พูดกันอีกต่อไป ทำให้บรรยากาศในที่ทำงานตึงเครียดขึ้นพอสมควร ในกลุ่มคนที่ชอบทักษิณ จะไม่ยอมรับข้อมูลฟังใดๆ ในด้านร้ายของทักษิณ เพราะเห็นว่าเป็นการโจมตีใส่ร้าย เขาบอกว่าไม่เคยมีนายกคนไหนดีเท่าทักษิณ ทักษิณขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการ (ซึ่งไม่เคยมีนายกคนไหนทำมาก่อน) ทักษิณทำโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค (ทั้งๆ ที่เป็นข้าราชการไม่จำเป็นต้องเข้า 30 บาทด้วยซ้ำ) รวมทั้งโครงการช่วยเหลือคนยากคนจนต่างๆ ก็ไม่เคยมีรัฐบาลไหนทำได้แบบนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตามในความขัดแย้งก็มีอะไรน่ารักๆ เกิดขึ้น แฟนผมเล่าว่ามีพี่คนหนึ่งที่เป็นฝ่ายไม่เอาทักษิณ ลงทุนดาวน์โหลดหนังสือหยุดระบอบทักษิณ ของอาจารย์แก้วสรร พรินท์ออกมาแล้วควักเงินตัวเองนำไปถ่ายเอกสารประมาณร้อยชุด แล้วเอามาวางไว้ในสำนักงาน ตรงนั้นบ้าง ตรงนี้บ้าง เพื่อล่อตาล่อใจให้ฝ่ายสนับสนุนทักษิณได้หยิบไปอ่านบ้าง แม้กระทั่งนำไปไว้ตามห้องประชาสัมพันธ์บ้าง เพื่อเผยแพร่ข้อมูลให้คนอื่นๆ ได้รับรู้ ผมเห็นว่านี่เป็นความพยายามที่น่ารัก น่านับถือของพี่แก รวมทั้งพยายามเผยแพร่ข่าวสารอื่นๆ ในทำนองนี้ด้วย ซึ่งเอกสารเหล่านี้ที่แฟนผมก็นำมาฝากยายทวด อยู่เรื่อยๆ จนเราได้ยายทวดมาเป็นพวกในที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนเรื่องจุดเปลี่ยนของแม่ยายผม เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่าเมื่อเย็นวันที่ 30 มีนาคม 2549 ลูกชายไม่อยู่บ้าน พ่อตาผมอยู่บ้านก็เปิดดู ASTV สงสัยแม่คงอยากจะอยู่เป็นเพื่อนพ่อ ก็เลยได้นั่งดู ASTV ไปด้วย หลังจากได้ดู ASTV ไปพอสมควรคืนนั้นแม่ก็บอกว่า ตอนนี้แม่เข้าใจแล้ว แม่จะไม่เลือกทักษิณแล้ว ตอนนี้แม่ก็เลยสามารถคุยเรื่องการเมืองร่วมกับคนอื่นๆ ที่บ้านของผมได้ อย่างสบายใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริงๆ แล้วปัญหาก็ยังไม่หมดเสียทีเดียว ยังเหลือคุณอาผู้หญิง และคุณอาผู้ชาย ที่อยู่บ้านตรงกันข้าม ซึ่งทั้งคู่ก็เป็นข้าราชการเช่นกันอาผู้ชายเป็นนายตำรวจเกษียณอายุราชการแล้ว ทั้งคู่ชอบทักษิณ และเป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการช่วยหาเสียงให้ ไทยรักไทย ในเขตนี้ อาผู้ชายจะไม่ยอมดู ASTV จะด่าทุกคนที่ด่าทักษิณ พวกเราก็สรุปกันว่า อย่าไปคุยเรื่องนี้กับแก ซึ่งความจริงก็คงไม่มีปัญหาอะไรเพราะที่สำคัญตอนนี้บ้านผมเราเข้าใจกันหมดแล้ว พูดภาษาเดียวกันได้แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมจึงถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง ที่ระบบประชาธิปไตยได้เติบโตในครอบครัวของผมแล้ว จากความรู้สึกนึกคิดที่ต่างกัน ซึ่งเกิดจากการได้รับข้อมูล หรือ การรับรู้ที่ไม่เท่ากัน แต่ที่เราสามารถอยู่ร่วมกันได้เพราะเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ในที่สุดจากความอดทน และความพยายามของคนในครอบครัวในการให้ข้อมูลให้เท่าเทียมกันก็สามารถเปลี่ยนมุมมองของแม่ให้มายืนอยู่ข้างเราได้ ถ้าถือว่าสังคม หรือ ประชาธิปไตยมีพื้นฐานมาจากครอบครับ ผมก็เชื่อว่าอย่างน้อยมีครอบครัวหนึ่งที่ประสบชัยชนะจากระบบทักษิณแล้ว และคงไม่ใช่เฉพาะครอบครัวผม น่าจะมีครอบครัวอื่นๆ อีกจำนวนมากที่ประสบชัยชนะ สามารถปลดแอกระบอบทักษิณออกไป และเชื่อว่าคงมีครอบอีกหลายครอบครับที่กำลังจะได้รับชัยชนะ จากการที่พวกเราทุกคนพยายามให้ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ ออกไปสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง และอดทน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมจึงอยากให้ตัวอย่างนี้ ได้สื่อไปถึงพันธมิตร สื่อสารมวลชน และพวกเราทุกๆ คน ให้มีกำลังใจ ให้มีความเข้าใจว่ายังมีคนอีกจำนวนมาก ครอบครัวอีกเป็นจำนวนมาก ที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเหมือนเรา ไม่มีโอกาสได้ดู ASTV หรือ แม้กระทั้งได้รับข้อมูลด้านเดียวจากรายการนายกฯ พบประชาชนมาตลอดระยะเวลาห้าปี ซึ่งที่จริงเขาไม่ได้เป็นฝ่ายตรงข้ามกับเรา เขาอาจจะไม่ใช่กลุ่มคนที่ฉลาดมากนัก แต่ก็คงไม่ควรเรียกว่าเขาโง่ ผมเชื่อว่าถ้าคนเหล่านี้ได้รับข้อมูลข่าวสารมากขึ้นเรื่อยๆ ผมเชื่อว่าเขาเหล่านี้แหละจะลุกขึ้นมาไล่ทักษิณ ร่วมกับพวกเราต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้พ่อตาผมได้ออกไปร่วมเดินขบวนขับไล่ทักษิณเป็นครั้งแรกด้วยครับ ทำให้ผมฮำเพลง “ดอกไม้ ดอกไม้จะบาน ...” อยู่เงียบๆ คนเดียว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-114381752513733645?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/114381752513733645/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=114381752513733645' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/114381752513733645'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/114381752513733645'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2006/04/blog-post.html' title='ดอกไม้กำลังจะบาน'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-114372869440953224</id><published>2006-03-31T00:37:00.000+10:30</published><updated>2006-03-31T22:36:55.020+10:30</updated><title type='text'>Vote No! กา [x] งดออกเสียง</title><content type='html'>ด้วยความเป็นห่วงการเลือกตั้งครั้งนี้ที่รัฐบาล "ทักษิณ" พยายามจะนำมาฟอกตัว ทั้งได้รับฟังข่าวคราวเกี่ยวกับการฮั้ว การเตรียมการโกงการเลือกตั้ง ซึ่งจะเกิด "สภาโจ๊ก" ขึ้นมาในบ้านในเมือง ในที่สุดทักษิณ ก็จะกลับมาอ้างความชอบทำเพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งน่าจะเกิดปัญหาตามมาอย่างมากมาย เพราะประชาชนเป็นจำนวนมากจะไม่ยอมรับการเลือกตั้ง และ ไทยรักไทย ก็จะต้องเดินเกมยุยงให้ประชาชนที่สนับสนุนเขาออกมากดดันฝ่ายต่อต้าน ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะไม่เกิดการกระทบกระทั่งกัน อันอาจจะนำไปสู่ความรุนแรงได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเราไม่อยากให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการฟอกตัวของ "ทักษิณ" คงต้องช่วยกันรณรงค์ให้ไปเลือกตั้งโดยการงดออกเสียง ขอเชิญชวนทุกท่านที่เห็นว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้ถูกบิดเบือนช่วยกันนำโลโก้ไปเผยแพร่ ตามเว็บไซต์ของท่านด้วยครับคลิกขวาแล้ว Save as ไปได้เลยครับ "ไม่สงวนสิทธิ์ในการปรับแต่งย่อขยายครับ" รวมทั้งได้รับอนุญาตให้ลิ้งค์ไปที่เว็บ http://www.tuthaprajan.org ด้วยครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;img src="http://img105.imageshack.us/img105/3209/voteno234x2202ss.jpg" alt="VoteNO large" border="0" /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;img src="http://img88.imageshack.us/img88/9210/voteno160x1506ku.jpg" alt="VoteNo small" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;เพิ่มเติม:&lt;br /&gt;วันนี้ได้อ่านข่าวม็อบคนจนปิดล้อมอาคารตึกสำนักงานเครือเนชั่น ถ.บางนา-ตราด และเจ้าหน้าที่ของรัฐเหมือนกับจะจงใจเข้าไปควบคุมสถานการณ์ช้ากว่าที่ควรจะเป็น ชี้ให้เห็นว่าเป็นการอาศัยเหตุการณ์นี้ข่มขู่คุกคามสื่อมวลชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุการณ์ล่าสุดที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นคือกลุ่มคนเชียงใหม่ (บางกลุ่ม) ประมาณเกือบพันคน ที่ได้รับการสนับสนุนโดยนักการเมืองท้องถิ่นเข้าไปโจมตี และทำร้ายแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ถึงหน้าเวทีปราศัยภายในอาคารหอศิลป์ มช. จนทำให้ต้องยกเลิกการปราศัย ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรามาก่อน ทำให้เกิดความตึงเครียดในสังคมขึ้นเป็นอย่างมาก และถ้าคนของรัฐบาลรู้เห็นเป็นใจ หรือ หยิบเอาอารมณ์ของประชาชนมาใช้เพื่อข่มขู่คุกคามฝ่ายพันธมิตรแล้วล่ะก็ ก็น่าเป็นห่วงสถานการณ์เป็นอย่างยิ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;vmlinix&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ข้อมูลน่าสนใจ: &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;  &lt;a href="http://www.tuthaprajan.org/voteno.html"&gt;โครงการ Vote for NO VOTE (www.tuthaprajan.org)&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;  &lt;a href="http://www.prachatai.com/"&gt;ประชาไท (http://www.prachatai.com)&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;  &lt;a href="http://www.fringer.org/"&gt;Fringer | คนชายขอบ (http://www.fringer.org)&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-114372869440953224?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/114372869440953224/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=114372869440953224' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/114372869440953224'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/114372869440953224'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2006/03/vote-no-x.html' title='Vote No! กา [x] งดออกเสียง'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-114334320860828723</id><published>2006-03-26T13:39:00.000+10:30</published><updated>2006-03-26T13:50:08.910+10:30</updated><title type='text'>จากใจคนจนถึงคนจน: จากราชดำเนินถึงสวนจตุจักร</title><content type='html'>สมัยก่อนมีความรู้สึกไม่ค่อยดีกับพวกสมัชชาคนจน รู้สึกว่าจะออกมาประท้วงเรียกร้องได้ทั้งปีทั้งชาติ รวมทั้งพวกผู้นำสมัชชาน่าจะอาศัยคนจนและความเดือดร้อนของคนจนเป็นเครื่องมือและแสวงหาประโยชน์ใส่ตัว...แต่เมื่ออ่านจดหมายฉบับนี้แล้วกลับรู้สึกเห็นใจพวกเขาเหล่านั้นมากขึ้น...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;vmlinix&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;- - - o o O o o - - -&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;บรรทัดจากนี้ไป เป็นจดหมายจากคนจนบนถนนราชดำเนิน ฝากผ่านประชาไทถึงคนจนในสวนจตุจักร เป็นจดหมายจากคนจนถึงคนจน ซึ่งคนจนกลุ่มหนึ่งกำลังขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพราะประสบการณ์บอกว่าไม่ควรเชื่อแนวทางการแก้ปัญหาความยากจนของบุคคลผู้นี้ ขณะที่คนจนอีกกลุ่มหนึ่งยืนยันความเชื่อที่ต่างออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;.......................................................................&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกเราก็เป็นคนจนเหมือนกัน ยากจนจากการพัฒนาที่ผิดพลาดมาโดยตลอดของรัฐบาลหลายสมัย รวมทั้งโครงสร้างของสังคมเศรษฐกิจอันเหลื่อมล้ำ ที่ไม่เคยได้รับการแก้ไข มีแต่ทำให้กลายเป็นโครงสร้างของความรุนแรงในการเอารัดเอาเปรียบมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราก็เกิดและเติบโตบนแผ่นดินเดียวกับท่าน บนที่ราบสูงที่มีแม่น้ำสีครามไหลผ่าน ยังจำได้เมื่อตอนท่านกับเราพบกันในการชุมนุมของสมัชชาเกษตรกรรายย่อยภาคอีสา น ซึ่งสมัยนั้นยังไม่มีการแตกแยกเป็นก๊กเป็นเหล่า เราต่อสู้ร่วมกันเพื่อเรียกร้องค่าชดเชยจาการสร้างเขื่อน (พวก Ngo ม องว่าเขื่อนในประเทศไทย หลายพันแห่งทั้งเล็กทั้งใหญ่ ไม่มีเขื่อนไหนที่จ่ายค่าชดเชยให้ผู้เสียสละได้อยู่ดีกินดีเหมือนตอนก่อนสร้ างเขื่อน ดูกรณีแม่ไฮ ขันจันทาก็ได้)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราชุมนุมร่วมกันท่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยง เป็นเวลาหลายเดือน เดินเท้าทางไกลหลายร้อยกิโลเมตร ทั่วภาคอีสานเพื่อแสดงความเดือดร้อนของเรา แต่ก็ไม่ได้รับความเห็นใจจากรัฐบาลเลย ทุกรัฐบาลพูดเหมือนกันหมดว่าพวกเราเป็นม็อบรับจ้าง เพื่อหลีกเลี่ยงการยอมรับปัญหาของพวกเรา ยังพี่น้องที่อยู่ในเขตที่ทางการประกาศทับ ไม่ว่าจะเป็นป้ายยี่ห้ออะไร ก็ตาม เช่น เขตอุทยานแห่งชาติ ป่าสงวน ที่ราชพัสดุ ที่สาธารณประโยชน์ แต่ไม่เคยทับที่นายทุน พวกเราถูกขับไล่อพยพออกเป็นว่าเล่น ไม่ว่าจะอยู่บนดอย ที่ราบ หรือเกาะกลางทะเล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกเราไม่ได้ยากจนเพราะไม่มีเงิน แต่ยากจนเพราะถูกขับไล่ออกจากบ้าน และแหล่งทำมาหากินของพวกเราเอง พวกนายทุนขนไม้ออกจากป่าเป็นคันรถ พวกเราได้แต่ยืนดูตาปริบๆ แต่ถ้าพวกเราจะไปหาฟืน หน่อไม้ ผักบ้านต่างๆ จะถูกจับกุมราวกับเป็นอาชญากรทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่น้องบนดอยถางไร่เพื่อปลูกข้าวพอเลี้ยงครอบครัว เจ้าหน้าที่ป่าไม้ใส่ชุดพรางก็ไล่จับไล่ยิงเหมือนพรานล่าเหยื่อ แต่พวกนายทุนโดยเฉพาะคนที่ใกล้ชิดนักการเมือง สามารถมีที่ดินบนดอยได้เป็นหมื่นๆไร่ สร้างรีสอร์ทหรูหรา อ้างว่าส่งเสริมการท่องเที่ยว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกเราไม่มีจะกิน ส่งลูกหลานเข้าเมืองไปขายแรงงาน รัฐบาลก็มักจะยอมให้นายทุนหน้าเลือดทั้งหลายขูดรีดอย่างแสนสาหัส ในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ร่างกายของพวกเรารับสารพิษเข้าไปมากมาย เราอายุ ๓๐ ปี เหมือนอายุ ๕๐ ปี ร่างกายทรุดโทรมถูกนายจ้างไล่ออก ไม่มีการจ่ายค่าทดแทนใดๆ เพราะไม่มีกฎหมายบังคับให้นายจ้างต้องทำอย่างนั้น แรงงาน ๑ ในล้านของพวกเราเท่านั้นที่เจอนายจ้างที่ดีเปี่ยมด้วยเมตตาธรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเราในโรงงานจำนวนมากหรือแหล่งก่อสร้างต่างๆ ไม่ต่างอะไรกับนรกบนดิน นายจ้างเบี้ยวค่าแรง พวกเราถูกโยนออกจากห้องเช่า เสื้อวินมอเตอร์ไซด์ตัวหนึ่งหลายหมื่นบาท ค่าไฟฟ้า น้ำประปาในที่อยู่อาศัยแบบชุมชนแออัดของพวกเรา แพงกว่าพวกที่อยู่บ้านจัดสรร ถ้ามีลูกออกมา เราก็ไม่รู้ว่าจะเลี้ยงดูเขาเองหรือจะส่งไปอยู่กับปู่ย่าตายาย ที่ก็ดูแลตัวเองไม่ค่อยไหวแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัฐบาลทุกยุคทุกสมัย บอกว่าส่งเสริมเกษตรกรให้อยู่ดีกินดี แต่เราเห็นแต่บริษัทซีพีใหญ่ขึ้นแตกสาขาไปทั่ว ปู ปลา กุ้ง หอย ในแม่น้ำหมดไป เพราะการสร้างเขื่อนปิดกั้น และให้โรงงานปล่อยน้ำเสียลงไป เหลือแต่กะชังของบริษัทซีพีอยู่ได้ คนหาปลาหลายหมื่นครอบครัว ในลำน้ำ ต้องอพยพเปลี่ยนอาชีพ เหลือเจ้าของปลากะชังไม่เกินร้อยราย เป็นอย่างนี้ทั่วประเทศ ที่เรารู้ก็เพราะเวลาชุมนุมผู้เดือดร้อนจากหลายจังหวัดทั่วประเทศมาเจอกัน ก็พูดอย่างนี้เหมือนกันหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่น้องหลายจังหวัดทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ เลิกปลูกหอม กระเทียม เลิกทำไร่ ทำสวนผลไม้ ไปเป็นจำนวนมากเพราะเจ๊งหมด ราคาพืชผลคนปลูกไม่ได้กำหนด พ่อค้าแม่ค้าเป็นคนกำหนด การต่อรองที่เสียเปรียบแบบนี้มีมานานหลายสิบปี ไม่เคยเห็นรัฐบาลไหนแก้ได้ อ้างราคาตลาดโลก อ้างกระทบการลงทุน อ้างการค้าเสรี กฟผ.สร้างโรงไฟฟ้าทั่วประเทศ สำรองไฟมหาศาล จนเป็นหนี้ท่วมแล้วไปโยนไว้ในค่า FT พวกเราจ่ายจนอ่วม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่น้องที่เป็นผู้เสียสละให้เขาสร้างเขื่อน สร้างโรงไฟฟ้า ผลิตไฟ ไม่มีปัญญาใช้ไฟ เพราะถูกอพยพไปเป็นขอทานในที่ดินคนอื่น แต่พนักงานกฟผ.ใ ช้ไฟฟ้าฟรีตลอดชีวิต โบนัสเงินเดือนกินกันจนอิ่มหมีพีมัน แล้วยังจะขายกิจการให้ต่างชาติผ่านการแปรรูป เพื่อหวังเพิ่มมูลค่าหุ้นที่ถืออยู่ ทรัพย์สินพวกเราแท้ๆ พวกโจรเสื้อนอกปล้นไปขายกินอย่างหน้าด้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยังอีกหลายเรื่องที่เราคนจนรู้ทันพวกนักการเมือง แต่เราไม่มีอำนาจพอที่จะไปบังคับให้พวกเขากลับเนื้อกลับตัวมารับใช้พวกเราที ่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ทั้งนี้เพราะพวกเรามักจะถูกทำให้ต้องแบ่งแยกเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย เพื่อง่ายแก่การปกครอง ทั้งการมอมเมาจากสื่อต่างๆ ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งในความฝัน ว่าความยากจนของพวกเราเกิดมาจากกรรมเก่า ชาติก่อน เกิดจากความเกียจคร้านของพวกเรา พวกเราไม่มีทางช่วยเหลือตัวเองได้ นอกจากรอให้มีเทวดามาช่วยเป็นครั้งคราวไป หรือไม่ก็ก้มหน้ารับกรรมไป ชดใช้กรรมให้หมดสิ้น ทำบุญเข้าไว้เผื่อว่าชาติหน้าจะได้ไม่เกิดมาจน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีบางคนบอกว่าท่านนายกทักษิณ เป็นอัศวินควายดำ จะมาจัดการปัญหาความยากจนให้หมดไป พวกเราก็รอแล้วรอเล่า ทะเบียนคนจนก็ลงไว้ตั้งนานแล้ว ค่าชดเชยเขื่อนที่รอมา ๓๐ ปี บ้าง ๒๐ ปีบ้าง ก็ไม่เห็นจ่ายให้ ปัญหาที่ดินทำกินจะแก้ให้ พวกเราก็ไปชี้บอกว่าที่ตรงนี้เป็นของนายทุนต่างชาติมาเช่าไว้ผิดกฎหมาย หมดสัญญาเช่านานแล้ว ก็กลับเอาตำรวจมาจับพวกเราว่าก่อความวุ่นวาย จับพี่น้องเราที่ลำพูน ตัดต้นลำไยที่เขาปลูกไว้ ตั้งข้อหาบุกรุก และข้อหาอื่นๆ ๕๐ ข้อหา กะว่าจะขังจนตาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่น้องภาคใต้หาข้อมูลเรื่องที่ดินนายทุนหมดสัญญาเช่าเป็นแสนๆไร่ แทนที่จะยึดที่กลับคืนมาจัดสรรให้คนยากไร้ กลับสลายการชุมนุมจับถอดเสื้อ ไขว้หลังให้นอนราบกับพื้น บางคนถูกท็อบบู๊ตกระทืบปางตาย แกนนำถูกจับดำเนินคดีนับสิบข้อหา พี่น้องบ้านกรูด บ่อนอกต่อต้านโรงไฟฟ้ามหาภัย ถูกไล่ยิงไล่ฆ่า ท่อก๊าซมาเลเซียพลังไทยเพื่อใคร เพื่อความร่ำรวยไม่รู้จักพอของใคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาบัดนี้ เราคนจนถูกแบ่งออกเป็น ๒ ฝ่าย คือฝ่ายที่อยู่สวนจตุจักร กับฝ่ายที่อยู่ถนนราชดำเนิน แม้เราจะจนเงิน ก็ไม่ควรจนปัญญา ขอให้ท่านวิเคราะห์ให้ดี นโยบายและคำสั่งอะไรบ้างของรัฐบาลที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง สามารถแก้ปัญหาพื้นฐานของเราได้ ให้พวกเราคนจนสามารถพึ่งตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรีตลอดไป ไม่ใช่เป็นทาสในระบบอุปถัมภ์ ที่จะต้องรอคอยเศษเงินที่จะหล่นลงมาบ้างเป็นบางคราว และชีวิตที่เหลืออยู่ก็ต้องทุกข์ทรมานด้วยโซ่ตรวนของนายทาส ที่จะปลดแอกเมื่อวันสิ้นลมเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่น้องคนจนที่สวนจตุจักรที่รัก เราไม่โทษพวกท่านส่วนใหญ่ ที่ถูกความเชื่อผิดๆ และระบบพรรคพวกพากันมา แต่เราขอเตือนบรรดาแกนนำที่เราก็รู้จักกันดี เพราะท่านรู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าท่านจะยังคงสนับสนุนระบอบทักษิณูปถัมภ์ ก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าท่านจะก้าวล้ำเส้น ถึงขั้นพาพี่น้องมาเข่นฆ่ากันเอง ด้วยวิธีการของท่าน ก็จงจำไว้ว่า จะไม่มีคืนไหนเลยที่ท่านจะนอนหลับสบาย โดยไม่มีภาพแห่งความทารุณโหดร้ายที่ท่านก่อขึ้นเองตามมาหลอกหลอนทุกคืน นายทักษิณ ชินวัตร หมดความชอบธรรมที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยหนี้เลือด หนี้ชีวิตที่ก่อขึ้นไว้ กับคนจนอันมหาศาลทั่วประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไล่นายกฯยังไม่หนักเท่าพวกเราคนจนทั้งมวลจะตื่นตัวรู้ทัน เกิดปัญญาที่จะรวมตัว ปรับเปลี่ยนโครงสร้างสังคมอันยุติธรรมนี้ได้อย่างไร ทำอย่างไรคนจนอันไพศาล จะกลายเป็นคลื่นยักษ์โถมซัดชายฝั่ง ปรับเปลี่ยนโฉมหน้าการเมืองใหม่ ที่เราผู้ยากไร้ทั้งมวลจะสามารถกำหนดชะตากรรมของตนเองได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนจนที่ถนนราชดำเนิน&lt;br /&gt;สมัชชาคนจน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา: &lt;a href="http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&amp;ContentID=3160&amp;amp;SystemModuleKey=HilightNews&amp;amp;SystemLanguage=Thai" target="_blank"&gt;หนังสือพิมพ์ประชาไทย&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-114334320860828723?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/114334320860828723/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=114334320860828723' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/114334320860828723'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/114334320860828723'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2006/03/blog-post_26.html' title='จากใจคนจนถึงคนจน: จากราชดำเนินถึงสวนจตุจักร'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-114316791859706047</id><published>2006-03-24T13:04:00.000+10:30</published><updated>2006-03-24T13:08:38.906+10:30</updated><title type='text'>ศาลปกครองสูงสุดชี้ขาด ล้มกระดานแปรรูป กฟผ.</title><content type='html'>&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;หมายเหตุ - นายจรัญ หัตถกรรม ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด พร้อมองค์คณะได้นั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ ฟ.5/2549 ที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคกับพวกยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรีกับพวกต่อศาลปกครองสูงส ุด ว่า พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) กำหนดอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ของบริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) พ.ศ.2548 และ พ.ร.ฎ.กำหนดเงื่อนเวลายกเลิกกฎหมายว่าด้วยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2548 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 มีนาคม ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 2&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 ได้กำหนดกระบวนการเปลี่ยนสถานะของรัฐวิสาหกิจประเภทองค์การของรัฐตามที่กฎหม ายจัดตั้งขึ้น ให้เป็นรูปแบบบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด โดยมีบทบัญญัติที่กำหนดขั้นตอนที่เป็นสาระสำคัญไว้ คือ มาตรา 4 กำหนดว่า ในกรณีที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะนำทุนบางส่วนหรือทั้งหมดของรัฐวิสาหกิจใดมาเปล ี่ยนสภาพเป็นหุ้นในรูปแบบของบริษัท ให้กระทำได้ตาม พ.ร.บ.นี้ โดยมีคณะรัฐมนตรี คณะกรรมการนโยบายทุนรัฐวิสาหกิจ คณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งบริษัท และคณะกรรมการจัดทำการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเป็นคณะบุคคลที่มีอำนาจหน ้าที่ในการดำเนินการตามกระบวนการในแต่ละขั้นตอน ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ต่อเนื่องและสัมพันธ์กัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเมื่อได้ดำเนินก ารในแต่ละขั้นตอนโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงจะดำเนินการในขั้นตอนสุดท้ายต่อไปได้ คือ การตรา พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการกำหนดอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ของบริษัทตามมาตรา 26 และ พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการกำหนดเงื่อนเวลายกเลิกกฎหมายจัดตั้งรัฐวิสาหกิจตามมาตรา 28 และเมื่อดำเนินการตรา พ.ร.ฎ.ทั้งสองฉบับเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงจะทำให้การเปลี่ยนสถานะของรัฐวิสาหกิจจากองค์การของรัฐมาเป็นรูปแบบบริษั ทเสร็จสมบูรณ์ และโดยที่การดำเนินการเปลี่ยนสถานะของรัฐวิสาหกิจตาม พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษที่ฝ่ายนิติบัญญัติมอบให้ฝ่ายบริหารดำเนินการได้โดยไม่ต ้องเสนอกฎหมายต่อฝ่ายนิติบัญญัติอีก ดังนั้น การดำเนินการในทุกขั้นตอนจึงมีความสำคัญ และต้องเป็นไปเพื่อการปกป้องการดำเนินการที่รัฐธรรมนูญถือว่าอยู่ในอำนาจหน้ าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ให้เป็นไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญและบทบัญญัติของกฎหมายโดยเคร่งครัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัญหาของ พ.ร.ฎ.ทั้งสองฉบับชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่ามาตรา 16 แห่ง พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 กำหนดให้มีคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งบริษัท ประกอบด้วย ผู้ดำรงตำแหน่งในทางราชการและรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง และต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 17(5) ประกอบกับมาตรา 5 และมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และโดยที่คณะกรรมการเตรียมการจัดตั้ งบริษัท ถือเป็นคณะกรรมการที่มีบทบาทหน้าที่สำคัญในการดำเนินการเปลี่ยนทุนของรัฐวิส าหกิจเป็นหุ้นของบริษัท โดยมีหน้าที่กำหนดกิจการ สิทธิ หนี้ ความรับผิด และสินทรัพย์ของรัฐวิสาหกิจส่วนที่จะโอนให้แก่บริษัทที่จะจัดตั้งขึ้นและส่ว นที่จะให้ตกเป็นของกระทรวงการคลัง กำหนดพนักงานที่จะให้เป็นลูกจ้างของบริษัท กำหนดทุนเรือนหุ้นหรือทุนจดทะเบียนสำหรับการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำนวนหุ้ น และมูลค่าของหุ้นแต่ละหุ้น ตลอดจนรายการต่างๆ ที่เป็นส่วนของผู้ถือหุ้น กำหนดชื่อบริษัทโครงสร้างการบริหารงานของบริษัท รายชื่อกรรมการบริษัท และผู้สอบบัญชี จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับของบริษัท จัดทำร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ของบริษัทที่จัดตั้งใหม่ จัดทำร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดเงื่อนเวลายกเลิกรัฐวิสาหกิจในกรณีที่มีการโอนกิจการของรัฐวิสาห กิจทั้งหมดตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 19 แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว และเมื่อดำเนินการแล้วต้องเสนอผลการดำเนินการให้คณะกรรมการนโยบายทุนรัฐวิสา หกิจพิจารณาและนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติการเปลี่ยนทุนของการไฟฟ้า ฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นหุ้นของบริษัทและการจัดตั้งบริษัท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในขณะที่นายโอฬาร ไชยประวัติ ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งบริษัท นั้น นายโอฬารเป็นกรรมการในบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่เป็นผู้ถือหุ้นหลักในบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบกิจการเกี่ยวกับการสื่อสารและโทรคมนาคม จึงเป็นนิติบุคคลที่มีประโยชน์ได้เสียเกี่ยวข้องกับกิจการของ กฟผ. ซึ่งมีระบบรับส่งข้อมูลประกอบด้วยเส้นใยแก้วนำแสง และต่อมาบริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) ได้จัดตั้งบริษัท กฟผ.โทรคมนาคม จำกัด เพื่อประกอบกิจการโทรคมนาคมและการสื่อสารทุกชนิด บริษัท ชินคอร์ป จึงมีประโยชน์ได้เสียกับกิจการของ กฟผ. และบริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนั้น นายโอฬารยังเป็นกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่ กฟผ.ซื้อก๊าซธรรมชาติจากบริษัท ปตท. อีกด้วย นายโอฬารจึงเป็นกรรมการในนิติบุคคลที่มีประโยชน์ได้เสียเกี่ยวข้องกับกิจการ ของ กฟผ.และบริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) และมีลักษณะต้องห้ามเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งบ ริษัท และตามหลักฐานประวัติของนายโอฬารที่ใช้ประกอบการพิจารณาออกคำสั่งแต่งตั้งก็ ระบุการเป็นกรรมการดังกล่าวไว้ชัดเจน นายโอฬารจึงเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ในค ณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งบริษัท อันเป็นการขัดต่อหลักความเป็นกลางซึ่งผู้มีอำนาจออกคำสั่งแต่งตั้งได้รู้หรื อควรรู้ถึงลักษณะต้องห้ามดังกล่าวแล้ว คำสั่งแต่งตั้งนายโอฬารเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการเตรียมการจัดตั ้งบริษัทจึงขัดต่อกฎหมาย และถือได้ว่าเป็นเหตุอันมีสภาพร้ายแรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และไม่อาจนำหลักการพ้นจากตำแหน่งที่ว่าไม่กระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏ ิบัติไปตามอำนาจหน้าที่เพราะเหตุการขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 19 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 และตามหลักกฎหมายทั่วไป มาใช้กับกรณีนี้ จึงมีผลทำให้การกระทำใดๆ ของคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งบริษัทเสียไปทั้งหมด หรือไม่มีผลทางกฎหมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนั้น นายปริญญา นุตาลัย ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการจัดทำการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก็ ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งในทางกฎหมายถือว่าเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงมีลักษณะต้องห้ามเป็นกรรมการจัดทำการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามข้อ 5(3) ของระเบียบคณะกรรมการนโยบายทุนรัฐวิสาหกิจ ว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ.2543&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และข้อเท็จจริงยังป รากฏต่อไปว่า ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามมาตรา 19 วรรคหนึ่ง (9) ประกอบกับข้อ 6 และข้อ 9 ของระเบียบเดียวกัน อันเป็นขั้นตอนที่เป็นสาระสำคัญก่อนการตรา พ.ร.ฎ.ทั้งสองฉบับประกาศในหนังสือพิมพ์ และไม่ได้จัดให้มีการประกาศในหนังสือรายวันฉบับภาษาไทยฉบับเดียวกันติดต่อกั นสามวัน แต่กลับประกาศในหนังสือพิมพ์แยกเป็นสามฉบับ โดยประกาศฉบับละหนึ่งวัน ซึ่งไม่ถูกต้องตามระเบียบดังกล่าว อันเป็นการจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของบทบ ัญญัติในมาตรา 59 ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา 19 วรรคหนึ่ง (9) แห่ง พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2543&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในส่วนของบทบัญญัติใน พ.ร.ฎ.กำหนดอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ของบริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) พ.ศ.2548 มิได้มีบทบัญญัติใดที่จำกัดอำนาจการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นอำนาจมหาช น และเป็นอำนาจเฉพาะของรัฐ และบทบัญญัติในมาตรา 8 ที่ให้อำนาจบริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) กระทำได้โดยมีเงื่อนไขว่าต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกิจการผลิตไฟฟ้ า คือการประกาศกำหนดเขตเดินสายไฟฟ้า เดินสายส่งไฟฟ้า หรือสายจำหน่ายไฟฟ้าไปใต้ เหนือ ตาม หรือข้ามพื้นดินของบุคคลใด ปักหรือตั้งเสาสถานีไฟฟ้าย่อยหรืออุปกรณ์อื่นลงในหรือบนพื้นดินของบุคคล และอำนาจรื้อถอนโรงเรือนหรือทำลายสิ่งอื่นที่สร้างขึ้นหรือทำขึ้น หรือทำลาย หรือตัดฟัน ตัดต้น กิ่ง หรือรากของต้นไม้ หรือพืชผลในเขตเดินสายไฟ้ฟ้า อันเป็นการกระทบกระเทือนต่อสิทธิในทรัพย์สินของประชาชน ก็ไม่อาจกระทำได้ตามมาตรา 48 และมาตรา 49 ของรัฐธรรมนูญ ประกอบกับมาตรา 26 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับในส่วนที่เกี่ยวก ับทรัพย์สินของ กฟผ.ที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้น ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ทรัพย์สินดังกล่าวได้มาจากการเวนคืนเพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซและโรงไ ฟฟ้าพลังน้ำในท้องที่ตำบลบางปะกง เนื้อที่ประมาณ 176 ไร่ และสิทธิเหนือพื้นดินเกี่ยวกับระบบส่งไฟฟ้าและสายส่งไฟฟ้าทั้งหมดซึ่งเป็นทร ัพย์สินอันติดอยู่กับที่ดินและเป็นอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 139 ประกอบกับมาตรา 1298 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นสิทธิที่ก่อตั้งขึ้นโดย พ.ร.บ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511 จึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน โดยเฉพาะตามมาตรา 1304 (3) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และเป็นที่ราชพัสดุตามมาตรา 4 วรรคหนึ่งแห่ง พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ พ.ศ.2518 ซึ่งไม่อาจโอนไปให้บริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) ได้เช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยเหตุผล ที่วินิจฉัยข้างต้น ศาลปกครองสูงสุดจึงเห็นว่า การดำเนินการในขั้นตอนที่เป็นสาระสำคัญในการเปลี่ยนทุนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแ ห่งประเทศไทยเป็นหุ้นของบริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระทำของคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งบริษัทได้เสียไปทั้ งหมดหรือไม่มีผลตามกฎหมาย ย่อมมีผลทำให้การดำเนินการต่อมา รวมทั้งมติของคณะรัฐมนตรีที่มีมติอนุมัติเปลี่ยนทุนของ กฟผ.เป็นหุ้นและจัดตั้งบริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) รวมทั้งการออก พ.ร.ฎ.กำหนดอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ของบริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) พ.ศ.2548 และ พ.ร.ฎ.กำหนดเงื่อนเวลายกเลิกกฎหมายว่าด้วยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2548 เสียไปด้วยเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิพากษาเพิกถอน พ.ร.ฎ.กำหนดอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ของบริษัท กฟผ.จำกัด (มหาชน) พ.ศ.2548 และ พ.ร.ฎ.กำหนดเงื่อนเวลายกเลิกกฎหมายว่าด้วยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2548 ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2548 ซึ่งเป็นวันใช้บังคับ พ.ร.ฎ.ดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา: &lt;a href="http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01p0104240349&amp;day=2006/03/24" target="_blank"&gt;หนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;24 มีนาคม 2549&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-114316791859706047?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/114316791859706047/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=114316791859706047' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/114316791859706047'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/114316791859706047'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2006/03/blog-post_24.html' title='ศาลปกครองสูงสุดชี้ขาด ล้มกระดานแปรรูป กฟผ.'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-114291139717820340</id><published>2006-03-21T13:47:00.000+10:30</published><updated>2006-03-21T13:53:17.453+10:30</updated><title type='text'>หลังทักษิณ : เศรษฐกิจตลาดพอเพียง (Post Thaksin : Sufficient Market Economy)</title><content type='html'>โดย เสรี พงศ์พิศ www.phongphit.com โครงการมหาวิทยาลัยชีวิต สถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่ผู้คนต่อต้านและต้องการโค่นล้มวันนี้ไม่ใช่คนที่ชื่อทักษิณ ชินวัตร เท่านั้น แต่เป็น "ระบอบทักษิณ" หรือ "ทักษิณพาราไดม์" (Thaksin Paradigm) กระบวนทัศน์แบบทักษิณ ซึ่งแปลว่า "วิธีคิด วิธีปฏิบัติ วิธีให้คุณค่า ซึ่งตั้งอยู่บนฐานการมองโลกความเป็นจริงแบบหนึ่ง"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทักษิณมองโลกความเ ป็นจริงแบบปฏิบัตินิยมสุดโต่ง (Extreme Pragmatism) ใช้เสรีนิยมสุดขั้วเพื่อก่อให้เกิดทุนนิยมสุดลิ่มทิ่มประตู ใช้ทุกวิถีทาง (เงินและอำนาจ) เพื่อให้มันเกิดให้ได้ โดยไม่สนใจว่า เครื่องมือและเป้าหมายจะ "ไปด้วยกัน" ได้หรือไม่ เป็นอันเดียวกันได้หรือไม่ เพราะเขาถือว่า ผลลัพธ์สำคัญที่สำคัญ วิธีใดไม่สำคัญ ขอให้ได้ผลที่ต้องการก็พอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อแก้ปัญหายาเสพติด คนจำนวน 2,500 คน จึงตายไปโดยหาคำอธิบายให้โลกศิวิไลซ์เข้าใจไม่ได้ ความรุนแรงในภาคใต้ ตากใบ และกรือเซะ และกรณีความฉ้อฉลการโกงชาติที่พิสูจน์สัจธรรมที่ว่า ยิ่งมีอำนาจมาก ยิ่งฉ้อฉลมาก (absolute power.corrupt absolutely...)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คงเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกกระมังที่ถูกกล่าวหาว่า "ขายชาติ" ถูกไล่และประณามอย่างรุนแรงเช่นนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับทักษิณพาราไดม์ ประชาธิปไตยไม่ใช่เป้าหมาย เป็นเพียงเครื่องมือไปสู่อำนาจ ไปสู่ทุนนิยม ซึ่งคนกลุ่มหนึ่งได้ประโยชน์สูงสุด จึงเป็นที่มาของการทำทุกวิถีทางที่จะได้ ส.ส.ให้มากที่สุด การครอบงำสื่อ การครอบงำองค์กรอิสระ จนไม่มีการตรวจสอบ จนต้องตรวจสอบโดยประชาชนนอกสภาและในทุกรูปแบบอย่างที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งดุเดือดเลือดพล่านและรุนแรงมากกว่าในสภา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาทำได้ทุกอย่างโดยไม่ สนใจ "จริยธรรม" แล้วก็ต้องตกม้าตายเพราะ "ขาดจริยธรรม" เพราะแยก "ถูกต้อง" ออกจาก "ดี-งาม" นึกว่าจะแยกได้ อ้างตลอดเวลาว่าถูกต้องตามกฎหมายแต่บ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถามเรื่อง "จริยธรรม"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาทำทุกอย่างในนามของการพัฒนาประเทศ เป็นวิถีทุนนิยมที่เขาอ้างเสมอว่า "คุณต้องอยู่กับมัน ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม" ซึ่งเป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว เพราะเขาไม่ได้บอกว่าจะอยู่กับมันอย่างไร แบบไหนจึงจะ "สมดุลและยั่งยืน" กว่าที่กำลังเกิดขึ้นวันนี้ที่ประเทศไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าจะอยู่กับมันจำเป็นต้องข าย "สมบัติชาติ" ขายรัฐวิสาหกิจ จำเป็นต้องทำเอฟทีเอไปทั่วแบบมีผลประโยชน์แอบแฝง และอื่นๆ อีกร้อยแปดที่ปูดออกมาทั้งในสภา นอกสภา ทั้งลานพระบรมรูปและสนามหลวง ทั้งในอินเตอร์เน็ต ในสถาบันการศึกษา (ข้อสอบ มธ. และศาลจำลอง มธ.เป็นตัวอย่าง) ในการประชุมสัมมนา สภากาแฟ และที่บ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกด้านหนึ่ งอาจจะเข้าใจว่า คนที่เห็นด้วยและสนับสนุนระบอบทักษิณก็ยังมีอยู่ไม่น้อย เงินและอำนาจสามารถสร้างระบบอุปถัมภ์เอื้ออาทร แต่ทำให้คนอ่อนแอลง กลายเป็นไม้ในกระถางที่เขารดก็สดชื่น เขาไม่รดก็เหี่ยวเฉา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระบอบ ทักษิณก่อให้เกิดมาตรการต่างๆ ที่เรียกกันว่า ประชานิยม ซึ่งดูเหมือนว่าเป็นการสร้าง "สวัสดิการ" ให้ประชาชนโดยเฉพาะคนรากหญ้า คนระดับล่าง ซึ่งหลักของประชานิยมกับระบบอุปถัมภ์ตามแบบทฤษฎีพึ่งพา (dependency theory) นั้นอันเดียวกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นอะไรที่เกี่ยวโยงกับระบอบท ักษิณ ทักษิโณมิกส์ ภายใต้ทักษิณพาราไดม์ คือ ส่งเสริมให้เกิดการหมุนเวียนของทุนให้มากที่สุด ให้คนบริโภคมากที่สุด การพัฒนาประเทศวัดกันที่จีดีพี อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กองทุนหมู่บ้ านหนึ่งล้านก็ดี SML ก็ดี การพักชำระหนี้ก็ดี ได้ก่อให้เกิดหนี้สินในครัวเรือนของคนรากหญ้าแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เนื่องมาจากการส่งเสริมการบริโภคแบบสุดขั้วด้านหนึ่ง และยื่นเงินมาให้ใช้อีกด้านหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขนาดชุมชนที่เรียกได้ว่าเข้มแข็ง เป็นแหล่งดูงานอย่างบ้านนาอีสาน อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา ยัง "เป๋" เลย เคยมีกองทุนข้าวที่ชาวบ้านเอามารวมกันเพื่อแก้ปัญหาข้าวไปพอกิน ก่อนหนี้ได้ปีละ 50-60 เกวียน ปีกลายได้เพียง 10 เกวียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายเลี่ยม บุตรจันทา ผู้นำชุมชนบอกว่า ชาวบ้านซึ่งกำลังปลดหนี้ตัวเองตามวิถีแบบ ผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม ที่เน้นการพึ่งตนเอง และกำลังไปได้ดี วันนี้ชาวบ้านจำนวนหนึ่งกลับไปเป็นหนี้ในวงจรอุบาทว์เดิมๆ อีกแล้ว และเมื่อเกี่ยวข้าวเสร็จแทนที่จะเอาข้าวมารวมกัน ก็เอาไปขายเพื่อหาเงินไปใช้หนี้กองทุนหมู่บ้านหนึ่งล้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายเลี่ยมถามคุณทักษิณว่า ทำไมต้องแปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุนในเมื่อมันเป็นทุนอยู่แล้ว แปลงให้มันเป็นหนี้ทำไม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายเลี่ยมและชุมชนแบบบ้านนาอีสานได้พยายามมานานหลายปีที่จะหาทางแก้ปัญหาหนี้ สินและการทำมาหากินแบบเดิมๆ ด้วยการจัดระเบียบชีวิตใหม่ ค้นหา "ทุน" ให้ท้องถิ่น ทั้งทรัพยากร ความรู้ภูมิปัญญา และทุนทางสังคม และเริ่มจัดการชีวิตของตนเองในอีกแบบหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แบบที่ได้เรียนรู้จากผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม จากไม้เรียง จากอินแปง จากชุมชนที่พบทางออกแบบนี้มาก่อน แบบ "พึ่งตนเอง" แบบ "พอเพียง"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เนื่องเพราะต้องอยู่ในสังคม "ทุนนิยม" แบบทักษิโณมิกส์ ชุมชนบ้านนาอีสานจึงเหมือนคนที่กำลังฟื้นไข้ กำลังดีวันดีคืน วันหนึ่งก็เจอเชื้อโรคตัวใหม่ที่รุนแรง ทำให้ภูมิคุ้มกันที่ยังไม่ค่อยแข็งแรงนัก รับไม่ไหว อาจถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่ออีกไม่นาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่ขนาดชุมชนที่คนไปเรียนรู้ดูงาน ไปดูตัวอย่างชุมชนเข้มแข็งยัง "เป๋" แล้วชุมชนอื่นๆ ทั่วไปจะปานไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สถานการณ์ถึงขั้นนี้ คงไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ววันนี้ มีอย่างเดียวเท่านั้น คือต้องช่วยกันปลุกคนให้ตื่นจากความฝัน ฝันที่ทักษิณได้กระหน่ำวาดไว้ให้สวยงาม ฝันประเภท "พรุ่งนี้รวย"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เมื่อความฝันสิ้นสุดลง คนก็เริ่มค้นหาความจริงกันใหม่" อมาตยา เซน รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ชาวอินเดียบอกไว้ และกล่าวต่อว่า "เพื่อก้าวพ้นนิยายของการพัฒนา เราจะต้องมีระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นที่พึ่งตนเอง"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สังคมไทยหลังทักษิณจะต้องก้าวข้ามระบอบทักษิณและทักษิณพาราไดม์ และต้องสร้างกระบวนทัศน์พัฒนาใหม่ขึ้นมา (development paradigm)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กระบวนทัศน์พัฒนาใหม่ของสังคมไทย ต้องมีรากฐาน รากเหง้าในสังคมไทย สืบทอดภูมิปัญญาไทย ใช้ทรัพยากรท้องถิ่นของไทย ให้สามารถพึ่งพาตนเองและอยู่ในโลกได้อย่างเป็นตัวของตัวเอง ไม่ใช่ไปขึ้นต่อและยอมทุกอย่างเพียงเพื่อให้ได้ "ทุน" อย่างที่กำลังเป็นอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โลกวันนี้กำลังเปลี่ยน จีดีพีไม่ใช่ตัวชี้วัดการพัฒนาอีกต่อไป เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นและต้องเป็นส่วนหนึ่งของส่วนรวมแบบบูรณาการ ไม่ใช่แกนนำ แกนหลักอีกต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำว่า "การพัฒนาแบบยั่งยืน" ไม่ใช่วาทกรรมเพื่อให้ดูดี แต่เป็นปรัชญาที่ทั่วโลกกำลังหาแนวทาง เครื่องมือ กลไก เพื่อทำให้เป็นจริง อาจจะไม่ได้อย่างภูฏาน ประเทศเล็กๆ และด้อยพัฒนาในสายตาแบบเก่าๆ แต่ก้าวหน้าอย่างยิ่งในกระบวนทัศน์พัฒนาใหม่ เพราะภูฏานโมเดล ใช้ "ความสุข" เป็นตัวชี้วัดการพัฒนาประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) แต่เป็นความสุขมวลรวมประชาชาติ (GDH) ซึ่งโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ก็เริ่มใช้โดยการพัฒนากรอบ เกณฑ์และตัวชี้วดัการพัฒนายั่งยืนขึ้นมาใหม่ ให้สอดคล้องกับ GDH&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประเทศภูฏานยังปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มีพระราชาธิบดีเป็นประมุข พระองค์ทรงให้แนวทางการพัฒนาประเทศแบบนี้มากกว่า 30 ปีแล้ว และค่อยๆ พัฒนาเรื่อยมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประเทศไทยโชคดีมีพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่มาก ทรงครองราชย์มาถึง 60 ปี ทรงให้แนวทางการพัฒนาคล้ายกับของภูฏานมานานกว่า 30 ปี เช่นเดียวกัน แต่โชคร้ายที่ประเทศไทยไม่ได้รับเอาพระราชดำริและพระปรีชาญาณของพระองค์ท่าน มาปฏิบัติอย่างจริงจัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระองค์ท่านทรงสอนให้ค่อยๆ พัฒนาเป็นขั้นเป็นตอน ให้มีรากฐานที่มั่นคง ทรงใช้คำว่าเศรษฐกิจพอเพียงไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 2540 พร้อมกับแนะนำทฤษฎีใหม่ในการพัฒนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในปีมหามงคลของการเฉลิมฉลองการครอ งราชย์ 60 ปี ของพระองค์ท่าน สังคมไทยต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เปลี่ยนให้ถึงรากฐาน ประกาศเป้าหมายแห่งชาติร่วมกัน (national goal) ว่า สังคมไทยจะต้องใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัจจุบันเราไม่ได้ใช้เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญา เป็นเป้าหมาย รัฐบาลนี้ใช้เป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้ตนเองเท่านั้น เป็นเพียงดอกไม้ในแจกันที่ตั้งไว้ประดับโต๊ะทำงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จำเป็นต้องศึกษาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงใหม่ เพื่อให้เป็นรากฐานสำหรับกระบวนทัศน์ใหม่ให้เป็น "วิธีคิด วิธีปฏิบัติ วิธีให้คุณค่า" ซึ่งตั้งอยู่บนฐานการมองโลกแบบหนึ่ง แบบที่ต้องแตกต่างไปจากทักษิณพาราไดม์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่ มีหลักสำคัญสามประการคือ ความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ซึ่งหากมองจากมุมของชุมชนคนรากหญ้า อยากตีความว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก) ความพอประมาณ คือ "มาตรฐานชีวิต" ของผู้คน ไม่ใช่เพียงรายได้ขั้นต่ำกว่าขีดความยากจน แต่เป็นอะไรที่ทำให้คน "อยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและมีกินตลอดชีวิต" มีสิ่งตอบสนองความจำเป็นขั้นพื้นฐาน พึ่งตนเองได้ พึ่งพาอาศัยกันได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข) ความมีเหตุมีผล คือการพัฒนาแบบนี้ทำให้เราอยู่ได้ คนอื่นอยู่ได้ ลูกหลานในอนาคตก็อยู่ได้โดยไม่ขาดแคลนไม่ใช่พ่อแม่ใช้วันนี้จนหมด แม้กระทั่งรายได้ในอนาคตและทรัพยากรในอนาคต ไม่เหลืออะไรไว้ให้ลูกหลาน เหลือไว้แต่หนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การพัฒนาแบบนี้ไม่ได้ปฏิเสธเทคโนโลยี ไม่ได้ปฏิเสธการผลิตเพื่อขายในตลาด หรือการส่งออก แต่ทำอย่างมีเหตุมีผล คือทำเพื่อการบริโภคในท้องถิ่นอย่างพอเพียง และผลิตเพื่อขายในตลาดอย่างสมเหตุสมผล คือแข่งขันได้จึงเอาออกไปไม่ลงทุนโดยเสี่ยงมากเกินไป หากล้มเหลวขาดทุนจะเกิดผลเสียหายกับตนเอง ชุมชนและท้องถิ่นได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค) การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว คือการสร้างระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นที่พึ่งตนเอง เป็นระบบที่เกิดจากการเรียนรู้ จากข้อมูลท้องถิ่น ข้อมูลภายนอก มีแผนแม่บทชุมชน แผนยุทธศาสตร์และแผนการทำงานที่สร้างระบบ และเชื่อมระบบเล็กๆ ต่างๆ เข้าด้วยกัน ระบบการผลิต ระบบการบริโภค ระบบการออม ระบบสวัสดิการ ระบบสุขภาพ ระบบสิ่งแวดล้อม ระบบวิสาหกิจชุมชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระบบดังกล่าวเป็นหลักประกันให้ชุมชนอยู่ได้ด้วยตนเองไม่ "ขึ้นต่อ" หน่วยงานราชการนักการเมือง พ่อค้า นักวิชาการ เอ็นจีโอ พวกเขาเป็นตัวของตัวเอง อยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ อย่างภาคีพันธมิตร (partnership) ไม่ใช่อย่างผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาหรือผู้ถูกอุปถัมภ์เอื้ออาทร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระบบดีคือภูมิคุ้มกันที่ดีของชุมชน เกิดชุมชนเข้มแข็ง เป็นระบบเล็ก ทั่วแผ่นดินที่เชื่อมโยงกันเป็นระบบใหญ่ เป็นองคาพยพเหมือนร่างกายของคน ซึ่งสัมพันธ์กันเป็นองค์รวม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่เป็นการมองมาจากชุมชน แต่เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่เรื่องชุมชนหรือคนรากหญ้า คนยากจนเท่านั้น แต่เป็นปรัชญาการพัฒนาประเทศ ปรัชญาที่ต้องใช้กับทุกภาคส่วนทั้งอุตสาหกรรม ทั้งภาคบริการ การบริหารจัดการประเทศโดยรวม ซึ่งต้องคงได้รูปแบบที่เหมาะสมที่แตกต่างไปจากรูปแบบที่กำลังเกิดขึ้นในชุมชนหลายแห่งที่ได้กล่าวถึงก่อนนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กระบวนทัศน์พัฒนาใหม่นี้จะต้องมีเศร ษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญา ในเวลาเดียวกันก็ยังใช้ทุนนิยมต่อไปได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กระบวนทัศน์ใหม่นี้ ไม่ใช่วิธีคิดแบบปฏิบัตินิยม-เสรีนิยมสุดขั้วแต่เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นวิธีคิดที่ต้องใหญ่กว่าทุนนิยม เป็นวิธีคิดที่กำหนดวิธีปฏิบัติและวิธีให้คุณค่า รวมทั้งหารูปแบบที่เหมาะสม ให้ทุนนิยมและสังคมโดยรวม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เศรษฐกิจพอเพียงกับทุนนิยมอาจจะฟังดูขัดแย้งกัน เป็นความจริงที่ประหลาด (paradox) แต่ก็เป็นไปได้ที่เราจะพัฒนา "เศรษฐกิจตลาดแบบพอเพียง" (Sufficient Market Economy) เช่นเดียวกับที่จีนใช้ "เศรษฐกิจตลาดแบบสังคมนิยม" (Socialist Market Economy) ซึ่งเป็นความจริงที่ประหลาดมากกว่าอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จีนยังมีอุดมการณ์และระบอบสังคมนิยม แต่ปรับกลไกและการดำเนินงานที่ยืดหยุ่นให้เป็น "ทุนนิยม" เพื่อให้เกิด "ประสิทธิภาพ" และให้สามารถอยู่ในโลกที่เป็นโลกาภิวัตน์ที่เชื่อมโยงกันหมดและแข่งขันกันสูงนี้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่จีนก็ยังหนักแน่นในอุดมการณ์สังคมนิยม ซึ่งเป็นตัวกำกับทุนนิยม ยังมีพรรค ยังมีสภาประชาชน ยังมีกลไกของสังคมนิยมคอมมิวนิสต์อยู่เต็มรูปแบบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สังคมไทยต้องการอุด มการณ์และระบอบใหม่ ซึ่งความจริงก็มีรากฐานเดิมเป็นทุนอยู่แล้วไม่น้อย แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตั้งแต่ฉบับที่ 8 จนถึงฉบับที่ 10 ที่กำลังจะออกมาเป็น "นวัตกรรม" ระดับโลก ซึ่งเน้นการพัฒนาคน คุณภาพชีวิต ความสุข โดยไม่ได้เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่แผนเหล่านี้ไม่มีความหมายในสายตาของระบอบทักษิณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงเวลาต้องมารวม กันคิดว่า ในทุกภาคส่วนจะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจพอเพียงเกิดขึ้นได้ต้องตั้งคำถามกันใหม่ และทำความเข้าใจใหม่ว่า "เศรษฐ" ไม่ได้ว่าเงินทองเท่านั้น แต่หมายถึงความเจริญ ซึ่งจะมาจากความพอเพียงทางจิตใจ ทางปัญญา ทางสิ่งแวดล้อม ทางสังคม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลิกตั้งคำถามว่า "ทำอย่างไรจะรวย" ต้องตั้งคำถามว่า "ทำอย่างไรจะมีความสุข" และเลิกคิดว่า คนที่ตั้งคำถามเรื่องความสุขเป็นคนเพ้อฝัน เพราะคนเพ้อฝันจริงคือคนที่ตั้งคำถามเรื่องจะรวยต่างหาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าไม่อยากให้เกิดระบอบทักษิณขึ้นมาอีก เราต้องสร้างระบอบใหม่ ระบอบที่เกิดจากกระบวนทัศน์พัฒนาใหม่ ซึ่งอาจจะเรียกเศรษฐกิจตลาดแบบพอเพียง (Sufficient Market Economy) ที่ทำให้เกิดการพัฒนายั่งยืน ซึ่งแปลว่าพัฒนาแล้วดีขึ้น และผู้คนอยู่เย็นสุขจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา: &lt;a href="http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01act01210349&amp;show=1&amp;sectionid=&amp;day=2006/03/21" target="_blank"&gt;มติชนออนไลน์&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;21 มีนาคม 2549&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-114291139717820340?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/114291139717820340/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=114291139717820340' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/114291139717820340'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/114291139717820340'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2006/03/post-thaksin-sufficient-market-economy.html' title='หลังทักษิณ : เศรษฐกิจตลาดพอเพียง (Post Thaksin : Sufficient Market Economy)'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-114286050393572134</id><published>2006-03-20T23:35:00.000+10:30</published><updated>2006-03-20T23:45:04.253+10:30</updated><title type='text'>"หยุดระบบทักษิณ!" - แก้วสรร อติโพธิ</title><content type='html'>หนังสือ "หยุดระบอบทักษิณ" ของอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ที่ถูกตำรวจสันติบาลยึดไป ดาวน์โหลด pdf ได้ที่ &lt;a href="http://files.thaiday.com/download/stop.pdf" target="_blank"&gt;http://files.thaiday.com/download/stop.pdf&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-114286050393572134?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/114286050393572134/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=114286050393572134' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/114286050393572134'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/114286050393572134'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2006/03/blog-post_20.html' title='&quot;หยุดระบบทักษิณ!&quot; - แก้วสรร อติโพธิ'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-114268717672839244</id><published>2006-03-18T23:34:00.000+10:30</published><updated>2006-03-18T23:36:16.730+10:30</updated><title type='text'>การเผชิญความขัดแย้ง (อารยวิวาทะ) อย่างสันติ</title><content type='html'>โดย ว.วชิรเมธี อาจารย์พิเศษ บัณฑิตวิทยาลัย มจร.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้องจับประเด็นให้ชัดว่า สถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องของคนสองคน หรือของคนสองกลุ่มกำลัง "ทะเลาะกัน" ด้วยเรื่องของผลประโยชน์ส่วนตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากแต่เป็นเรื่องของการพยายามเรียกร้องให้มีการ "บริหารราชการแผ่นดินโดยธรรม" (ธรรมาภิบาล) ซึ่งเป็นเรื่องของคนทั้งประเทศจากทุกภาค ทุกส่วน และทุกหมู่เหล่า ที่เรียกร้องต่อผู้นำประเทศของตน คือ นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้มีการบริหารการปกครองโดยชอบธรรม และการเรียกร้องต้องการให้มีการเมืองการปกครองที่กอปรด้วยจริยธรรม รวมทั้งการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของผู้นำประเทศ เช่นที่กำลังเป็นอยู่อย่างเข้มข้นนี้ เป็นสิทธิอันชอบธรรมของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;เมื่อประเด็นหลักเ ป็นเช่นนี้แล้ว สิ่งที่เราคนไทยต้องทำจึงไม่ใช่การเรียกร้องให้ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายต่อต้านมา "รอมชอมกัน" เพียงเพื่อให้เรื่อง "จบๆ ไปเสียที"&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะการทำเช่น นี้ก็เท่ากับว่าเรายอม &lt;b&gt;"ปรองดองกับความชั่วความเสื่อม"&lt;/b&gt; ที่กำลังคุกคามแผ่นดินไทย สังคมไทย และจะกลายเป็นการเปิดโอกาสให้มีการสถาปนาระบอบการเมืองการปกครอง ที่ไม่ชอบธรรม ทำลายธรรม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงค่านิยมของสังคมไทยให้กลายเป็นสังคมที่ไม่มีบรรทัดฐานทางจริยธรรมไปในที่สุด &lt;a href="http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01act01140349&amp;day=2006/03/14" target="_blank"&gt;อ่านต่อ&gt;&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์&lt;br /&gt;วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2549&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-114268717672839244?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/114268717672839244/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=114268717672839244' title='12 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/114268717672839244'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/114268717672839244'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2006/03/blog-post_114268717672839244.html' title='การเผชิญความขัดแย้ง (อารยวิวาทะ) อย่างสันติ'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>12</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-114268676542713139</id><published>2006-03-18T23:24:00.000+10:30</published><updated>2006-03-18T23:29:25.530+10:30</updated><title type='text'>"ความจริง" ที่ "ทักษิณ " ยังไม่ตอบ</title><content type='html'>&lt;b&gt;สมาคมนักข่าวหนังสือพิมพ์ฯ-นักข่าววิทยุฯสรุปประ เด็นข้อสงสัย ต่อการบริหารงานของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทับซ้อน หลังจากได้เชิญ พ.ต.ท.ทักษิณ ไปตอบคำถามสื่อมวลชน ก่อนวันเลือกตั้ง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      ตามที่ทางสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ได้เชิญ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีมาให้ข้อมูลและตอบคำถามของผู้สื่อข่าว ณ. อาคารที่ทำการของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ก่อนวันที่ &lt;/span&gt;2 &lt;span lang="AR-SA"&gt;เมษายน เพื่อให้เกิดความกระจ่างในประเด็นที่สาธารณชนสงสัย และยังเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองให้คลี่คลายไปด้วยสันติ ในระหว่างที่ทางสมาคมทั้งสองกำลังรอคำตอบจากรัฐบาลอยู่นั้น ทางสมาคมนักข่าวฯ ได้ขอให้บรรณาธิการและนักข่าวอาวุโสจัดทำเอกสารขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อเผยแพร่ เป็นการให้ความรู้ ปูความเข้าใจและชี้ประเด็นที่เป็นข้อสงสัย เพื่อให้เกิดความเข้าใจถึงปมเงื่อนของปัญหาที่เกิดขึ้นและช่วยสร้างความเข้า ใจร่วมกันก่อน โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;หากพิจารณาเนื้อหาโดยละเอียดที่พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตรหัวน้าพรรคไทยรักไทยชี้แจงข้อกล่าวหาในการซุกหุ้นและการขายหุ้นชินคอ ร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน)หรือชินคอร์ปในรายการถึงลูกถึงคน เมื่อวันที่ &lt;/span&gt;10 &lt;span lang="AR-SA"&gt;มีนาคม การชี้แจงที่สนามหลวงและสาบานต่อหน้าวัดพระแก้ว ท่ามกลางชาวบ้านที่ระดมมาให้กำลังใจเรือนแสนเมื่อวันที่ &lt;/span&gt;3 &lt;span lang="AR-SA"&gt;มีนาคม &lt;/span&gt;2549 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ที่ผ่านมาแล้ว สาระสำคัญแทบไม่ได้ต่างจากจดหมายเปิดผนึกที่พันตำรวจโททักษิณทำถึงสมาชิกพรร คก่อนหน้านี้แต่อยางใด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;เมื่อเอาเข้าจริงปรากฏว่า ในคำชี้แจงดังกล่าวกลับมีข้อสงสัยในหลายประเด็นที่พันตำรวจโททักษิณยังไม่ได ้ตอบหรือเลือกที่จะพูดความจริงเพียงเสี้ยวเดียว โดยเฉพาะกรณีการโอนหุ้นแบบพิสดารพันลึกของครอบครัวและการขายหุ้นของบริษัทชิ นคอร์ปให้แก่บริษัท เทมาเส็ก โฮลดดิ้งของสิงคโปร์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;strong&gt;&lt;span style=";font-family:&amp;quot;;"  lang="AR-SA"&gt;ปริศนารอดคดีซุกหุ้น&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;เรื่องแรกที่พันตำรวจโททักษิณ ชี้แจงนั้น อ้างว่าวันแรกที่ประกาศลงสนามการเมือง ก็ถูกจ้องเล่นงานด้วยเรื่องหุ้น แต่ในที่สุดก็รอดมาได้เพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าตนไม่มีเจตนาปกปิดซุกหุ ้น ในประเด็นนี้จะต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงในคำพิพากษาและวิธีการตัดสินของศาล รัฐธรรมนูญซึ่งจะพบว่าเป็นอย่างที่พันตำรวจโททักษิณกล่าวอ้างหรือไม่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;ศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ &lt;/span&gt;3 &lt;span lang="AR-SA"&gt;สิงหาคม &lt;/span&gt;2544 &lt;span lang="AR-SA"&gt;พิพากษาว่า พันตำรวจโททักษิณ ไม่มีความผิดตามมาตรา &lt;/span&gt;295 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ด้วยเสียง &lt;/span&gt;8 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ต่อ&lt;/span&gt; 7&lt;span lang="AR-SA"&gt;รอดอย่างหวุดหวิด ทว่าในจำนวน &lt;/span&gt;7 &lt;span lang="AR-SA"&gt;เสียงข้างน้อย ลงมติชัดเจนว่า พันตำรวจโททักษิณ จงใจที่จะปกปิดบัญชีทรัพย์สินหรือจงใจซุกหุ้น มีเพียง &lt;/span&gt;4 &lt;span lang="AR-SA"&gt;เสียงเท่านั้นที่วินิจฉัยว่า พันตำรวจโททักษิณ ไม่จงใจซุกหุ้น ดังนั้นเสียงจงใจย่อมมากกว่าไม่จงใจคือ &lt;/span&gt;7 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ต่อ &lt;/span&gt;4&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;ในขณะที่ตุลาการอีก &lt;/span&gt;4 &lt;span lang="AR-SA"&gt;เสียง ไม่ได้พิจารณาในข้อเท็จจริงว่า พันตำรวจโททักษิณ จงใจหรือไม่ เพียงแต่อ้างว่ามาตรา &lt;/span&gt;295 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ของรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถบังคับใช้กับกับพันตำรวจโททักษิณได้ เนื่องจากพ้นจากกตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีสมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ก่อนการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;แต่เมื่อนำเสียงที่พิพากษาว่า มิได้จงใจซุกหุ้น &lt;/span&gt;4 &lt;span lang="AR-SA"&gt;เสียง บวกกับอีก&lt;/span&gt; 4 &lt;span lang="AR-SA"&gt;เสียงที่อ้างว่า มาตรา &lt;/span&gt;295 &lt;span lang="AR-SA"&gt;บังคับใช้กับพันตำรวจโททักษิณไม่ได้ จึงกลายเป็น &lt;/span&gt;8 &lt;span lang="AR-SA"&gt;เสียง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;วิธีการตัดสินคดีของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในลักษณะนี้ จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;strong&gt;&lt;span style=";font-family:&amp;quot;;"  lang="AR-SA"&gt;ซุกหุ้นแหกกฎพลังธรรม&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=";font-family:&amp;quot;;" &gt;       &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;ก่อนที่เกิดปัญหาคดีซุกหุ้น พันตำรวจโททักษิณ ลืมไปหรือไม่ว่าในสมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ปี &lt;/span&gt;2537 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ครอบครัวชินวัตรนำหุ้นบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัทแอดวานซ์อินโฟเซอร์วิส จำกัด (เอไอเอส.) และบริษัทยูไนเตดคอมมูนิเกชั่น จำกัด (ยูคอม) ไปใส่ไว้ในชื่อคนรับใช้อย่างน้อย &lt;/span&gt;3 &lt;span lang="AR-SA"&gt;คน คือ "บุญชู เหรียญประดับ" "ชัยรัตน์ เชียงพฤกษ์" "ดวงตา วงศ์ภักดี" มูลค่ารวมกันกว่า &lt;/span&gt;11,000 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ &lt;/span&gt;25 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ในหุ้นที่ถืออยู่ในชื่อของ พ.ต.ท. ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตรในขณะนั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;แม้รัฐธรรมนูญขณะนั้น มิได้กำหนดให้รัฐมนตรีต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน แต่ช่วงเวลาดังกล่าว พันตำรวจโททักษิณ เป็นรัฐมนตรีสังกัดพรรคพลังธรรมที่มี " พล.ต.จำลอง ศรีเมือง " เป็นหัวหน้าพรรค&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;พล.ต.จำลอง ประกาศว่า แม้รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดให้แสดงบัญชีทรัพย์สิน แต่เพื่อความโปร่งใสรัฐมนตรีของพรรคต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน โดยมีการติดแจ้งประกาศไว้ที่พรรค ทำให้พันตำรวจโททักษิณต้องยอมรับกฎเกณฑ์ดังกล่าวโดยดุษฎี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;เป็นที่ฮือฮาอย่างมาก เมื่อ พันตำรวจโททักษิณแสดงบัญชีว่าตนมีเงินสดและมีหุ้นมูลค่ามหาศาล แต่กลับไม่เคยแจ้งว่ามีหุ้นที่ฝากไว้กับคนรับใช้กว่า &lt;/span&gt;11,000 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านบาท การกระทำดังกล่าวเป็นเมินเฉยต่อกฎเกณฑ์ของพรรคพลังธรรมและเป็นดัชนชี้วัดจริ ยธรรมตั้งแต่เข้าสู่สนามการเมืองครั้งแรกของพันตำรวจโททักษิณว่าอยู่ในระดับ ใด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือ พันตำรวจโททักษิณ ไม่เคยบอกว่าหุ้นที่เอาไปฝากไว้ที่คนรับใช้กว่าหมื่นล้านบาท ทำไปเพื่อวัตถุประสงค์อะไรและเพื่อประโยชน์อะไร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;แม้จะเป็นที่รู้กันว่า หุ้นในชื่อคนรับใช้เหล่านี้สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ครอบครัวชินวัตรได้มาก มายมหาศาล โดยไม่มีใครตรวจสอบหรือรู้ได้ในขณะนั้น (ไม่มีใครตรวจสอบได้) แต่ถ้าหุ้นจำนวนดังกล่าวอยู่ในชื่อของคนในครอบครัวชินวัตรโอกาสที่จะนำไปแสว งหาประโยชน์อย่างเป็นกอบเป็นกำก็ทำได้ยากมากกว่าฝากไว้ในชื่อคนรับใช้ผู้จงร ักภักดีและไม่มีใครรู้จัก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;สิ่งสำคัญยังกลายเป็นชนวนเหตุให้คุณหญิงพจมานถูกสำนักงานคณะกรรมการก ำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ปรับเป็นเงิน &lt;/span&gt;6.3 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านบาทเศษ เมื่อเดือนตุลาคม &lt;/span&gt;2544 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ในฐานความผิดที่ว่าไม่รายงานการซื้อขายหุ้นทุกๆ &lt;/span&gt;5 % &lt;span lang="AR-SA"&gt;แต่ก.ล.ต.ได้ละเว้นโทษการใช้ข้อมูลภายในการซื้อขายหุ้น(อินไซด์ เทรดดิ้ง) ในช่วงที่มีมีการเพิ่มทุนบริษัทชินคอร์ปเมื่อวันที่ &lt;/span&gt;12 &lt;span lang="AR-SA"&gt;พฤศจิกายน &lt;/span&gt;2536 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ทำให้ครอบครัวชินวัตรซื้อหุ้นเพิ่มทุนผ่านคนรับใช้ในราคาถูกได้ประโยชน์มหาศ าล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;ข้ออ้างของ ของ ก.ล.ต.คือ เอกสารซื้อหุ้นหายเพราะโบรกเกอร์ถูกปิดไปในช่วงวิกฤติปี &lt;/span&gt;2540&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;strong&gt;&lt;span style=";font-family:&amp;quot;;"  lang="AR-SA"&gt;ขายหุ้นให้ลูกชายจริงหรือ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;พันตำรวจโททักษิณชี้แจงว่า หลังวันที่ &lt;/span&gt;1 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ธันวาคม &lt;/span&gt;2543 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ไม่มีหุ้นในมือแม้แต่หุ้นเดียว เนื่องจากได้มีการโอนหุ้นให้แก่ลูกชาย(นายพานทองแท้ ชินวัตร)หมดแล้ว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;แต่ในข้อเท็จจริง สิ่งที่พันตำรวจโททักษิณไม่เคยปริปากบอกต่อสาธารณชนก็คือ การโอนหุ้นชินคอร์ปจำนวน &lt;/span&gt;103 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านหุ้นให้แก่นายพานทองแท้ นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ และนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อวันที่ &lt;/span&gt;1 &lt;span lang="AR-SA"&gt;กันยายน &lt;/span&gt;2543 &lt;span lang="AR-SA"&gt;เป็นการขายหุ้นให้แก่บุคคลทั้งสาม (ในราคาหุ้นละ&lt;/span&gt;10&lt;span lang="AR-SA"&gt;บาท จากราคาตลาด&lt;/span&gt;150 &lt;span lang="AR-SA"&gt;บาท ทำให้มี "ส่วนต่าง "ราคาหุ้นกว่า &lt;/span&gt;1 &lt;span lang="AR-SA"&gt;หมื่นล้านบาท) โดยไม่มีการจ่ายเงินกันแม้สักสลึงเดียว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า มีการรซิ้อขายหุ้นกันจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงเจตนาลวง (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา &lt;/span&gt;155 &lt;span lang="AR-SA"&gt;วรรค &lt;/span&gt;1)&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;เมื่อไม่มีการจ่ายเงินกันจริง แต่จ่ายกันในรูปของ &lt;/span&gt;“&lt;span lang="AR-SA"&gt;ตั๋วเงิน&lt;/span&gt;” &lt;span lang="AR-SA"&gt;ที่ออกกันอย่างง่ายๆ กล่าวคือ พานทองแท้ซื้อหุ้นชินคอร์ปไป &lt;/span&gt;73 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านหุ้น มูลค่า &lt;/span&gt;730 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านบาท แต่ไม่ได้จ่ายเงินจำนวนดังกล่าว แต่จ่ายในรูปของตั๋วเงินที่ออกโดยนายพานทองแท้ ทำให้นายพานทองแท้เป็นหนี้คุณหญิงพจมานและพันตำรวจโททักษิณอยู่กว่า &lt;/span&gt;730 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านบาท(ไม่รวมการขายหุ้นธนาคารทหารไทย ทำให้นายพานทองแท้เป็นหนี้คุณหญิงพจมานอีกกว่า &lt;/span&gt;4,000 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านบาท)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;เช่นเดียวกับกรณีของนายบรรณพจน์และนางยิ่งลักษณ์ ก็จ่ายเงินในรูปของตั๋วเงินให้แก่คุณหญิงพจมาน และพันตำรวจโททักษิณอยู่ ทำให้เป็นหนี้บุคคลทั้งสองอยู่ &lt;/span&gt;268 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านบาทและ &lt;/span&gt;20 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านบาทตามลำดับ(ดูบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของพันตำรวจโททักษิณที่แสดงต่อป&lt;/span&gt; .&lt;span lang="AR-SA"&gt;ป.ช.เมื่อ &lt;/span&gt;15 &lt;span lang="AR-SA"&gt;มีนาคมและ &lt;/span&gt;7 &lt;span lang="AR-SA"&gt;พฤศจิกายน &lt;/span&gt;2544)&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;ภายหลังจากที่พันตำรวจโททักษิณและคุณหญิงพจมานขายหุ้นชินคอร์ปให้แก่ บุคคลทั้งสามแล้ว ได้แจ้งต่อสำนักงาน ก.ล.ต.ไม่มีหุ้นชินคอร์ปเหลืออยู่ ทั้งๆที่ พันตำรวจโททักษิณ ยังถือหุ้นชินคอร์ปผ่านบริษัท แอมเพิล ริช อินเวสต์เมนต์ อยู่ &lt;/span&gt;32.9 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านหุ้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;หลังจากวันที่ &lt;/span&gt;1 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ธันวาคม &lt;/span&gt;2543 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ได้โอนหุ้นบริษัทแอมเพิลริช&lt;/span&gt; (&lt;span lang="AR-SA"&gt;ราคาเพียง &lt;/span&gt;1 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ดอลลาร์สหรัฐ แต่มีทรัพย์สินเป็นหุ้นชินคอร์ปกว่า &lt;/span&gt;329.2 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านบาท) ให้นายพานทองแท้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;ดังนั้น บุคคลภายนอก แม้แต่ ก.ล.ต.ก็ไม่เคยรู้ก็คือหุ้นชินคอร์ป&lt;/span&gt; 32.9 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านหุ้น ที่แอมเพิล ริชถืออยู่ ถูกโอนจาก พันตำรวจโททักษิณอย่างเงียบๆ จนกระทั่ง ก.ล.ต.ตรวจพบในปี &lt;/span&gt;2544 &lt;span lang="AR-SA"&gt;จึงได้มีการแจ้งย้อนหลังกลับไป ในลักษณะดังกล่าว จะเป็นเจตนาปกปิดด้วยหรือไม่ &lt;/span&gt;? &lt;span lang="AR-SA"&gt;ทำไม ก.ล.ต.จึงอ้างว่า ไม่มีเจตนาและให้ยุติเรื่อง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;strong&gt;&lt;span style=";font-family:&amp;quot;;"  lang="AR-SA"&gt;บทบาท"คนสนิท"พจมาน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;พันตำรวจโททักษิณ ชี้แจงว่าการโอนหุ้นให้ลูกชายเป็นการโอนจริงเพราะลูกชายก็บรรลุนิติภาวะแล้ว อยู่ในวิสัยที่จะรับผิดชอบธุรกิจต่อไปได้หลังจากโอนหุ้นไปแล้ว โดยมีลุง(นายบรรณพจน์)เป็นประธานกรรมการบริษัทชินคอร์ปเป็นผู้ดูแลและให้คำป รึกษา รวมทั้งการว่าจ้างที่ปรึกษาให้เป็นผู้ดูแลด้วย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;แต่จากข้อมูลที่ตรวจสอบพบปรากฏว่าคนที่เข้าไปจัดการหุ้นทั้งหมดล้วนแ ต่เป็นลูกน้องคนสนิทของคุณหญิงพจมานทั้งสิ้น อย่างน้อย &lt;/span&gt;2 &lt;span lang="AR-SA"&gt;คน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;คนแรกคือ นางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน โดยมีบทบาทตั้งแต่การเอาหุ้นไปใส่ชื่อคนรับใช้ นำเอกสารไปให้คนรับใช้เซ็นในคดี "ซุกหุ้น ภาคคนรับใช้"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;นอกจากนั้น นางกาญจนภายังเป็นผู้ที่ติดต่อให้นายวันชัย หงษ์เหิน เจ้าหน้าที่ห้องค้าหลักทรัพย์ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ภัทรธนกิจเป็นผู้ซื้อขายหุ้นของครอบครัวชินวัตรในคน รับใช้อีกด้วย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;นางกาญจนภา หงษ์เหินให้การต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีใจความสรุปว่า ในช่วงปี &lt;/span&gt;2535 &lt;span lang="AR-SA"&gt;บงล.ภัทรธนกิจ มีนโยบายให้ฝ่ายค้าหลักทรัพย์หาลูกค้าใหม่ เพื่อเป็นผลงานประกอบการพิจารณาเลื่อนชั้นและเลื่อนตำแหน่ง ในฐานะที่ตนทำงานส่วนตัวช่วยคุณหญิงพจมานมาเป็นเวลาหลายปี และคุณหญิงพจมานก็มีความเมตตาต่อตนโดยให้ความช่วยเหลือสม่ำเสมอ จึงขอให้คุณหญิงพจมานช่วยเป็นส่วนตัว โดยให้ช่วยเหลือนายวันชัย สามีที่ทำงานอยู่ บงล.ภัทรฯ ในการหาลูกค้าใหม่ โดยขอให้คุณหญิงเข้าไปเป็นลูกค้าซื้อขายหุ้นเงินสดเพื่อเป็นผลงานให้กับสามี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;เช่นเดียวกันการนำหุ้นชินคอร์ปกว่า &lt;/span&gt;1,400 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านหุ้นของครอบครัวชินวัตรขายต่อให้เทมาเส็ก เมื่อวันที่ &lt;/span&gt;23 &lt;span lang="AR-SA"&gt;มกราคม &lt;/span&gt;2549 &lt;span lang="AR-SA"&gt;และบริษัท แอมเพิล ริช ขายหุ้นชินคอร์ปให้แก่พานทองแท้ละพิณทองทา เมื่อวันที่ &lt;/span&gt;20 &lt;span lang="AR-SA"&gt;มกราคม &lt;/span&gt;2549 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ปรากฎว่าในแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงการซื้อขายหุ้นที่ต้องแจ้งต่อ ก.ล.ต.(แบบ &lt;/span&gt;246-2) &lt;span lang="AR-SA"&gt;เขียนชัดเจนว่าบุคคลที่ติดต่อได้คือ นางกาญจนาภา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;หลักฐานดังกล่าวบ่งชี้ให้เห็นว่านางกาญจนภาเป็นผู้มีบทบาทอย่างมากใน การจัดการหุ้นให้แก่นายพานทอง น.ส.พิณทองทานายบรรณพจน์ และนางยิ่งลักษณ์ ถามว่าใครคือผู้บงการหรืออยู่เบื้องหลังนางกาญ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;คนถัดมาคือ นางสาวปราณี เวชพฤกษ์พิทักษ์ มีบทบาทในการจัดการภาษีให้กับคุณหญิงพจมาน โดยเฉพาะกรณีที่คุณหญิงโอนหุ้นให้กับคนรับใช้มูลค่ากว่า &lt;/span&gt;11,000 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านบาท หลังจากกรมสรรพากรเข้าไปตรวจสอบในปี &lt;/span&gt;2544&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;คุณหญิงพจมานได้มอบอำนาจให้นางสาวปราณีผู้นี้เป็นตัวแทนไปติดต่อจัดก ารในเดือน พฤษภาคม &lt;/span&gt;2544 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ปรากฎเป็นหลักฐานในหนังสือของกรมสรรพากร ที่ทำโต้ตอบกับนางสาวปราณีไว้อย่างชัดเจน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;ผลงานของนางสาวปราณี อีกกรณีหนึ่งก็คือ ก่อนที่บริษัทแอมเพิล ริช จะขายหุ้นชินคอร์ปในราคา &lt;/span&gt;1&lt;span lang="AR-SA"&gt;บาท ให้แก่นายพานทองแท้และน.ส.พิณทองทา ปรากฎว่าในวันที่ &lt;/span&gt;1 &lt;span lang="AR-SA"&gt;กรกฎาคม &lt;/span&gt;2548 &lt;span lang="AR-SA"&gt;น.ส.ปราณีในฐานะตัวแทนของบริษัทแอมเพิล ริชได้ทำหนงสือหารือสรรพากรว่า การที่แอมเพิล ริช จะขายหุ้นชินคอร์ปให้กับพานทองแท้และพิณทองทาหุ้นละ &lt;/span&gt;1 &lt;span lang="AR-SA"&gt;บาท ต้องเสียภาษีหรือไม่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;หลักฐานดังกล่าวบ่งชี้ให้เห็นว่านงสาวปราณีเป็นผู้มีบทบาทอย่างมากใน การจัดการด้านภาษีหุ้นให้แก่คุณหญิงพจมาน นายพานทอง น.ส.พิณทองทาและบริษัท แอมเพิล ริชมาตลอด ถามว่า ใครคือผู้บงการหรืออยู่เบื้องหลังน.ส.ปราณี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;พันตำรวจโททักษิณอ้างในรายการถึงลูกถึงคนว่า ลุง(นายบรรณพจน์)เป็นที่ปรึกษาในการดูแลเรื่องหุ้นให้แก่ลูกๆ แต่จากข้อเท็จจริงยังพบว่า นอกจากการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปที่นายบรรณพจน์จ่ายในรูปของตั๋วเงินให้แก่คุณห ญิงพจมานแล้ว ในการซื้อหุ้นบริษัทเอสซี แอสเซท จำกัดของครอบครัวชินวัตร เมื่อวันที่ &lt;/span&gt;29 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ธันวาคม &lt;/span&gt;2542 &lt;span lang="AR-SA"&gt;และ &lt;/span&gt;27 &lt;span lang="AR-SA"&gt;เมษายน &lt;/span&gt;2543 2543 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ของนายบรรณพจน์และนางบุษบา ดามาพงศ์ ภรรยาอีกเกือบ &lt;/span&gt;20 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านหุ้น นายบรรพจน์และภรรยาก็มิได้จ่ายเงินสักสลึกเดียว แต่จ่ายในรูปของตั๋วเงินให้แก่คูหญิงพจมาน ทำให้สองสามีภรรยาเป็นหนี้คุณหญิงพจมานจากการซื้อหุ้นรวม &lt;/span&gt;659.3 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านบาท&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;จากข้อเท็จจริงและพฤติกรรมเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นได้หรือไม่ว่านายพาน ทองแท้ นางสาวพิณทองทา นายบรรพจน์และนางยิ่งลักษณ์ อาจมีสถานะไม่แตกต่างจากคนรับใช้ที่เป็นเพียง&lt;/span&gt; "&lt;span lang="AR-SA"&gt;นอมินี"ให้แก่คุณหญิงพจมานและ พันตำรวจโททักษิณ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;strong&gt;&lt;span style=";font-family:&amp;quot;;"  lang="AR-SA"&gt;ผิดกกฎหมาย-ติ๊กผิดซ้ำซาก&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=";font-family:&amp;quot;;" &gt;       &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;นอกจากนี้ พันตำรวจโททักษิณยังยืนยันว่าการโอนและขายหุ้นชินคอร์ปได้ทำถูกต้องตามกฏหมา ยและโปร่งใส แต่ปรากฎว่า เมื่อวันที่ &lt;/span&gt;10 &lt;span lang="AR-SA"&gt;มีนาคม &lt;/span&gt;2549 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ที่ผ่านมา ก.ล.ต.ได้แถลงว่า นายพานทองแท้ได้กระทำผิดพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.&lt;/span&gt; 2535 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ถูกปรับเป็นเงิน &lt;/span&gt;5.9 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านบาท เช่นเดียวกับคุณหญิงพจมานที่เคยถูกปรับจำนวน &lt;/span&gt;6.3 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านบาท&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;นอกจากทำผิดกฎหมายแล้ว ยังพบว่าในแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหุ้น (แบบ&lt;/span&gt;246-2) &lt;span lang="AR-SA"&gt;ต่อ ก.ล.ต.ของครอบครัวชินวัตรและผู้เกี่ยวข้อง มีการ &lt;/span&gt;“ &lt;span lang="AR-SA"&gt;กาเครื่องหมายผิด &lt;/span&gt;” &lt;span lang="AR-SA"&gt;หรือ ติ๊กผิด &lt;/span&gt;” &lt;span lang="AR-SA"&gt;มาตั้งแต่ปี &lt;/span&gt;2542 –2549 &lt;span lang="AR-SA"&gt;กล่าวคือ เริ่มตั้งแต่พันตำรวจโททักษิณ โอนหุ้นชินคอร์ปจำนวน &lt;/span&gt;32.92 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านหุ้นให้แก่ บริษัทแอมเพิลริช อินเวสต์เมนท์ โดยระบุ " ขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย " ในราคา &lt;/span&gt;10 &lt;span lang="AR-SA"&gt;บาท แต่จากข้อเท็จจริงพบว่า เป็นการซื้อขายนอกตลอด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;ต่อมา พันตำรวจโททักษิณและคุณหญิงพจมานขายหุ้นชินคอร์ป &lt;/span&gt;103 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านหุ้นให้แก่นายพานทองแท้ นายบรรณพจน์และ นางยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ &lt;/span&gt;1 &lt;span lang="AR-SA"&gt;กันยายน &lt;/span&gt;2543 &lt;span lang="AR-SA"&gt;กว่า &lt;/span&gt;100 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านหุ้น รวมถึงกรณีที่บริษัท แอมเพิล ริช ขายหุ้นชินคอร์ปในราคา &lt;/span&gt;1 &lt;span lang="AR-SA"&gt;บาท/หุ้น ให้แก่นายพานทองแท้และ น.ส.พิณทองทา เมื่อวันที่ &lt;/span&gt;20 &lt;span lang="AR-SA"&gt;มกราคม &lt;/span&gt;2549 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ก็อ้างว่า ที่ระบุว่าเป็นการ " ซื้อ/ขายผ่าน ตลาดหลักทรัพย์ " ทั้งๆ ที่เป็นการซื้อขายกันนอกตลาดหลักทรัพย์ หรือแม้แต่ธนาคารยูบีเอสซึ่งอ้างว่าเป็นธนาคารระดับโลกยังอ้างว่ารายงานผิดโ ดยแจ้งว่าได้ซื้อหุ้นชินคอร์ป &lt;/span&gt;10 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ &lt;/span&gt;176 &lt;span lang="AR-SA"&gt;บาท จากแอมเพิลริช เมื่อวันที่ &lt;/span&gt;21 &lt;span lang="AR-SA"&gt;สิงหาคม &lt;/span&gt;2544 &lt;span lang="AR-SA"&gt;แต่ความจริงเป็นการนำไปฝากไว้เฉยๆ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;พฤกติกรรมดังกล่าวทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าเป็นการจงใจแจ้งเท็จซ้ำซากหร ือได้รับคำแนะนำจากที่ปรึกษาที่ว่าจ้างรายใด ปรากฏการณ์ดังกล่าวยังทำให้เห็นว่า ครอบครัวชินวัตรกระทำผิดกฎหมายอย่างซ้ำซากและโยนบาปให้ &lt;/span&gt;”&lt;span lang="AR-SA"&gt;ไอ้ติ๊ก&lt;/span&gt;”&lt;span lang="AR-SA"&gt;มาตลอด โดยที่ ก.ล.ต.ได้แต่ทำตาปริบๆ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;strong&gt;&lt;span style=";font-family:&amp;quot;;"  lang="AR-SA"&gt;ทำไมจึงหลีกเลี่ยงมาตรา &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=";font-family:&amp;quot;;" &gt;209&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;ในรายการถึงลูกถึงคน พิธีกรถามว่า ถ้าย้อนกลับไปได้จะโอนหุ้นทั้งหมดให้แก่นิติบุคคลที่จัดการหลักทรัพย์&lt;/span&gt; (&lt;span lang="AR-SA"&gt;ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา &lt;/span&gt;209&lt;span lang="AR-SA"&gt;ที่ห้าม) แทนที่จะโอนให้ลูกหรือไม่ พันตำรวจโททักษิณ แสดงอาการอึกอักก่อนที่จะตอบว่า ขณะนั้นกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวยังไม่มี จึงต้องโอนให้ ลูกชาย ซึ่งขณะนั้นบรรลุนิติภาวะแล้ว เพื่อจะได้แบ่งให้กับน้องๆเป็นมรดกต่อไป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;คำตอบของพันตำรวจโททักษิณจึงเป็นการบิดเบือนอย่างชัดเจน!&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;เพราะพระราชบัญญัติจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. &lt;/span&gt;2543 &lt;span lang="AR-SA"&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยมาตั้งแต่วันที่ &lt;/span&gt;1 &lt;span lang="AR-SA"&gt;กรกฎาคม&lt;/span&gt; 2543 &lt;span lang="AR-SA"&gt;และได้ประกาศลงในราชกิจานุเบกษา เมื่อวันที่ &lt;/span&gt;12 &lt;span lang="AR-SA"&gt;กรกฎาคม &lt;/span&gt;2543 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ &lt;/span&gt;13 &lt;span lang="AR-SA"&gt;กรกฎาคม &lt;/span&gt;2543&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;ขณะที่พันตำรวจโททักษิณและคุณหญิงพจมานขายหุ้นชินคอร์ปจำนวน &lt;/span&gt;103 &lt;span lang="AR-SA"&gt;หุ้นให้แก่นายพานทองแท้ นายบรรณพจน์และนางยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ &lt;/span&gt;1 &lt;span lang="AR-SA"&gt;กันยายน &lt;/span&gt;2543 &lt;span lang="AR-SA"&gt;หลังจากที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ไปแล้วเกือบ &lt;/span&gt;2&lt;span lang="AR-SA"&gt;เดือน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;แม้ว่าในขณะนั้น พันตำรวจโททักษิณยังมิได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี จึงไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว จนกว่าจะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ยังมีเวลาอีก &lt;/span&gt;30 &lt;span lang="AR-SA"&gt;วันในการแจ้งต่อประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช&lt;/span&gt; .)&lt;span lang="AR-SA"&gt;และมีเวลาในการโอนอีก &lt;/span&gt;90 &lt;span lang="AR-SA"&gt;วัน รวมแล้วมีเวลาในการโอนหลังจากเข้ารับตำแหน่งถึง &lt;/span&gt;120 &lt;span lang="AR-SA"&gt;วัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;แต่ พันตำรวจโททักษิณไม่เลือกที่จะปฏิบัติตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ แต่เลือกวิธีการที่จะทำเป็น&lt;/span&gt; ”&lt;span lang="AR-SA"&gt;ขาย&lt;/span&gt;”&lt;span lang="AR-SA"&gt;ให้ลูกและญาติพี่น้องแทนในราคาต่ำกว่าตลาด โดยไม่ต้องเสียภาษีตามการตีความของกรมสรรพากรซึ่งการตีความดังกล่าวเป็นการท ำลายกลไกตรวจสอบของรัฐธรรมนูญตามมาตรา &lt;/span&gt;209 &lt;span lang="AR-SA"&gt;อย่างสิ้นเชิง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;strong&gt;&lt;span style=";font-family:&amp;quot;;"  lang="AR-SA"&gt;หลีกเลี่ยงการเสียภาษี&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;พันตำรวจโททักษิณอ้างว่าการโอนหุ้นให้นายพานทองแท้ เป็นการโอนแบบ&lt;/span&gt; "&lt;span lang="AR-SA"&gt;พ่อให้ลูก" ซึ่งกฎหมายให้ทำได้โดยธรรมจรรยา ซึ่งกฎหมายยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีการโอน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;แต่จากข้อเท็จจริง พันตำรวจโททักษิณ "ขาย" หุ้นให้กับพานทองแท้ ในราคาต่ำกว่าท้องตลาดถึงหุ้นละ &lt;/span&gt;140 &lt;span lang="AR-SA"&gt;บาท ซึ่งบรรดานักวิชาการด้านกฎหมายภาษีเห็นว่า ต้องเสียภาษี "ส่วนต่าง" ราคาดังกล่าวหลายพันล้านบาท&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;นอกจากนั้น พันตำรวจโททักษิณยังอ้างว่า การขายหุ้นชินคอร์ปของครอบครัวชินวัตรให้แก่บริษัท เทมาเส็กเป็นการขายผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงได้รับการยกเว้นภาษีตามกฎกระทรวงการคลัง ฉบับที่ &lt;/span&gt;187 &lt;span lang="AR-SA"&gt;กำหนดไว้ว่าเงินที่ได้จากการขายหลักทรัพย์หรือขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับการยกเว้นภาษี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;ข้ออ้างดังกล่าวเป็นการพูดตัดตอนเฉพาะช่วงตอนจบที่การขายหุ้นมูลค่า&lt;/span&gt; 73,00 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านบาทให้แก่บริษัทเทมาเส็กเท่านั้น แต่หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงกระบวนการขายหุ้นซึ่งไม่น่าจะชอบมาตั้งแต่ต้น และเต็มไปด้วยความสลับซับซ้อนโดยมีกรมสรรพากรเปลี่ยนคำวินิจฉัยไปมาเพื่อสนอ งผู้มีอำนาจ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;การขายหุ้นในลักษณะดังกล่าวมี &lt;/span&gt;2 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ช่วง ซึ่งเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงในกลุ่มนักวิชาการว่ากรมสรรพากรใช้ดุลพินิจแ ละอำนาจโดยมิชอบ เป็นการทำลายระบบภาษีของประเทศอย่างรุนแรง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;กรณีแรก พันตำรวจโททักษิณและคุณหญิงพจมาน ขายหุ้นชินคอร์ปให้แก่นายพานทองแท้ นายบรรณพจน์และนางยิ่งลักษณ์ เมื่อ &lt;/span&gt;1 &lt;span lang="AR-SA"&gt;กันยาน &lt;/span&gt;2543 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ในราคา &lt;/span&gt;10 &lt;span lang="AR-SA"&gt;บาท ขณะที่ราคาตลาด &lt;/span&gt;150 &lt;span lang="AR-SA"&gt;บาท ทำให้เกิด "ส่วนต่าง" กว่าหมื่นล้านบาท ถ้าคิดภาษีเต็มจำนวน จะมีมูลค่ามหาศาลกว่า &lt;/span&gt;7 &lt;span lang="AR-SA"&gt;พันล้านบาท หากเก็บจนถึงวันนี้ก็ทะลุเป็นหมื่นล้านบาท&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;กรณีที่สอง คือบริษัท แอมเพิล ริช ขายหุ้นชินคอร์ปในราคา &lt;/span&gt;1 &lt;span lang="AR-SA"&gt;บาท ให้กับพานทองแท้และพิณทองทา ขณะที่ราคาตลาดกว่า &lt;/span&gt;40 &lt;span lang="AR-SA"&gt;บาท ลูกของพันตำรวจโททักษิณได้กำไร "ส่วนต่าง" กว่า &lt;/span&gt;15,000 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านบาท&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;เพื่อให้ครอบครัวชินวัตรไม่ต้องเสียภาษี&lt;/span&gt; "&lt;span lang="AR-SA"&gt;ส่วนต่าง"เป็นเงินนับหมื่นล้านบาท กรมสรรพากรได้เปลี่ยนแนวคำวินิจฉัยกลับไปกลับมา ถึง &lt;/span&gt;3 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ครั้ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;ครั้งแรก เกิดขึ้นช่วงที่ป.ป.ช.กำลังไต่สวนคดีซุกหุ้นของพันตำรวจโททักษิณ ปลายปี&lt;/span&gt; 2543 &lt;span lang="AR-SA"&gt;นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุลอธิบดีกรมสรรพากรในขณะนั้น(ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงการ คลัง) ได้ทำหนังสือลงวันที่ &lt;/span&gt;30 &lt;span lang="AR-SA"&gt;พฤศจิกายน &lt;/span&gt;2543 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ตอบ ป.ป.ช.ชัดเจนว่า&lt;/span&gt; "&lt;span lang="AR-SA"&gt;ส่วนต่าง" ของราคาหุ้นที่ซื้อหุ้นในราคาต่ำกว่าตลาด เข้าลักษณะเป็นประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับ จึงเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา &lt;/span&gt;39 &lt;span lang="AR-SA"&gt;แห่งประมวลรัษฎากร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;ครั้งที่สอง เมื่อพรรคไทยรักไทยขึ้นครองอำนาจ มีการเปลี่ยนแนวคำวินิจฉัยว่าผู้ซื้อหุ้นในราคาที่ต่ำกว่าตลาด ไม่ต้องเสียภาษี "ส่วนต่าง"ราคาหุ้น เนื่องจากยังไม่มีเงินได้เกินกว่าเงินลงทุนเงิน จนกว่าจะขายหุ้นจำนวนดังกล่าวในราคาสูงกว่าที่ซื้อมาและมีกำไร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;กระทั่งเกิดกรณี นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เข้าไปซื้อหุ้นบริษัททางด่วนกรุงเทพ จำกัด ในราคาต่ำกว่าตลาดจากบิดาตนเอง ปรากฏว่าเมื่อมีการยื่นแบบเงินได้บุคคลธรรมดาภาษี กรมสรรพากรได้คิดเป็นภาษีจาก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;      "&lt;span lang="AR-SA"&gt;ส่วนต่าง" ราคาหุ้นที่นายเรืองไกรได้รับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;เมื่อนายเรืองไกรอุทธรณ์ คณะกรรมการอุทธรณ์ ยืนยันความถูกต้องในการคำนวณภาษีดังกล่าว แต่ในเวลาต่อมานายวราเทพ รัตนกากรรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้อ้างว่าเป็นการเข้าใจผิดของเจ้าหน้ าที่กรมสรรพากร จึงได้สั่งให้รีบคืนเงินที่เก็บภาษีคืนให้แก่นายเรืองไกร โดยอ้างเหตุผลเช่นเดียวกับการขายหุ้นของว่า นายเรืองไกรยังไม่มีเงินได้เกินกว่าเงินลงทุน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;ครั้งที่สาม เมื่อ &lt;/span&gt;29 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ธันวาคม &lt;/span&gt;2548 &lt;span lang="AR-SA"&gt;สรรพากร มีหนังสือถึงนายเรืองไกรฉบับหนึ่ง อ้างเหตุผลว่าการซื้อสินค้าราคาต่ำกว่าราคาตลาด เป็นไปตามประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา &lt;/span&gt;453 &lt;span lang="AR-SA"&gt;เป็นเรื่องการตกลงกันระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย"ส่วนต่าง"ของราคาซื้อกับราคาต ลาด ไม่เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา &lt;/span&gt;39 &lt;span lang="AR-SA"&gt;แห่งประมวลรัษฎากร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;แนวคำวินิจฉัยในลักษณะดังกล่าว นักวิชาการด้านกฎหมายภาษีเห็นว่า จะทำให้เกิดการเลียนแบบเพื่อเลี่ยงภาษีอย่างมหศาล เป็นการทำลายระบบภาษีของประเทศ (ดูบทความของธิติพันธ์ เชื้อบุญชัย คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในหนังสือ อัครดีลชินคอร์ป&lt;/span&gt; 7&lt;span lang="AR-SA"&gt;หมื่นล้าน ซุกหุ้น"โคตรานุวัฒน์")&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;จากการตรวจสอบพบว่า แนวคำวินิจฉัยครั้งที่สามนั้น กรมสรรพากรได้ตอบข้อหารือแก่บริษัท แอมเพิล ริชตั้งแต่วันที่ &lt;/span&gt;21 &lt;span lang="AR-SA"&gt;กันยายน&lt;/span&gt; 2548 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ทำให้เห็นชัดว่าการหยิบยกมาตอบนายเรืองไกรอีกครั้งหนึ่งเพื่อสร้างความชอบธร รมให้แก่การขายหุ้นชินคอร์ปในราคา &lt;/span&gt;1 &lt;span lang="AR-SA"&gt;บาทให้แก่นายพานทองแท้ และนางสาวพิณทองทาซึ่งเป็นกรรมการบริษัท แอมเพิล ริช ด้วย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;กรณีข้อกล่าวหาเรื่องหลีกเลี่ยงภาษีนี้ยังไม่รวมกรณีคุณหญิงพจมานขาย หุ้นชินคอร์ปในนามดวงตา วงศ์ภักดีให้แก่นายบรรณพจน์ &lt;/span&gt;4.5 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านหุ้น มูลค่า&lt;/span&gt; 738 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านบาท ผ่านตลาดหลักทรัพย์ โดยยอมเสียค่าโบรกเกอร์ &lt;/span&gt;7.38 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านบาท แต่เป็นเงินที่คุณหญิงพจมานจ่ายแทนนายบรรณพจน์ ในลักษณะ&lt;/span&gt;”&lt;span lang="AR-SA"&gt;อัฐยายซื้อขนมยาย&lt;/span&gt;”&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;แต่เมื่อถูกจับได้ก็อ้างว่า เป็นการยกหุ้นให้โดยเสน่หาและอุปการะโดยธรรมจรรยาซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงขอ งกรมสรรพากรเชื่อด้วยความซื่อสัตย์จงรักภักดี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;strong&gt;&lt;span style=";font-family:&amp;quot;;"  lang="AR-SA"&gt;ตั้งบริษัท บนเกาะบริติสเวอร์จิ้น รักชาติหรือไม่&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;พันตำรวจโททักษิณอ้างว่าการตั้งบริษัทบนเกาะบริติชเวอร์จิ้น (&lt;/span&gt;BVI) &lt;span lang="AR-SA"&gt;ซึ่งได้รับฉายาว่าสวรรค์ของนักเลี่ยงภาษี เป็นเรื่องปกติทางธุรกิจ มีบริษัทไทยหลายบริษัทก็ไปเปิดบริษัทที่เกาะดังกล่าว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;ก่อนหน้านี้ เมื่อ &lt;/span&gt;20 &lt;span lang="AR-SA"&gt;พฤษภาคม &lt;/span&gt;2545 &lt;span lang="AR-SA"&gt;พันตำรวจโททักษิณปาฐกถาในการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง"ยุทธศาสตร์เพื่อการ แข่งขันของเศรษฐกิจไทยภายใต้สถานการณ์ใหม่ของเศรษฐกิจโลก" ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลว่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      "..&lt;span lang="AR-SA"&gt;วันนี้เราต้องสามัคคีกัน อย่าขัดแย้งกันให้มาก เอาประเทศเป็นหลักโดยประชาชนควรจะมีความรักชาติ เมื่อวานผมได้ดูข่าวจากซีเอ็นเอ็น ทราบว่า ขณะนี้สภาของสหรัฐกำลังแก้ไขกฎหมายใหม่ เพราะบริษัทต่างๆ แม้มีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐ แต่ไปจดทะเบียนในประเทศอื่นๆ เช่น ในปานามาหรือบริติช เวอร์จิ้น ไอส์แลนด์ ซึ่งถือว่า เป็นบริษัทที่ไม่รักชาติ เพราะถือว่า เป็นการเลี่ยงภาษีซึ่งเห็นได้ว่า แม้สหรัฐจะเป็นประเทศที่มีเสรีภาพสูงยังมีการดำเนินการเช่นนี้ ก็อยากฝากให้คนไทยและบริษัทต่างมีความรักชาติด้วย..."&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;เมื่อพิธีกรในรายการถึงลูกถึงคน ได้ถามประเด็นนี้ พันตำรวจโททักษิณกลับแสดงท่าทีอึกอักแล้วตอบว่า &lt;/span&gt;“&lt;span lang="AR-SA"&gt;ผมไม่แน่ใจว่า ผมพุดขนาดนั้นเลยเหรอ ผมว่า ผมไม่ได้พูดขนาดนั้นหรอก&lt;/span&gt;…”&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;จากคำพูดดังกล่าวเห็นได้ชัดว่า พันตำรวจโททักษิณได้บิดเบือนคำพุดที่คนเองได้พูดไว้ถึง &lt;/span&gt;2 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ครั้ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;strong&gt;&lt;span style=";font-family:&amp;quot;;"  lang="AR-SA"&gt;หนีตอบวินมาร์คสุดชีวิต&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;ประเด็นที่พันตำรวจโททักษิณหลีกเลี่ยงที่จะตอบมากที่สุดแบบสุดชีวิตค ือ กรณีบริษัทวิน มาร์ค ลิมิเต็ด ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะบริติช เวอร์จิ้นที่พันตำรวจโททักษิณและคุณหญิงพจนมานโอนหุ้น &lt;/span&gt;5 &lt;span lang="AR-SA"&gt;บริษัทของตนเองให้แก่บริษัทดังกล่าวเมื่อวันที่ &lt;/span&gt;2 &lt;span lang="AR-SA"&gt;สิงหาคม &lt;/span&gt;2543 &lt;span lang="AR-SA"&gt;เป็นมูลค่าเกือบ &lt;/span&gt;1,500 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านบาท&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;บริษัททั้ง &lt;/span&gt;5 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ประกอบด้วย บริษัท โอเอไอ พร็อพเพอร์ตี้ บริษัท เอสซี ออฟฟิช ปาร์ค บริษัท เวิร์ธ ซัพพลายส์ บริษัท เอสซีเค เอสเตท และบริษัท พีที คอร์ปอเรชั่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;หลังปรากฏเป็นข่าว พันตำรวจโททักษิณ อ้างว่าบริษัทวินมาร์คเป็นของนักลงทุนต่างประเทศ ที่ต้องการซื้อหุ้น &lt;/span&gt;5 &lt;span lang="AR-SA"&gt;บริษัทดังกล่าวที่จะนำเข้าตลาดหลักทรัพย์โดยต้องการผลประโยชน์จากการหุ้นที่ ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ คนที่ยืนยันอีกคนก็คือ สุรเธียร จักธรานนท์ กรรมการผู้อำนวยการเอสซี แอสเสทของครอบครัวชินวัตร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;นอกจากนี้ พันตำรวจโททักษิณ ยังทำหนังสือชี้แจงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.). ในคดีซุกหุ้นในยืนยันว่าบริษัทวินมาร์คเป็นของนักลงทุนต่างประเทศ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;ทว่าในข้อเท็จจริงกลับมีการค้นพบว่า บริษัทวินมาร์ค ลิมิเต็ด มีที่ตั้งที่เดียวกับบริษัท แอมเพิล ริช คือ &lt;/span&gt;P.O.BOX 3151,Road Town,Tortola &lt;span lang="AR-SA"&gt;บนเกาะบริติช เวอร์จิน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;หลักฐานดังกล่าวทำให้เชื่อได้ว่า บริษัทแอมเพิล ริช และบริษัทวินมาร์ค มีเจ้าของเดียวกันหรือไม่ ถ้าใช่ บริษัทวินมาร์คก็ต้องเป็นของครอบครัวชินวัตรเช่นกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;ถ้ามิใช่ เหตุใดนักลงทุนต่างประเทศรายนี้จึงมีใจตรงกับครอบครัวชินวัตรโดยบังเอิญที่ม ีที่ตั้งของบริษัทอยู่ที่เดียวกับบริษัทแอมเพิล ริช&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;ต่อบริษัทวินมาร์คซึ่งถือหุ้นในบริษัทเอสซี แอสเซท คอร์ปอเรชั่น(เปลี่ยนชื่อจากบริษัทโอเอไอ พร็อพเพอร์ตี้) กว่า &lt;/span&gt;61 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านหุ้น ได้โอนหุ้นจำนวนดังกล่าวให้แก่ กองทุน แวลู แอสเสท ฟันด์ ที่จัดตั้งในประเทศมาเลเซีย เมื่อสิงหาคม &lt;/span&gt;2546 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ก่อนนำบริษัทเอสซีแอสเซทเข้ามายื่นขอจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในไม่กี่วัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;มีปรากฎหลักฐานว่า การเพิ่มทุนบริษัท จาก &lt;/span&gt;1,850 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านบาทเป็น &lt;/span&gt;25,000 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านบาทหรืออีก &lt;/span&gt;710 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านบาท กองทุนแวลู แอสเสท กลับสละสิทธิการซื้อหุ้นเพิ่มทุนทั้งหมดให้แก่นางสาวพิณทองทาและนงสาวแพทองธ าร ทำให้กองทุนแวลู แอสเซทขาดผลประโยชน์จากส่วนต่างราคาหุ้นที่จะขายให่แก่ประชาชนทั่วไปหุ้นละ&lt;/span&gt; 5 &lt;span lang="AR-SA"&gt;บาทเป็นกว่า &lt;/span&gt;100 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านบาท&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;ต่อมาก่อนที่จะมีการยื่นขอจดทะเบียนในตลาดหุ้น &lt;/span&gt;5 &lt;span lang="AR-SA"&gt;วัน กองทุนแวลู แอสเสทได้โอนหุ้นกว่า &lt;/span&gt;61 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านหุ้นให้แก่กองทุนออฟชอว์ ฟันด์อิงค์และโอเวอร์ซี ฟันดอิงค์ ซึ่งตั้งอยู่ที่เดียวกับกองทุน แวลู แอสเสท ฟันด์ เช่นกัน คือเกาะบาบัวในมาเลเซีย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;จากข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ดังกกล่าวทำให้เชื่อได้ว่า กองทุนทั้ง &lt;/span&gt;2 &lt;span lang="AR-SA"&gt;เป็นของครอบครัวชินวัตร การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลในการเสนอขายหลักทรัพย์(ไฟลิ่ง)ของบริษัทเอสซี แอสเซท ต่อก.ล.ต.ในวันที่ &lt;/span&gt;5 &lt;span lang="AR-SA"&gt;กันยายน เป็นการแจ้งข้อมูลเท็จหรือไม่ เพราะเป็นการปกปิดข้อมูลของผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งน่าจะเข้าข่ายกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;เพราะในการยื่นไฟลิ่ง บริษัทแจ้งว่า ครอบครัวชินวัตรแจ้งว่าถือหุ้นเพียง &lt;/span&gt;60 % &lt;span lang="AR-SA"&gt;มิได้พูดถึง &lt;/span&gt;2 &lt;span lang="AR-SA"&gt;กองทุนดังกล่าวที่ถือหุ้นอยู่ &lt;/span&gt;20%&lt;span lang="AR-SA"&gt;ซึ่งเท่ากับว่า ครอบครัวชินวัตรถือหุ้นอยู่เกือบ &lt;/span&gt;80%&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;หากก.ล.ต.มีความกล้าหาญที่จะพิสูจน์ว่ากองทุนดังกล่าวเป็นของครอบครั วชินวัตรจริง และตรวจสอบได้ว่ามีการแจ้งเท็จในการยื่นไฟลิ่งก็จะมีโทษจำคุกไม่เกิน &lt;/span&gt;5 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ปี และปรับไม่เกิน &lt;/span&gt;2 &lt;span lang="AR-SA"&gt;เท่า ของหุ้นที่นำเสนอขายต่อประชาชน อาจทำให้ถูกปรับเป็นเงินกว่า &lt;/span&gt;1,900 &lt;span lang="AR-SA"&gt;ล้านบาท&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;span lang="AR-SA"&gt;สิ่งสำคัญ อาจทำให้ได้เป็นคำตอบว่อาจมีการซุกซ่อนทรัพย์สินไว้ในต่างประเทศเป็นจำนวนมห าศาล กองทุนที่ถือหุ้นบริษัทเอสซี แอสเซทเป็นเพียงส่วนเล็กๆที่จับได้เท่านั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;      &lt;strong&gt;&lt;span style=";font-family:&amp;quot;;"  lang="AR-SA"&gt;ทั้งหมดนี้เป็น &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style=";font-family:&amp;quot;;" &gt;"&lt;span lang="AR-SA"&gt;ความจริง"&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=";font-family:&amp;quot;;"  lang="AR-SA"&gt; ที่ พนตำรวจโททักษิณ ชินวัตรยังไม่ได้ตอบ.&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=";font-family:&amp;quot;;" &gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=";font-family:&amp;quot;;font-size:14;"  &gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style=";font-family:&amp;quot;;font-size:14;"  lang="AR-SA" &gt;โดย ผู้จัดการออนไลน์&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:&amp;quot;;font-size:14;"  &gt; 13 &lt;span lang="AR-SA"&gt;มีนาคม &lt;/span&gt;2549 17:58 &lt;span lang="AR-SA"&gt;น.&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style=";font-family:&amp;quot;;font-size:14;"  &gt;&lt;a href="http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9490000034370"&gt;http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9490000034370&lt;/a&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style=";font-family:&amp;quot;;font-size:14;"  &gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-114268676542713139?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/114268676542713139/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=114268676542713139' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/114268676542713139'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/114268676542713139'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2006/03/blog-post_114268676542713139.html' title='&quot;ความจริง&quot; ที่ &quot;ทักษิณ &quot; ยังไม่ตอบ'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-114268623625696443</id><published>2006-03-18T23:18:00.000+10:30</published><updated>2006-03-18T23:20:36.280+10:30</updated><title type='text'>แก้ปัญหาไม่ตรงประเด็น - ประเวศ วะสี</title><content type='html'>&lt;p class="MsoNormal" style="text-align: center;" align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size: 14pt; font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;;" lang="AR-SA"&gt;แก้ปัญหาไม่ตรงประเด็น&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size: 14pt; font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;;"&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;ประเด็นคือการพิสูจน์ว่านายกรัฐมนตรีโกงชาติโกงแผ่นดินจริงหรือเปล่า &lt;/span&gt;?&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="font-size: 14pt; font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p class="MsoNormal" style="text-align: center;" align="center"&gt;&lt;span style="font-size: 14pt; font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;;"&gt;        &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size: 14pt; font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;;" lang="AR-SA"&gt;ประเวศ วะสี&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size: 14pt; font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;;"&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="font-size: 14pt; font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-size: 14pt; font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;;"&gt;      &lt;br /&gt;       &lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;; color: rgb(0, 0, 102);" lang="AR-SA"&gt;๑. นายกรัฐมนตรีกับพวกโกงชาติแผ่นดินจริงหรือเปล่า&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;เดี๋ยวนี้ไปทางไหนทุกซอกทุกมุมทุกหนทุกแห่งคุยกันอยู่แต่เรื่องเดียว คือ เรื่องคำเล่าลือเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นของนายกรัฐมนตรี ครอบครัว และกลุ่มของเขา มีผู้เพิ่มเติมเรื่องนั้นเรื่องนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น คอร์รัปชั่นเชิงนโยบายเกี่ยวกับโทรคมนาคม ทำให้รัฐเสียประโยชน์ ๒๐๐&lt;/span&gt;,&lt;span lang="AR-SA"&gt;๐๐๐ ล้านบาท การซื้อเครื่องบิน ๔ ลำโดยมิชอบเป็นเงินหลายหมื่นล้านบาท ข้าราชการผู้ใหญ่เล่าว่าญาติของผู้มีอำนาจไปรีดไถจากงบประมาณของกระทรวงต่าง ๆ และใช้คำว่าเมื่อก่อนมันโคตรโกง เดี๋ยวนี้มันโกงทั้งโคตร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;บางคนเล่าว่า ในการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิมูลค่าเป็นแสนล้าน มี&lt;/span&gt; “&lt;span lang="AR-SA"&gt;หัวหน้าโจร&lt;/span&gt;” &lt;span lang="AR-SA"&gt;กุมการกินอยู่เพียงผู้เดียว มีข่าวลือว่าครอบครัวของผู้มีอำนาจไปกว้านซื้อที่รอบ ๆ สนามบินสุวรรณภูมิไว้ ๖๐๐ ไร่ จะมีการใช้งบประมาณของรัฐลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานและเรียกว่าเป็นนครสุวร รณภูมิ ทำให้ที่ ๖๐๐ ไร่ นั้นขายได้กำไรประมาณไร่ละ ๑๒ ล้านบาท รวมแล้วจะกำไรกว่า ๗๐&lt;/span&gt;,&lt;span lang="AR-SA"&gt;๐๐๐ ล้านบาท ฯลฯ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;เรื่องการขายหุ้นบริษัทชินคอร์ปให้เทมาเสกของสิงคโปร์ ๗๓&lt;/span&gt;,&lt;span lang="AR-SA"&gt;๐๐๐ ล้านบาท โดยไม่เสียภาษีสักบาทเดียว เป็นเรื่องช็อคความรู้สึกของคนอย่างขนานใหญ่ ประดุจเครื่องบินจัมโบ้เจตตกแล้วมีคนตาย ๔๐๐ คน มีการตื่นเต้นตกใจกันไปทั้งแผ่นดิน แต่จริง ๆ มีคนตายเพราะความไม่ถูกต้องในแต่ละวันมากกว่านั้นมาก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;ถ้าการคอร์รัปชั่นในรูปแบบต่าง ๆ ที่ขณะนี้กำลังเล่าลือกันขยายวงออกไปทุกที่เป็นความจริง มูลค่ารวมของการคอรัปชั่นมากกว่า ๗๓&lt;/span&gt;,&lt;span lang="AR-SA"&gt;๐๐๐ ล้านบาทมาก คงจะหลายแสนล้านบาททีเดียว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;บางคนว่า คำว่า &lt;/span&gt;“&lt;span lang="AR-SA"&gt;เทมาเสก&lt;/span&gt;” &lt;span lang="AR-SA"&gt;นั้นมาจากคำว่า &lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;;"&gt;“&lt;span lang="AR-SA"&gt;ธรรมสิข&lt;/span&gt;”&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;span lang="AR-SA"&gt;ซึ่งเป็นชื่อรัฐโบราณบนเกาะสิงคโปร์ ซึ่งเคยรบชนะ &lt;/span&gt;“&lt;span lang="AR-SA"&gt;เสียน&lt;/span&gt;” &lt;span lang="AR-SA"&gt;หรือ สยาม เขาเอาชื่อธรรมสิขหรือเทมาเสกไปตั้งชื่อกองทุนเพื่อตัดไม้ข่มนามว่าเพื่อมาย ึดสยามใช่หรือเปล่า แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ สิงคโปร์มีทุนขนาดมหึมา ทั้งทุนของตัวเองและที่เป็นเอเยนต์ของอเมริกา และกำลังเข้ามายึดกิจการธนาคาร โรงแรม และกิจการอื่น ๆ ของไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ และล่าสุดโดยการซื้อชินคอร์ปก็ยึดการสื่อสาร ดาวเทียม สายการบินไปด้วย แน่นอนที่เดียวว่าสิงคโปร์เกาะเล็ก ๆ นี้กำลังใช้ทุนขนาดใหญ่เข้ายึดกิจการต่าง ๆ ในประเทศไทย เพื่อใช้ให้คนไทยและกลไกของรัฐไทยทำงานหนักส่งผลประโยชน์ไปเลี้ยงสิงคโปร์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;ผู้คนสงสัยว่าทุนไทยที่ยึดอำนาจทางการเมืองอยู่นี้จะร่วมมือกับทุนสิ งคโปร์ จึงเกิดประเด็นข้อกล่าวหาเรื่องการขายชาติขึ้นมา รวมเป็นโกงชาติโกงแผ่นดินและขายชาติ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;แม้จะกล่าวกันว่าในทางสังคม ความเชื่อคือความจริง ก็ยังอยากตั้งคำถามเพื่อความเป็นธรรมว่า คำร่ำลือที่กำลังขยายตัวออกไปเรื่อย ๆ ที่ว่านายกรัฐมนตรีกับพวกโกงชาติโกงแผ่นดินและขายชาตินั้น จริงหรือเปล่า ควรจะมีการพิสูจน์กัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;      &lt;br /&gt;       &lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;; color: rgb(0, 0, 102);" lang="AR-SA"&gt;๒. ถ้าจริง โทษเพียงยุบสภาหรือลาออกแค่นั้นหรือ&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;ผมไม่ใช่นักการเมือง แต่ไม่เข้าใจตรรกะทางการเมือง เพราะถ้านายกรัฐมนตรีโกงชาติโกงแผ่นดินและขายชาติจริง ทำไมทางออกจะเป็นยุบสภาหรือลาออกแค่นั้นละหรือ ดูไม่สมเหตุสมผลและแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะข้อกล่าวหานั้นยังอยู่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;โทษขนาดนี้ ถ้าเป็นครั้งโบราณก็ตัดหัวเจ็ดชั่วโคตร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;เอาละสมัยนี้ อย่างน้อยน่าจะติดคุกและริบทรัพย์ !&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;ข้อสำคัญจึงอยู่ที่ว่า การพิสูจน์ว่าข้อกล่าวหานั้นจริงหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องอื่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;      &lt;br /&gt;       &lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;; color: rgb(0, 0, 102);" lang="AR-SA"&gt;๓. นายกรัฐมนตรีคือผู้ที่รู้ดีที่สุดว่าจริงหรือไม่จริง&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;นายกรัฐมนตรีคือคนที่รู้ดีที่สุดว่าข้อกล่าวหานั้นจริงหรือไม่จริง เพราะฉะนั้นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีควรทำจึงมีดังนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;       &lt;strong&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;;"&gt;(&lt;span lang="AR-SA"&gt;๑)&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span lang="AR-SA"&gt; &lt;strong&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;;"&gt;ถ้าจริง&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; ยอมรับสารภาพ ขอโทษ ยอมรับการลงโทษ กลับเนื้อกลับตัวทำความดี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;       &lt;strong&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;;"&gt;(&lt;span lang="AR-SA"&gt;๒)&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span lang="AR-SA"&gt; &lt;strong&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;;"&gt;ถ้าไม่จริง&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; ตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาสอบสวนนายกรัฐมนตรี ในเมื่อมันไม่จริง สอบสวนอย่างไร ๆ ก็จะพบว่ามันไม่จริง และถ้าคณะกรรมการอิสระประกอบด้วยคนที่ผู้คนเคารพนับถือว่ามีความยุติธรรมและ มีอิสระจริง ๆ รายงานของคณะกรรมการอิสระก็จะยุติข่าวลืออันไม่เป็นมงคลต่อนายกรัฐมนตรีลงได ้ ถ้าใช้กลไกเท่าที่มี เขาไม่เชื่อถือกันแล้ว เขาเชื่อว่าถูกแทรกแซงและครอบงำหมดแล้ว ไม่สามารถยุติคำร่ำลือได้แล้ว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;      &lt;br /&gt;       &lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;; color: rgb(0, 0, 102);" lang="AR-SA"&gt;๔. เป็นหน้าที่ของการเมืองภาคประชาชน&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;นายกรัฐมนตรีคงจะไม่ยอมทำอย่างหนึ่งอย่างใดในสองข้อข้างต้น จึงเป็นหน้าที่ของการเมืองภาคประชาชน ลำพังการเมืองของนักการเมืองมีข้อจำกัดมาก คงจะพาบ้านเมืองให้อยู่รอดปลอดภัยได้ยาก รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงบัญญัติการเมืองภาคประชาชนไว้เป็นอันมาก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;มาตรา ๗๖ ตามรัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๔๐ บัญญัติว่า &lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;;"&gt;“ &lt;span lang="AR-SA"&gt;รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบายการ การตัดสินใจทางการเมือง การวางแผนพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง รวมทั้งการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทุกระดับ&lt;/span&gt;”&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;ผมยกมาให้ดูเพียงมาตราเดียวเพื่อจะแสดงให้เห็นว่าการเมืองภาคประชาชน นั้นเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ การชุมนุมหรือเดินขบวนเรียกร้องด้วยสันติวิธีสามารถทำได้ภายในกรอบของรัฐธรร มนูญ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;มักจะมีการบิดเบือนความจริงว่าการชุมนุมเรียกร้องเป็นกระบวนการนอกกฎหมาย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;       &lt;strong&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;;" lang="AR-SA"&gt;เพราะรัฐบาลไม่ทำตามรัฐธรรมนูญ จึงมีการชุมนุม การชุมนุมเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;      &lt;br /&gt;       &lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;; color: rgb(0, 0, 102);" lang="AR-SA"&gt;๕. ศีลธรรมอยู่เหนือการเมืองอยู่เหนือกฎหมาย&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;คนไทยถูกครอบงำให้เข้าใจผิดว่า อำนาจทางการเมืองเป็นอำนาจสูงสุดหรือกฎหมายคืออำนาจสูงสุด เราก็เห็นกันแล้วว่า การเมืองมากำหนดศีลธรรมไม่ได้ กลับมาทำปู้ยี่ปู้ยำให้ศีลธรรมตกต่ำจนปั่นป่วนไปทั้งประเทศ ผู้มีอำนาจจะเรียกร้องให้ทำตามกฎหมาย แต่ถามว่าใครเขียนกฎหมาย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;เขาแก้กฎหมายหรือเขียนกฎหมายใหม่ให้เอื้อประโยชน์ต่อพวกเขาได้ เมื่อเร็ว ๆ นี้เขาก็แก้กฎหมายจากให้ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน ๒๕% เป็น ๔๙% แล้วขายพรวดทันทีทันใดเลยได้กำไรก้อนโต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;เพราะฉะนั้นจะถือว่ากฎหมายคือความถูกต้องสูงสุดไม่ได้ เพราะเกได้โกงได้ &lt;strong&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;;"&gt;โบราณก็บอกว่าธรรมศาสตร์อยู่เหนือนิติศาสตร์&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; หรือธรรมอยู่เหนือกฎหมาย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;ศีลธรรมจะอยู่ใต้การเมืองและใต้กฎหมายไม่ได้ การเมืองของพลเมืองจะต้องเคลื่อนไหวให้ศีลธรรมอยู่เหนือการเมืองและเหนือกฎห มาย ประชาชนจะต้องเป็นเจ้าของศีลธรรม และเป็นผู้กำหนดให้การเมืองทำตามศีลธรรม ต้องปรับและกำกับให้ความถูกต้องกับความถูกกฎหมายอยู่ที่เดียวกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;นายกรัฐมนตรีจะมาสอนศีลธรรมให้ประชาชนไม่ได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;แต่ประชาชนจะต้องสอนและกำกับให้นายกรัฐมนตรีมีศีลธรรม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;      &lt;br /&gt;       &lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;; color: rgb(0, 0, 102);" lang="AR-SA"&gt;๖. ปิดยุคการเมืองธนกิจ เปิดยุคการเมืองของพลเมือง&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;ตราบใดที่ธนกิจเข้ามาครอบงำการเมือง ความปั่นป่วนวุ่นวายเสื่อมเสียศีลธรรมจะมีมากขึ้น กระทบการพัฒนาทุก ๆ ด้าน คนไทยทั้งหมดจะต้องตื่นตัวและมีส่วนร่วมในการรณรงค์ให้ศีลธรรมเป็นพลังของแผ ่นดิน ต้องรำลึกถึงพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;       &lt;strong&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;;"&gt;“&lt;span lang="AR-SA"&gt;เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม&lt;/span&gt;”&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;แผ่นดินจะต้องมีศีลธรรมเป็นพลัง ไม่ใช่เงินขนาดใหญ่ที่ไร้ศีลธรรม ประชาชนจึงจะร่มเย็นเป็นสุข&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;ธงชัยของการเมืองภาคประชาชน คือ การขับเคลื่อนทางศีลธรรม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;ให้ศีลธรรมอยู่เหนือการเมืองและเหนือกฎหมาย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;พลังทางศีลธรรมโดยการเมืองภาคประชาชนจะต้องเข้าไปขจัดปราบปรามคอร์รั ปชั่น สร้างระบบการเมืองที่มีศีลธรรมกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศที่มีศีลธรรมเป็นฐา น ต้องเข้าใจว่าเศรษฐกิจพอเพียงคือเศรษฐกิจศีลธรรม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;       &lt;span lang="AR-SA"&gt;พวกเราคนไทยจะต้องช่วยกันสร้างสรรค์ประเทศไทยที่สง่างาม สันติ พอกินพอใช้ มีน้ำใจไมตรีต่อกัน ด้วยพลังทางศีลธรรม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;       &lt;strong&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;;" lang="AR-SA"&gt;การเมืองของนักการเมืองอย่างเดียว ต่อให้ดีอย่างไรก็ไม่เป็นพลังทางศีลธรรมพอเพียง&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;       &lt;strong&gt;&lt;span style="font-family: &amp;quot;Angsana New&amp;quot;;" lang="AR-SA"&gt;การเมืองภาคประชาชนจะต้องเป็นพลังทางศีลธรรมของแผ่นดิน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-114268623625696443?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/114268623625696443/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=114268623625696443' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/114268623625696443'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/114268623625696443'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2006/03/blog-post_18.html' title='แก้ปัญหาไม่ตรงประเด็น - ประเวศ วะสี'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-114233198046442606</id><published>2006-03-14T20:55:00.000+10:30</published><updated>2006-03-15T00:00:15.230+10:30</updated><title type='text'>สรรพากรสับสน.. ขายหุ้นชินคอร์ปไม่เสียภาษี ?</title><content type='html'>&lt;STRONG&gt;โดย &lt;EM&gt;เมธี ศรีอนุสรณ์&lt;/EM&gt;&lt;br /&gt;       ตีพิมพ์ในวารสาร "กฎหมายใหม่" ฉบับที่ 69 มีนาคม 2549&lt;/STRONG&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       การขายหุ้นชินคอร์ปของครอบครัวชินวัตรและดามาพงศ์ ให้แก่กลุ่มเทมาเส็กของรัฐบาลสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2549 จำนวน 1,487 ล้านหุ้น หรือ 49.595% ในราคาหุ้นละ 49.25 บาท เป็นมูลค่าทั้งสิ้น 73,300 ล้านบาท โดยไม่เสียภาษีแม้แต่บาทเดียว !&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       ยังเป็นที่กังขาของนักวิชาการโดยเฉพาะอาจารย์ผู้สอนกฎหมายภาษีอากรในมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       เพราะเป็น&lt;B&gt;ปัญหาด้านการตีความกฎหมาย&lt;/B&gt;ที่จะเป็นบรรทัดฐานต่อไป และจะกลายเป็น&lt;B&gt;แนวทางปฏิบัติของกรมสรรพากร&lt;/B&gt; ซึ่งมีผลกระทบต่อการเก็บรายได้ของชาติอันเป็นผลประโยชน์ของประชาชนทั้งประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       ดังจะเห็นได้จากการเสนอความเห็นด้วยความห่วงใยของ &lt;B&gt;ผศ.ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย&lt;/B&gt; คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะอาจารย์ผู้สอนกฎหมายภาษีอากรให้แก่นิสิตจุฬาฯ ที่ได้แสดงไว้ในบทความเรื่อง &lt;I&gt;“ความเห็นต่างกรณีภาระภาษี “ชินคอร์ป” &lt;/I&gt;ซึ่งได้โต้แย้งคำชี้แจงของอธิบดีกรมสรรพากร โดยกลัวว่าจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ประชาชน ที่เราจะได้กล่าวถึงในรายงานนี้ หรือการเสนอความเห็นของอาจารย์ดุลยลักษณ์ ตราชูธรรม อาจารย์พิเศษที่สอนกฎหมายภาษีอากรให้แก่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และมหาวิทยาลัยเอเซียอาคเนย์ โดยสอนคู่กับท่านชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม ผู้พิพากษาศาลฎีกาที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายภาษีอากร ในบทความเรื่อง “การขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไม่ต้องเสียภาษีจริงหรือ ?” ซึ่งเราได้นำมาลงในคอลัมน์ “มองคดีพิจารณากฎหมาย” ในวารสารข่าวกฎหมายใหม่ฉบับนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       สิ่งหนึ่งที่จะพบเห็นเมื่อสาวลึกลงไปถึงการวินิจฉัยของกรมสรรพากรต่อขั้นตอนของการโอนหุ้นของคนในครอบครัวท่านนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ดำเนินต่อเนื่องมาจนมาสู่การขายหุ้นทีเดียวทั้งหมดล็อตครั้งนี้คือ&lt;I&gt;&lt;B&gt; “ความสับสน” &lt;/B&gt;&lt;/I&gt;ในการตีความแต่ละครั้ง แต่ที่ไม่สับสนคือ คำตอบสุดท้ายทุกขั้นตอนจะเป็นว่า&lt;I&gt;&lt;B&gt; “ไม่ต้องเสียภาษี” ? &lt;/B&gt;&lt;/I&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       เพื่อเป็นกรณีศึกษาจะได้ยกการโอนหุ้นบางครั้งที่ปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับความเห็นของกรมสรรพากรในการตีความกฎหมายก่อนมาถึงครั้งสุดท้ายที่โอนขายหุ้นทั้งหมดเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2549 &lt;B&gt;มีข้อเท็จจริง ดังนี้&lt;/B&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       &lt;B&gt;กรณีที่ 1&lt;/B&gt; การโอนหุ้นชินคอร์ปของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ให้แก่นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่บุญธรรมของคุณหญิงพจมานเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2540 จำนวน 4.5 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 164 บาท มูลค่ารวม 738 ล้านบาท (ราคาพาร์หรือราคาที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท ต่อมาได้แตกพาร์เป็นหุ้นละ 1 บาท จึงเป็นจำนวนหุ้น 45 ล้านหุ้นในปัจจุบัน) ซึ่งกรมสรรพากรตีความว่าผู้รับโอนไม่ต้องเสียภาษีเงินได้เพราะเป็นการโอนให้ตามธรรมเนียมประเพณีและเป็นการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       &lt;B&gt;กรณีที่ 2&lt;/B&gt; การขายหุ้นชินคอร์ปของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ให้แก่นายพานทองแท้ ชินวัตร 73.395 ล้านหุ้น (24.99% ของทุนจดทะเบียน) นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ 26.825 ล้านหุ้น และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 2 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2543 โดยขายให้ในราคาพาร์หุ้นละ 10 บาท ขณะที่ราคาตลาดขณะนั้นหุ้นละ 150 บาท ซึ่งกรมสรรพากรตีความว่าผู้ซื้อหุ้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้เพราะได้รับหุ้นมา (แม้ราคาต่ำกว่าราคาตลาดขณะนั้น) ยังไม่ถือว่ามีเงินได้เกิดขึ้นจนกว่าจะได้ขายไปจึงจะถือว่ามีเงินได้ที่จะต้องเสียภาษี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       &lt;B&gt;กรณีที่ 3&lt;/B&gt; การขายหุ้นชินคอร์ปของบริษัท แอมเพิล ริช (Ample Rich) ให้แก่นายพานทองแท้ และนางสาวพิณทองทา ชินวัตร คนละ 164.6 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2549 (ก่อนที่จะเทขายให้กลุ่มเทมาเส็ก 3 วัน) โดยขายในราคาพาร์หุ้นละ 1 บาท ในขณะที่ราคาตลาดหุ้นละ 47.25 บาท ซึ่งกรมสรรพากรตีความว่า ผู้ซื้อหุ้นในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดเหมือนการซื้อสินค้าราคาถูกไม่ถือว่ามีเงินได้ที่จะต้องเสียภาษีเงินได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       &lt;B&gt;กรณีที่ 4&lt;/B&gt; การขายหุ้นชินคอร์ปทั้งหมดของนายพานทองแท้, น.ส.พิณทองทา, น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ให้แก่กลุ่มเทมาเส็กในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2549 ในราคาหุ้นละ 49.25 บาท ซึ่งกรมสรรพากรตีความว่าไม่ต้องเสียภาษีทั้งหมดเพราะเป็นการขายโดยบุคคลธรรมดาในตลาดหลักทรัพย์ (รวมถึงหุ้นที่ได้มาจาการซื้อตามข้อเท็จจริง กรณีที่ 2 ที่เคยบอกว่าจะถือมีเงินได้เมื่อขาย นายศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมสรรพากรให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ถือว่า Capital gain (ส่วนต่างราคาหุ้น) ไม่มีเพราะเป็นการซื้อราคาถูกและมันขาดตอน มันไม่ได้ขายจึงไม่มีการรับรู้รายได้ (มติชนรายวัน 27 ม.ค. 49))&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       &lt;CENTER&gt;&lt;B&gt;ประเด็นโต้แย้ง&lt;/B&gt;&lt;/CENTER&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       &lt;SUP&gt;1&lt;/SUP&gt;&lt;B&gt;ตามกรณีที่ 1&lt;/B&gt; ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏพบครั้งแรกเป็นการที่นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ซื้อหุ้นชินคอร์ป จำนวน 4.5 ล้านหุ้น เป็นเงิน 738 ล้านบาท ดังกล่าวจากนางดวงตา วงศ์ภักดี (คนรับใช้ของคุณหญิงพจมาน) ผ่านโบรกเกอร์ในตลาดหลักทรัพย์ แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ขณะนั้นจับได้ว่าเป็นนิติกรรมอำพราง (ขณะนั้นมีการสอบสวนเรื่องซุกหุ้น) โดยคุณหญิงพจมานเป็นผู้สั่งให้ขายหุ้นนั้นในชื่อของนางดวงตา แก่นายบรรณพจน์ เช็คที่จ่ายให้แก่นางดวงตาผ่านโบรกเกอร์เป็นค่าซื้อหุ้นเป็นเช็คของคุณหญิงพจมาน ซึ่งย้อนกลับนำมาเข้าบัญชีของคุณหญิงพจมานในที่สุด คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนและสรุปสำนวนว่า เป็นการให้โดยเสน่หา (อำพรางว่าซื้อขายเพื่อเลี่ยงภาษี) ซึ่งผู้รับโอนหุ้น (นายบรรณพจน์) ต้องนำราคาหุ้นที่รับโอน (738 ล้านบาท) มาคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       แต่เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งเรื่องให้กรมสรรพากรดำเนินการ กรมสรรพากรอ้างว่า เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ ปรากฎข้อเท็จจริงว่าเป็นการโอนหุ้นให้ระหว่างบุคคลซึ่งมีความสัมพันธ์ในครอบครัวและเป็นการให้ในโอกาสที่แต่งงาน มีครอบครัวและมีบุตร ซึ่งมูลค่าที่โอนให้ก็เป็นไปตามฐานะของผู้ให้ สำหรับผู้รับนั้นถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร แต่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ตาม &lt;SUP&gt;2&lt;/SUP&gt;มาตรา 42 (10) เนื่องจากได้รับจากการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณีและก็เข้าลักษณะเป็นการรับอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยาด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       การที่กรมสรรพากรตีความโดยยอมรับว่าที่คุณหญิงพจมานโอนหุ้นให้แก่นายบรรณพจน์พี่บุญธรรมในมูลค่า 738 ล้านบาทนี้ เป็นการให้ตามประเพณีในโอกาสที่คุณบรรณพจน์แต่งงานมีครอบครัวและมีบุตร และถือเป็นการอุปการะแก่พี่บุญธรรมตามหน้าที่ธรรมจรรยาของน้องสาวที่แสนดีนี้ เป็นการขัดกับแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1680/2517 ที่พิพากษาว่า โจทก์ยกที่ดินให้แก่จำเลยซึ่งเป็นบุตรที่มีอาชีพและครอบครัวเป็นหลักฐานแล้วไม่อยู่ในสภาพที่โจทก์ผู้เป็นมารดามีหน้าที่ธรรมจรรยาที่จะต้องอุปการะเลี้ยงดูจำเลย อีกทั้งที่ดินที่ยกให้ก็เป็นจำนวนมากราคาสูง จึงมิใช่เป็นการให้โดยหน้าที่ธรรมจรรยา ดังนั้นจำเลยต้องเสียภาษีเงินได้จากการที่ได้ที่ดินที่รับมา และในคำพิพากษาฎีกาที่ 1262/2520 วินิจฉัยว่า เงินได้ที่ผู้ให้ให้คราวละมาก ๆ เพื่อหวังผลประโยชน์ ไม่ถือเป็นการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       ดังนั้นกรณีนี้น่าจะอนุมานได้ว่าการที่คุณหญิงพจมานยกหุ้นให้แก่พี่บุญธรรมเป็นการให้โดยเสน่หา เพื่อให้พี่ชายดูแลหุ้นแทน เพราะไม่ปรากฏว่าพี่บุญธรรมมีฐานะยากจน และหุ้นที่โอนให้ก็มีมูลค่าหลายร้อยล้านบาท ไม่ใช่การให้ตามธรรมเนียมปกติที่จะให้กันมากขนาดนี้จึงไม่น่าจะเข้าข้อยกเว้นการเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 42 (10) ดังที่กรมสรรพากรกล่าวอ้างตีความ การไม่ยอมประเมินภาษีดังกล่าวอาจเข้าข่ายเลือกปฏิบัติ ละเว้นหน้าที่ซึ่งผิดกฎหมายอาญาได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       ทั้งนี้เพราะแนวทางปกติของกรมสรรพากร ถ้าได้รับโอนหุ้นมาโดยเสน่หาต้องถือเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ดังคำชี้แจงของอธิบดีกรมสรรพากรต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในเรื่องการรับโอนหุ้นโดยเสน่หา ตามหนังสือ “ลับ” ที่ กค. 0811/632 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2543 อธิบดีกรมสรรพากรชี้แจงว่า “กรมสรรพากรขอเรียนว่า.... 5.กรณีบุคคลธรรมดาได้รับโอนหุ้นมาโดยเสน่หา ถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งการคำนวณเงินได้พึงประเมินให้ถือตามราคาหรือค่าอันพึงมีในวันที่ได้รับโอนหุ้น ตามมาตรา 9 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       อย่างไรก็ดี บุคคลธรรมดาที่ได้รับโอนหุ้นมาโดยเสน่หา ซึ่งถือเป็นเงินได้พึงประเมินนั้น หากเป็นเงินได้ที่ได้รับจากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยา เงินได้ที่ได้รับจากการรับมรดก หรือจากการให้โดยเสน่หา เนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       &lt;B&gt;ตามกรณีที่ 2 กรณีที่ 3 และกรณีที่ 4&lt;/B&gt; เป็นประเด็นว่า “ได้รับหุ้นมาในราคาต่ำกว่าตลาดต้องเสียภาษีเงินได้หรือไม่ ?” กรมสรรพากรมีแนวทางปฏิบัติแตกต่างเป็น 2 ทาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       &lt;B&gt;แนวแรก&lt;/B&gt; ตีความว่า ได้รับหุ้นในราคาต่ำกว่าตลาด ถือว่าเป็นเงินได้พึงประเมินตาม &lt;SUP&gt;3&lt;/SUP&gt;&lt;B&gt;มาตรา 39&lt;/B&gt; แห่งประมวลรัษฎากร ต้องเสียภาษีเงินได้ในปีภาษีนั้น ทั้งนี้ตามตัวอย่างในกรณีของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักบัญชี บริษัททางด่วนกรุงเทพ ซึ่งซื้อหุ้นจากบิดา จำนวน 5,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 10 บาท ขณะที่ราคาตลาด 21 บาท มีส่วนต่างประมาณ 55,000 บาท ปรากกว่าถูกกรมสรรพากรประเมินภาษี (แต่ต่อมาเมื่อมีการเปิดเผยว่า กรมสรรพากรปฏิบัติแตกต่างกับกรณีของครอบครัวชินวัตร เขาจึงได้รับคืนเงินโดยบอกว่าคิดผิดไป)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       การตีความว่าผู้ซื้อหุ้นในราคาที่ต่ำกว่าตลาดถือว่ามีเงินได้เกิดขึ้นต้องเสียภาษีในปีภาษีนั้น น่าจะเป็นการตีความที่ใช้เป็นหลักในกรณีทั่วไป แต่เดิมของกรมสรรพากร ดังตัวอย่างเมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เคยมีหนังสือไปสอบถามกรมสรรพากรถึงกรณีดังกล่าว และนายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล อธิบดีกรมสรรพากรในขณะนั้น&lt;B&gt;ทำหนังสือ “ลับ” ที่ ก.ค. 0811/632 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2543&lt;/B&gt; ตอบข้อซักถามของ ป.ป.ช. ในกรณีดังกล่าวดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       “กรมสรรพากรเรียนว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       1. กรณีบุคคลธรรมดาขายหุ้นของบริษัทที่มิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ผู้ขายจะต้องนำกำไรจากการขายหุ้นไปรวมคำนวณเป็นเงินได้พึงประเมิน เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่หากราคาขายเท่ากับหรือต่ำกว่าราคาซื้อถือว่าไม่มีเงินได้พึงประเมิน และไม่สามารถนำผลขาดทุนจากการขายในแต่ละคราวไปหักจากส่วนที่เป็นกำไรจากการขายหุ้นชนิดและคราวอื่นได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       กรณีบุคคลธรรมดาซื้อหุ้นของบริษัทที่มิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ผู้ซื้อหุ้นไม่มีเงินได้พึงประเมิน จึงไม่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา &lt;B&gt;เว้นแต่เป็นการซื้อหุ้นในราคาต่ำกว่าราคาหรือค่าอันพึงมีกับราคาซื้อ เข้าลักษณะเป็นประโยชน์อื่นที่ได้รับ ซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ซื้อหุ้นต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย&lt;/B&gt; (กรณีซื้อขายหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยซื้อขายหุ้น&lt;B&gt;นอกตลาดหลักทรัพย์&lt;/B&gt; ภาระภาษีของผู้ขายและผู้ซื้อจะเป็นเช่นเดียวกับ ข้อ 1)”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       &lt;B&gt;แนวทางที่สอง&lt;/B&gt; ตีความว่าไม่ต้องเสียภาษีขณะนั้น ทั้งนี้ตามแนวปฏิบัติที่กรมสรรพากรใช้กับกรณีการโอนหุ้นของคนในตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์ โดยกรมสรรพากรอธิบายเหตุผลในการไม่เก็บภาษีสับสน 3 กรณีไม่เหมือนกัน กล่าวคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       1. &lt;B&gt;ตามกรณีที่ 2&lt;/B&gt; นายวิชัย จึงรักเกียรติ รองอธิบดีปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากร ทำหนังสือลงวันที่ 15 กรกฎาคม 2545 (ที่ กค. 0811/6312) ระบุว่า การซื้อขายหุ้นดังกล่าวถือไม่ได้ว่า ผู้ซื้อได้รับประโยชน์จากการโอนหุ้นซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน ซึ่งไม่เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตาม &lt;SUP&gt;4&lt;/SUP&gt;&lt;B&gt;มาตรา 40 (4) (ช) &lt;/B&gt;ตามประมวลรัษฎากร เนื่องจากยังมิได้ก่อให้เกิดรายได้แก่ผู้ซื้อแต่ประการใดจนว่าผู้ซื้อจะได้ขายหุ้นดังกล่าวไปโดยได้รับผลประโยชน์ซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       คือ ตีความว่าหุ้นชินคอร์ปที่นายพานทองแท้, น.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายบรรณพจน์ ซื้อต่ำกว่าราคาตลาดจาก พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตรนั้น &lt;B&gt;ถือว่ายังไม่ได้รับประโยชน์เกิดขึ้นตามมาตรา 40 (4) (ช) แม้จะรับหุ้นไปแล้ว เพราะยังไม่ก่อให้เกิดรายได้แก่ผู้ซื้อ&lt;/B&gt; ต่อเมื่อเอาหุ้นนั้นไปขายจึงจะถือว่ามีรายได้เกิดขึ้นแล้ว หากราคาขายเกินกว่าราคาทุนที่ซื้อมาจึงจะต้องเสียภาษี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       ซึ่งการตีความดังกล่าวแตกต่างจากกรณีของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เมื่อนายเรืองไกรพบว่า กรณีของครอบครัวชินวัตรไม่เสียภาษีทั้ง ๆ ที่ข้อเท็จจริงเหมือนกัน จึงได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชน จนมีการนำไปพูดในวุฒิสภาและที่สุดนายวราเทพ รัตนากร รมช.กระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า กรมสรรพากรเข้าใจผิดและขอคืนภาษีให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       โดยมีการให้เหตุผลต่อมาโดย นายพิชเยนทร์ กองทอง นิติกร 8 กรมสรรพากร ทำบันทึกลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2548 แก่นายเรืองไกรว่า “สำหรับเงินได้พึงประเมินที่เป็นผลประโยชน์จากการซื้อหุ้น ยังคงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษี เพราะเงินได้ในส่วนนี้ยังมิได้มีการก่อให้เกิดรายได้ต่อท่าน (นายเรืองไกร) ท่านจะเสียภาษีเงินได้ในส่วนนี้ก็ต่อเมื่อท่านได้ขายหุ้นดังกล่าวไปโดยได้รับผลประโยชน์ซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าเงินที่ลงทุน ทั้งนี้ตามมาตรา 40 (4) (ช)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       และในครั้งต่อมา นายสุเทพ พงษ์พิทักษ์ สรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 3 ทำหนังสือลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2548 (ที่ กค. 0709.03 (ภค.12123) ถึงนายเรืองไกร เรื่องแจ้งคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีภาษี 2546 โดยระบุว่า “ในกรณีดังกล่าว ยังไม่อาจถือได้ว่าท่านมีเงินได้พึงประเมินเพราะเป็นเพียงขั้นลงทุน หาใช่ผลประโยชน์ ซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าเงินลงทุน ตามมาตรา 40 (4) (ช) ท่าน (นายเรืองไกร) จึงยังคงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้สำหรับตัวเลขผลประโยชน์จากการซื้อหุ้นจนกว่าท่านจะได้ขายหุ้นดังกล่าวไปโดยได้รับประโยชน์ซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าเงินลงทุน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       2. &lt;B&gt;ตามกรณีที่ 3&lt;/B&gt; เมื่อใกล้จะมีการนำหุ้นของครอบครัวชินวัตรและดามาพงศ์ไปขายให้กับกลุ่มเทมาเส็ก &lt;B&gt;เหตุผลในการไม่เก็บภาษีจากผู้ซื้อหุ้นในราคาต่ำกว่าตลาดแตกต่างออกไป&lt;/B&gt; ตามกรณีที่ 3 เมื่อนายพานทองแท้ และน.ส.พิณทองทา ซื้อหุ้นชินคอร์ปจากบริษัทแอมเพิล ริช ในราคาต่ำกว่าตลาดเมื่อ 20 มกราคม 2549 ก่อนนำไปขายอีก 3 วันต่อมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       &lt;B&gt;นายศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์&lt;/B&gt; อธิบดีกรมสรรพากร แถลงข่าวเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2549 ว่า “บริษัทชินคอร์ป ได้หารือกรมสรรพากรมา ซึ่งกรมฯ ได้มีหนังสือตามไปเมื่อ 21 กันยายน 2548 ว่า กรณีบุคคลธรรมดาซื้อหุ้นในราคาต่ำกว่าตลาด &lt;B&gt;เป็นการซื้อทรัพย์สินในราคาถูก&lt;/B&gt; ส่วนต่างจากราคาซื้อกับราคาตลาด จึงไม่เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร... และกรณีบุคคลธรรมดาขายหุ้น หากขายออกไปในราคาที่สูงกว่าที่ซื้อมา (เงินได้เกินกว่าที่ลงทุน) ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) (ช) แห่งประมวลกฎหมายรัษฎากร อย่างไรก็ดีหากบุคคลธรรมดาขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ได้รับยกเว้นเงินได้บุคคลธรรมดา” (มติชนรายวัน 3 ก.พ. 49)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       ซึ่ง น.ส.โมรีรัตน์ บุญญาศิริ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กรมสรรพากร กล่าวเพิ่มเติมว่า “บุคคลธรรมดาซื้นหุ้นราคาต่ำกว่าตลาดมีกำไรไม่ถือเป็นเงินได้พึงประเมิน เพราะการวินิจฉัยรายได้พึงประเมินเสียภาษีต้องดูประมวลรัษฎากรมาตรา 39 และมาตรา 40 ควบคู่กันไป โดยในมาตรา 40 ระบุว่า เงินได้พึงประเมินต้องเสียภาษี ซึ่งให้รวมถึงทรัพย์สินและประโยชน์อื่นที่จะได้รับ ซึ่งอาจคำนวณเป็นเงินได้ ซึ่งการซื้อหุ้นราคาถูกถือเป็นประโยชน์อื่นที่ได้รับ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรา 39 จากนั้นก็ต้องไปดูมาตรา 40 ประกอบ ซึ่งในมาตรา 40 นี้มี (4) (ช) ระบุผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนการเป็นหุ้นส่วน โอนหุ้น &lt;B&gt;ซึ่งเป็นการพูดถึงการขาย ไม่ได้พูดถึงการซื้อหุ้นราคาถูก&lt;/B&gt; ทำให้กำไรจาการซื้อหุ้นราคาถูกไม่ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 39” (โพสต์ทูเดย์ 3 ก.พ. 49)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       สรุปว่า กรมสรรพากรอธิบายใหม่ว่า การซื้อหุ้นราคาถูกกว่าราคาตลาดไม่ต้องเสียภาษีเลย ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       การกลับลำตีความใหม่ของกรมสรรพากรนี้ นับจากหลักฐานที่ปรากฏ คือ เมื่อกรมสรรพากรทำหนังสือตอบบริษัทชินคอร์ป เมื่อเดือนกันยายน 2548 ต่อมาปลายปี 2548 ก่อนที่จะมีการขายหุ้นล็อตใหญ่ 23 มกราคม 2549 คุณเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้เสียภาษีที่เคยร้องเรียนสื่อว่ากรมสรรพากรใช้สองมาตรฐานในการเก็บภาษีก็ได้รับหนังสืออีกฉบับหนึ่ง ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2548 (ที่ กค. 0709.31/18325) ลงนายโดย นางจิตรมณี สุวรรณพูล สรรพากร ภาค 1 ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากร ชี้แจงเรื่องการซื้อหุ้นราคาถูกของเขาโดย&lt;B&gt;เป็นการพลิกคำวินิจฉัยเดิมทั้งหมดที่เคยแจ้งเหตุผลแก่เขาว่า&lt;/B&gt; การซื้อขายทรัพย์สิน (หุ้น) ราคาต่ำกว่าราคาตลาด “ส่วนต่าง” ดังกล่าวไม่เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 ของประมวลรัษฎากรตั้งแต่ต้น โดยหนังสือดังกล่าวว่า “การซื้อทรัพย์สินในลักษณะดังกล่าวจะเป็นเรื่องของทุนซึ่งกระทบต่อจำนวนเงินที่เหลืออยู่และที่ได้จ่ายไป ดังนั้นไม่ว่าการซื้อทรัพย์สินผู้ซื้อจะซื้อตามราคาตลาดหรือซื้อในราคาถูกกว่าตลาด ผู้ซื้อต้องเสียเงินสำหรับการซื้อตามจำนวนมากน้อยตามราคาที่ตกลงกัน... การที่ซื้อทรัพย์สินราคาถูกจะทำให้เหลือเงินมากกว่าซื้อทรัพย์สินในราคาปกติ เงินที่เหลือดังกล่าวไม่ว่าจะเหลือมากน้อยเท่าใดก็เป็นเงินของผู้ซื้อเอง เป็นเรื่องของทุน มิใช่เงินที่ผู้ซื้อได้รับหรือเข้าลักษณะเป็นประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับจากผู้อื่นแต่อย่างใด ด้วยเหตุผลข้างต้น การซื้อทรัพย์สินในราคาถูก ไม่เข้าลักษณะเป็นเงินได้หรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับอันเข้าลักษณะเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 เช่นเดียวกับส่วนลดปกติและส่วนลดพิเศษที่จะลดให้ทันทีเมื่อลูกค้าซื้อสินค้าตามเกณฑ์ที่กำหนด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       ...ดังนั้น กรณีที่ท่าน (นายเรืองไกร) ซึ่งเป็นผู้ซื้อหุ้นในราคาต่ำกว่าราคาตลาด ส่วนต่างของราคาซื้อกับราคาตลาดไม่เข้าลักษณะเป็นเงินได้หรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับ อันเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 39”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       3. &lt;B&gt;ตามกรณีที่ 4&lt;/B&gt; ดังนั้นเมื่อมีการขายหุ้นชินคอร์ปของตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์ทั้งหมดไปตามข้อเท็จจริงกรณีที่ 4 โดยขายในตลาดหลักทรัพย์ กรมสรรพากรจึงตีความว่าไม่ต้องเสียภาษีทั้งหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       โดยนายศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมสรรพากร แถลงข่าวเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2549 ว่า เป็นการขายหุ้นโดบบุคคลธรรมดาในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งได้รับการยกเว้นภาษีตาม &lt;SUP&gt;5&lt;/SUP&gt;มาตรา 42 (17) ประกอบ &lt;SUP&gt;6&lt;/SUP&gt;กฎกระทรวงฉบับที่ 126 ข้อ 2 (23) ดังนั้นจึงได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการซื้อหุ้นมาในราคาถูกที่นำมารวมขายในล็อตนี้ (ข้อเท็จจริงตามกรณีที่ 2) ซึ่งรองอธิบดีกรมสรรพากร นายวิชัย จึงรักเกียรติ เคยชี้แจงว่า จะถือว่ามีรายได้ซึ่งต้องเสียภาษีเมื่อมีการขายเกิดขึ้น อธิบดีกรมสรรพากรกล่าวว่า “อย่าไปย้อนถึงของที่มันจบไปแล้ว ผมบอกแล้วว่ากรรมแรก (การซื้อหุ้นมาในราคาถูก) ไม่ถือว่าเกิด capital gain (ส่วนต่างราคาหุ้น) แต่กรรมสองเกิดแล้ว แต่เป็นการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้ว capital gain กรรมแรกมันหายไปไหน อธิบดีกรมสรรพากรตอบว่า ส่วนต่างราคาหุ้นมันไม่มีเพราะเป็นการซื้อของราคาถูกและมันขาดตอน มันไม่ได้ขาย จึงไม่มีการรับรู้รายได้” (มติชนรายวัน 27 ม.ค. 49)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       สรุปว่า ไม่มีกรณีที่ต้องเสียภาษีเลย สำหรับในประเด็นการขายหุ้นที่ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้จากการขายเพราะเป็นการขายหลักทรัพย์ (หุ้น) ในตลาดหลักทรัพย์นั้นไม่มีใครติดใจ แต่ภาษีเงินได้ที่เกิดจาการซื้อหุ้นในราคาต่ำกว่าตลาดและมาขายในครั้งนี้ถือว่าไม่ต้องเสียภาษีด้วยมีคนกังขาจำนวนมาก ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       &lt;B&gt;ข้อโต้แย้ง&lt;/B&gt; เมื่อพิจารณาการวินิจฉัยตีความของผู้บริหารกรมสรรพากรขณะนี้ที่มีความเห็นว่า การได้หุ้นมาและขายหุ้นออกไปตามข้อเท็จจริงกรณีที่ 2, 3 และ 4 ไม่ต้องเสียภาษี จะอยู่ใน 3 ประเด็นที่กรมสรรพากรกล่าวอ้างดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       ประเด็นที่กรมสรรพากรกล่าวอ้างดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       &lt;B&gt;ประเด็นที่ 1&lt;/B&gt; เป็นการซื้อของราคาถูก ส่วนต่างราคาหุ้นที่ซื้อมาในราคาต่ำนี้ไม่เป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี ? (จากข้อเท็จจริงการซื้อหุ้นตามกรณีที่ 3)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       &lt;B&gt;ประเด็นที่ 2&lt;/B&gt; ถึงซื้อหุ้นได้มาในราคาต่ำ แต่ก็&lt;B&gt;ไม่ถือว่ามีเงินได้เกิดขึ้นขณะนั้น&lt;/B&gt; จนกว่าจะได้ขายออกไปจึงจะเกิดเงินได้ที่ต้องเสียภาษี (จากข้อเท็จจริงการซื้อหุ้นตามกรณีที่ 2)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       &lt;B&gt;ประเด็นที่ 3&lt;/B&gt; หุ้นที่ซื้อได้มาในราคาต่ำ เมื่อนำมาขายในตลาดหลักทรัพย์ถือว่าไม่มีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีทั้งหมด (จากข้อเท็จจริงกรณีที่ 4)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       ใน 3 ประเด็นของกรมสรรพากรนี้ มีความเห็นของนักวิชาการกฎหมายภาษีอากร ที่โต้แย้งข้อสรุปของกรมสรรพากรอย่างชัดแจ้งในทุกประเด็น ได้แก่ ความเห็นของ &lt;B&gt;ผศ.ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย&lt;/B&gt; คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้แสดงความเห็นไว้ในการอภิปรายเรื่อง “บทวิเคราะห์เชิงวิชาการต่อภาวะวิกฤตผู้นำ : ปัญหาและทางออก” เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2549 ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในบทความที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับที่ 9 กุมภาพันธ์ 2549 โดยสรุปความเห็นที่โต้แย้งดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       &lt;B&gt;ประเด็นที่ 1&lt;/B&gt; ผศ.ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย มีความเห็นว่า โดยปกติการซื้อสินค้าราคาถูกในทางการค้าตามกลไกตลาดปกติที่บางครั้งมีการลดราคาแก่ลูกค้าทั่วไป ย่อมไม่ถือว่าเป็นเงินได้พึงประเมินของผู้ซื้อหรือผู้บริโภค แต่ถ้าการขายทรัพย์สินนั้นในราคาถูกลงอย่างมากจนเห็นได้ชัด ย่อมมีนัยของการ&lt;B&gt;ให้โดยเสน่หา&lt;/B&gt;แฝงอยู่ด้วย ซึ่งต้องถือว่ามีเงินได้พึงประเมินเกิดขึ้น เช่น หุ้นราคาตลาด 47 บาท แต่ขายให้ในราคา 1 บาท ย่อมมีการให้โดยเสน่หาแฝงอยู่ กล่าวคือ นอกจากมีธุรกรรมซื้อขายแล้วยังมีธุรกรรมการให้โดยเสน่หา ซึ่งถือว่ามีเงินได้พึงประเมินเกิดขึ้น และต้องเสียภาษีเพราะประมวลรัษฎากร มาตรา 39 บัญญัติว่า “เงินได้พึงประเมิน” หมายถึง เงินได้อันเข้าลักษณะพึงเสียภาษีในหมวดนี้ เงินได้นี้ให้รวมถึงทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับ ซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงินด้วย จะเห็นได้ว่า “เงินได้พึงประเมิน” เป็นไปตามหลักวิชาการที่หมายถึง &lt;B&gt;ส่วนที่เพิ่มขึ้น&lt;/B&gt;ของสินทรัพย์ของบุคคล อะไรก็ตามที่ทำให้เรามั่งคั่งขึ้น &lt;B&gt;ส่วนที่มั่งคั่งขึ้น&lt;/B&gt;เป็นเงินได้พึงประเมิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       ดังนั้น การซื้อหุ้นราคาถูก ย่อมเกิดส่วนต่างของราคาที่ได้รับเมื่อเทียบกับราคาตลาด ส่วนต่างที่ได้รับนี้คือมูลค่าที่เพิ่มขึ้นซึ่งเป็น “เงินได้พึงประเมิน” ผศ.ธิติพันธุ์ ยกตัวอย่างให้เห็นจากในตัวกฎหมาย เช่น ในมาตรา 42 ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ยกเว้นเงินได้พึงประเมินไม่ต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีใน “(6)ฯ ส่วนลดจากการซื้ออากรแสตมป์หรือแสตมป์ไปรษณียากรของรัฐบาล ฯลฯ” และ “(18)ฯ ส่วนลดจากการซื้อสลากบำรุงกาชาดไทย” แสดงให้เห็นว่า ปกติแล้วส่วนลดหรือส่วนต่างจากการซื้อทรัพย์สินเป็นเงินได้พึงประเมินทั้งสิ้น ดังนั้นเรื่องใดที่จะยกเว้นประมวลรัษฎากรจึงต้องนำมาบัญญัติยกเว้นไว้ในมาตรา 42 มิฉะนั้นต้องเสียภาษี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       ผศ.ธิติพันธุ์ กล่าวว่า ความเห็นของท่านเหมือนดัง&lt;B&gt;คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร ที่ 28/2538&lt;/B&gt; ที่ลงนามโดยนายอรัญ ธรรมโน ประธานคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร ที่วินิจฉัยว่า “... กรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล&lt;B&gt;นำหุ้นไปแจก&lt;/B&gt;ให้พนักงาน ลูกจ้าง กรรมการ ที่ปรึกษา หรือบุคคลผู้รับทำงานให้ในลักษณะทำนองเดียวกัน&lt;B&gt;หรือนำหุ้นไปขาย&lt;/B&gt;ให้กับบุคคลดังกล่าวตามข้อตกลงพิเศษ&lt;B&gt;ในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด&lt;/B&gt; กรณีนี้ย่อมถือได้ว่า บุคคลดังกล่าว&lt;B&gt;ได้รับเงินได้พึงประเมิน&lt;/B&gt;ตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว จึงต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษีที่ได้รับกรรมสิทธิในหุ้น...” เขากล่าวว่า คำวินิจฉัยนี้ยืนยันว่า ส่วนต่างจากการซื้อหุ้นในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดเป็นเงินได้พึงประเมินที่พนักงานต้องนำไปเสียภาษีในปีภาษีนั้น (ไม่ต้องรอให้ไปขายก่อน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       &lt;B&gt;ในประเด็นที่ 2&lt;/B&gt; ผศ.ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย กล่าวว่า โดยช้อเท็จจริงแล้วเมื่อผู้ซื้อหุ้นได้กรรมสิทธิ์ในหุ้นที่ซื้อมาในราคาต่ำ ส่วนต่างของราคาระหว่างราคาตลาดในวันนั้นและราคาที่ซื้อมาเป็นมูลค่าที่เกิดขึ้นในวันนั้น ซึ่งเป็นประโยชน์ที่ได้รับซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงินตามที่บัญญัติไว้ในคำนิยาม “เงินได้พึงประเมิน” นั่นเอง ดังนั้นต้องถือว่ามีเงินได้เกิดขึ้นแล้ว จะเห็นได้ว่าคำวินิจฉัยที่ 28/2538 จึงให้ผู้ได้รับหุ้นนั้นต้องไปเสียภาษีในปีภาษีนั้น โดยไม่ต้องรอให้ไปขายก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       &lt;B&gt;ในประเด็นที่ 3&lt;/B&gt; ผศ.ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัน โต้แย้งว่า ผู้บริหารกรมสรรพากรตีความ รวมธุรกรรมสองธุรกรรมกลืนเป็นอันเดียวกันโดยไปสรุปว่า ธุรกรรมทั้งสองธุรกรรมได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีตามกฎกระทรวงที่ 126 ข้อ 2 (23) เพราะเป็นการที่บุคคลขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นข้อสรุปที่ไม่ถูกต้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       ผศ.ธิติพันธุ์ กล่าวว่า ถ้าตีความยอมรับตามความเห็นของกรมสรรพากรตามประเด็นที่ 2 ว่า ในวันที่ซื้อหุ้นมาในราคาต่ำกว่าตลาดยังไม่เกิดเงินได้พึงประเมิน ต่อเมื่อนำหุ้นไปขายแล้วจึงจะถือว่าเกิดรายได้และเกิดความรับผิดตามธุรกรรมนี้ที่จะต้องเสียภาษีนั้น เขากล่าวว่า ในวันที่มีการโอนหุ้นทั้งหมดในวันที่ 23 มกราคม 2549 (ตามกรณีที่ 4) มีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องและเกี่ยวเนื่องกันอยู่สองธุรกรรมคือ (1) ธุรกรรมซื้อหุ้นในราคาที่ต่ำกว่าตลาด กับ (2) ธุรกรรมขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ โดยธุรกรรมทั้งสองเป็นธุรกรรมที่แยกต่างหากจากกัน และความรับผิดในการเสียภาษีเงินได้แต่ละธุรกรรมก็แยกต่างหากจากกันด้วยเช่นกัน ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       ก. ความรับผิดในการเสียภาษีของธุรกรรมซื้อหุ้นในราคาต่ำกว่าตลาดตาม (1) จะเกิดขึ้นต่อเมื่อผู้ซื้อหุ้นได้ขายหุ้นนั้นออกไป เช่น ในวันที่ 20 มกราคม 2549 ซื้อหุ้นมาราคา 1 บาท ขณะที่ราคาตลาด 47 บาท และเมื่อถึงวันที่ 23 มกราคม 2549 ได้ขายหุ้นนั้นไปราคา 49 บาท ธุรกรรม (1) นี้ (ตามการตีความของสรรพากร) เกิดความรับผิดที่จะต้องเสียภาษี โดยจำนวนที่จะต้องเสียภาษีคือส่วนต่าง 47-1 เท่ากับ 46 บาท ที่จะต้องไปคำนวณภาษี ดังนั้นภาษีที่จะต้องเสียในวันที่เทขายหุ้นทั้งหมดคือส่วนนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       ข. ส่วนความรับผิดในการเสียภาษีจากธุรกรรมขายหลักทรัพย์ออกไป ย่อมเกิดขึ้นเมื่อได้ขายหุ้นที่ซื้อมานั้นออกไป ซึ่งตามธุรกรรม (2) นี้ ส่วนที่จะต้องนำไปเสียภาษี คือ ส่วนต่างหรือประโยชน์ที่ได้จาการโอนหุ้น ได้แก่ 49-47 เท่ากับ 2 (ต้นทุนเท่ากับ 47 บาท ในวันที่ได้รับกรรมสิทธิ์ในหุ้น) สำหรับกรณีนี้เนื่องจากเป็นกรณีบุคคลขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์จึงได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งส่วนที่ได้รับยกเว้นคือ เงินได้ที่เกิดขึ้นจำนวน 2 บาท เท่านั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       สรุปแล้วในวันที่เทขายหุ้นทั้งหมด ผศ. ธิติพันธุ์ กล่าวว่า ยังมีภาระภาษีจากธุรกรรมที่ซื้อหุ้นมาในราคาที่ต่ำกว่าตลาด แม้จะคำนวณตามการตีความแบบผู้บริหารกรมสรรพากรก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       &lt;SUP&gt;1&lt;/SUP&gt;ดูรายละเอียดได้จาก “นิติกรรมอำพราง ?” ในหนังสือ “ทักษิณกับพวก และความเฉไฉของนักการเมืองไทยจากปัจจุบันยันอดีต” โดยคุณประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ สำนักพิมพ์ open books&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       &lt;SUP&gt;2&lt;/SUP&gt;&lt;B&gt;มาตรา 42&lt;/B&gt; เงินได้พึงประเมินประเภทต่อไปนี้ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ (10) เงินได้ที่ได้รับจากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยา เงินได้ที่ได้รับจากการรับมรดก หรือจากการให้โดยเสน่หาเนื่องในวันพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       &lt;SUP&gt;3&lt;/SUP&gt;&lt;B&gt;มาตรา 39&lt;/B&gt; ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       &lt;B&gt;เงินได้พึงประเมิน&lt;/B&gt; หมายความว่า เงินได้อันเข้าลักษณะพึงเสียภาษีในหมวดนี้ เงินได้ที่กล่าวนี้ให้หมายความรวมตลอดถึงทรัพย์สิน หรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน เงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ตามมาตรา 40 และเครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       &lt;SUP&gt;4&lt;/SUP&gt;&lt;B&gt;มาตรา 40&lt;/B&gt; เงินได้พึงประเมินนั้น คือเงินได้ประเภทต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงิน หรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       (4) เงินได้ที่เป็น&lt;br /&gt;       ................&lt;br /&gt;       (ช) ผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนการเป็นหุ้นส่วน หรือโอนหุ้น หุ้นกู้ พันธบัตร หรือตั๋วเงิน หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออก ทั้งนี้ เฉพาะซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       &lt;SUP&gt;5&lt;/SUP&gt;&lt;B&gt;มาตรา 42&lt;/B&gt; เงินได้พึงประเมินประเภทต่อไปนี้ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้&lt;br /&gt;       ...........................&lt;br /&gt;       (17) เงินได้ตามที่จะได้กำหนดยกเว้นโดยกฎกระทรวง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       &lt;SUP&gt;6&lt;/SUP&gt;กฎกระทรวงฉบับที่ 126 (พ.ศ.2509)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       &lt;B&gt;ข้อ 2&lt;/B&gt; ให้กำหนดเงินได้ดังต่อไปนี้ เป็นเงินได้ตาม (17) ของมาตรา 42 แห่งประมวลรัษฎากร... (หมายถึง เงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษี-กอง บก.)&lt;br /&gt;       (23) เงินได้จากการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่ไม่รวมเงินได้จาการขายหลักทรัพย์ที่เป็นหุ้นกู้หรือพันธบัตร&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-114233198046442606?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/114233198046442606/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=114233198046442606' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/114233198046442606'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/114233198046442606'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2006/03/blog-post_114233198046442606.html' title='สรรพากรสับสน.. ขายหุ้นชินคอร์ปไม่เสียภาษี ?'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-114233187094857272</id><published>2006-03-14T20:54:00.000+10:30</published><updated>2006-03-14T20:54:30.950+10:30</updated><title type='text'>สภา นสพ.-ทนายความ สุดทน “แม้ว” - ปลุกกระแสทวงสมบัติชาติ</title><content type='html'>สองสภาการวิชาชีพ “หนังสือพิมพ์-ทนายความ” จับมือออกสมุดปกขาวฟ้องประชาชนทั่วประเทศ ระบุ “ทักษิณ” สิ้นความสง่างามหมดความชอบธรรม ถล่มตระกูลชินวัตร-ดามาพงศ์ ขายหุ้นชินฯ ไม่เสียภาษี หวั่นกระทบความมั่นคงและละเมิดสิทธิชาวไทย พร้อมปลุกกระแสคนไทยทวงสมบัติชาติคืนมา&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       วันที่ (20 ก.พ.) เวลา 17.30 น. นายพงศักดิ์ พยัฆวิเชียร ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และนายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ ร่วมกันแถลงการณ์และออกสมุดปกขาวของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติและสภาทนายคว าม เรื่อง “การทำธุรกรรมซื้อขายหุ้นและหลักทรัพย์กรณีของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่มีการแปลความให้ขัดกับหลักการจัดเก็บภาษีที่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายความมั่นคงของชาติ” ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       ในหนังสือปกขาวดังกล่าวระบุว่า 1.นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติต้องรู้ดีว่าสถานที่ซึ่งประกอบไปด้วยสถาน ีวิทยุ หรือโทรเลข หรือสถานีส่ง หรือรับอาณัติสัญญาณ ดังกล่าวสถานีและผังของสถานีภาคพื้นดินของระบบดาวเทียมและคลื่นดาวเทียมนั้น เป็นความลับของชาติ ซึ่งไม่อาจเปิดเผยให้กับตัวแทนของรัฐบาลต่างประเทศ ดังนั้น การที่ครอบครัวของนายกรัฐมนตรี ได้ยอมให้มีการขายหุ้นและให้ตัวแทนของรัฐบาลต่างประเทศเข้ามาทำการตรวจสอบรา ยละเอียดถึงทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทในเครือทั้งหมด ซึ่งต้องได้รู้ถึงสภาพของสถานะของทรัพย์สินเช่นว่านั้น เท่ากับว่า มีการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 124 ในการเปิดเผยความลับให้กับหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศ มีผลทำให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้กระจ่า งและดำเนินคดีกับตัวการผู้สนับสนุนทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขายหุ้นขอ งบริษัท ชินคอร์ป&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       2.จากรายละเอียดที่ทำธุรกรรมเกี่ยวกับการขายหุ้น และเปลี่ยนเป็นหลักทรัพย์กรณีตามข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะพิเคราะห์ในตอนซื้อขายหุ้นของนายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร หรือตอนขายหุ้นนั้นทั้ง 2 กรณี มีความรับผิดในทางภาษีอากรทั้งสิ้น เพราะถือว่าบริษัท แอมเพิล ริช มีภูมิลำเนา เพื่อการเสียภาษีในประเทศไทย เนื่องจากนายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา เป็นกรรมการตัวแทนของบริษัทในประเทศไทย การที่ผู้แทนหน่วยราชการมีหน้าที่จัดเก็บภาษี มาชี้แจงแทนผู้เสียภาษี ย่อมถือได้ว่าเป็นกรณีที่ไม่ถูกต้อง เพราะควรที่จะตรวจสอบให้มีความแน่ชัดและประเมินภาษีอากรกับผู้ที่ต้องเสียภา ษีอากร&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       3.การร่วมลงทุนของกลุ่มบริษัทในเครือญาติของนายกรัฐมนตรี และสายการบินแอร์เอเชีย นั้นเป็นการร่วมลงทุนกับนิติบุคคลสัญชาติ “ลาบวน” ซึ่งเป็นเขตพิเศษที่รัฐบาลมาเลเซีย ให้เป็นเขตปลอดภาษีอากร ทำนองเดียวกันกับที่นายกรัฐมนตรีได้ไปจดทะเบียนก่อตั้ง บ.แอมเพิล ริช ซึ่งเป็นเขตปลอดภาษีของรัฐบาลอังกฤษ นายกรัฐมนตรีเองได้เคยกล่าวเรื่องนี้ว่าใครที่ไปจัดตั้งบริษัทบนเกาะต้องถือ ว่าเป็นคนไม่รักชาติ แต่นายกรัฐมนตรีทราบดีอยู่แล้วว่าตนเองก็ตั้งบริษัท แอมเพิล ริช ตั้งแต่ปี 2542 ในขณะเดียวกัน ก็ร่วมลงทุนกับบริษัทสายการบินซึ่งมีภูมิลำเนาและสัญชาติอยู่บนเกาะลาบวน ทำกิจการปลอดภาษี ความสง่างามของนายกรัฐมนตรีจึงเป็นพฤติกรรมที่น่าสงสัยอย่างยิ่ง&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       4.กรณีที่ได้มีการแปรสภาพรัฐวิสาหกิจเป็นบริษัทจำกัดมหาชน การออก พ.ร.ก.แก้ไข้เพิ่มเติม พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 พ.ศ.2546 และกรณีแก้ไข พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคมฉบับที่ 2 ทั้ง 3 กรณีนี้เป็นการลดคุณค่าทางทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจลงอย่างเห็นได้ชัดโดยลดสถ านะของความเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีศักดิ์ศรีในด้านของการให้สัมปทานเหนือกว่าบร ิษัทธรรมดา และต่อมาให้รัฐวิสาหกิจเสียภาษีในทำนองเดียวกับบริษัทผู้รับสัมปทาน รวมทั้งการขยายฐานการถือหุ้นของคนต่างด้าวจาก 25% เป็น 49% เป็นการเพิ่มมูลค่าหุ้นให้กับบริษัททั้งสิ้น&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       นายพงศักดิ์ พยัฆวิเชียร ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ระบุด้วยว่า สมุดปกขาวดังกล่าวจะพิมพ์ทั้งสิ้น 6 หมื่นฉบับ แจกจ่ายไปให้ประชาชนทั่วประเทศ เนื่องจากขณะนี้ความสง่างามของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยเฉพาะในฐานะของนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทยและเป็นรัฐบาลในพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว ทางสภาการหนังสือพิมพ์ฯและสภาทนายความเห็นว่าได้หมดสิ้นไปแล้วโดยสิ้นเชิง ตั้งแต่ตัดสินใจขายกิจการทั้งหมดให้กับต่างชาติ ซึ่งเป็นคู่แข่งด้านการสื่อสาร รัฐบาลสิงคโปร์เคยไปขอร่วมลงทุนกับหน่วยงานซึ่งเป็นเจ้าของกิจการโทรคมนาคมใ นประเทศอื่นๆ มาแล้ว แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ มาสำเร็จในการเข้าครอบงำในประเทศไทยได้ถึง 49%&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       “สภาการหนังสือพิมพ์ฯ และสภาทนายความ เห็นว่า ธุรกรรมการซื้อและขายหุ้นดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมายชัดเจน ถือว่ามีผลทำให้นิติกรรมดังกล่าวเป็นโมฆะเป็นการทำให้สูญเสียอธิปไตย ผมขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันรักษาผลประโยชน์และทรัพยากรขอ งชาติไว้ให้เป็นของคนไทยทั้งหมด”&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       ประธานสภาการหนังสือพิมพ์ฯ กล่าวด้วยว่า ขอเรียกร้องให้ผู้อำนวยการและผู้มีอำนาจของบริษัทที่แปรสภาพทุกบริษัทบอกเลิ กสัญญาโทรคมนาคม เนื่องจากการโอนหุ้นให้รัฐบาลสิงคโปร์ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการเ ปิดเผยความลับของชาติ ขอให้ผู้มีอำนาจในบริษัทที่แปรสภาพรายงานผลกระทบจากการเข้ามาซื้อหุ้นไปยังผ ู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามมาตรการทางกฎหมายต่อไปโดยทันที และนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีต้องมีมติยกเลิกสัญญาดังกล่าวโดยทันทีไม่มีเงื่อนไข&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       “ในเรื่องของการสื่อสารเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากสำหรับประเทศที่มีขน าดเล็ก เช่น สิงคโปร์ เมื่อเขามีสิทธิได้รับโอกาสนี้เขาจะไขว่คว้าให้ประเทศมีศักยภาพมากขึ้น โดยการรับซื้อจากรัฐบาลไทย สื่อมวลชนต้องทำหน้าที่เปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดและเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องดำเ นินการต่อไป ต้องพิจารณาหาหลักฐานและรวบรวมข้อมูล”&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ กล่าวเสริมว่า ตนได้ทำหน้าที่ของผู้ถือกฎหมายโดยการเปิดเผยข้อมูลสมุดปกขาว และตนจะทำทุกอย่างให้เป็นรูปธรรมมากที่สุด เพราะถือว่าถ้าสิ้นสุดการดำเนินการในครั้งนี้แล้วผลที่ได้จะเป็นประโยชน์ต่อ ส่วนรวม ไม่เกี่ยวกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ซึ่งข้อมูลต่างๆ ที่ตนได้รับมาได้มาจากการกลั่นกรองข้อเท็จจริงแล้วทั้งสิ้น&lt;br /&gt;       &lt;br /&gt;       “ผมอยากเรียกร้องความเป็นสันติสุขคืนมาให้กับประเทศ วันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีความชอบธรรมในการเป็นนายกรัฐมนตรี ความชอบธรรมนี้น่าเคลือบแคลงสงสัยและมีหลักฐานเพิ่มเติมมากขึ้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา: &lt;a href="http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9490000023350&amp;#Opinion" class="news"&gt;ผู้จัดการออนไลน์&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-114233187094857272?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/114233187094857272/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=114233187094857272' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/114233187094857272'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/114233187094857272'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2006/03/blog-post_14.html' title='สภา นสพ.-ทนายความ สุดทน “แม้ว” - ปลุกกระแสทวงสมบัติชาติ'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-114233149878889052</id><published>2006-03-14T20:46:00.000+10:30</published><updated>2006-03-14T20:48:18.793+10:30</updated><title type='text'>ประวัติย่นย่อของทุนนิยม A Very Brief History of Capitalism</title><content type='html'>ไมเคิล ไรท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ทุนนิยมคืออะไร?&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท ุนนิยมไม่ใช่เรื่อง "บุญ" หรือ "บาป," หากเป็นระบบแบ่งปัน (หรือแย่งชิง) อำนาจในสังคมโดยอาศัย ทรัพย์ เป็นหลักแทนพละกำลังกายและอาวุธ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สังคมดึกดำบรรพ์ล้วนเป็นเผ่าขนาดเล็กที่เป็นญาติๆ กันจึงไม่มีชนชั้น, มีแต่ผู้เฒ่าและผู้น้อยตามอายุและความรู้ความสามารถ, และแบ่งปันทรัพย์เท่าที่มีอยู่ (ของกิน, ของใช้) อย่างเสมอภาค, ไม่มีใครอดอยาก, หรือหากขัดสนก็อดอยากกันทั้งเผ่า ดังนี้ "ทรัพย์" ไม่มีความหมายและไม่เป็นเครื่องกำหนดว่าใครจะมีอำนาจภายในเผ่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ในสมัยดึกดำบรรพ์ความสัมพันธ์ ระหว่างเผ่า ไม่มีระเบียบสวยงามเช่นนี้ เผ่าไหนมีชายฉกรรจ์และอาวุธมากกว่า และมีผู้นำเหี้ยมโหดที่สุด, ก็สามารถปล้นเผ่าอื่นได้โดยฆ่าชายทุกคนแล้วลากหญิงไปเป็นเมีย นี่คือระบบ "อำนาจ" สมัยดึกดำบรรพ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สังคมมนุษย์ (จีน, ฮินดู, พุทธ, มุสลิม, คริสต์ ฯลฯ) ไม่ได้พัฒนาเสมอกันจึงต่างกันมาก, เหลือจะพิจารณาทั้งหมดได้, ผมจึงขอดูเฉพาะยุโรปตะวันตกหลังจักรวรรดิโรมันล้มราวคริสต์ศตวรรษที่ 5-6&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ยุโรปก่อนทุนนิยม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใ นสมัยกลาง (Middle Ages) หรือยุคมืด (Dark Age) ยุโรปตะวันตกแบ่งเป็นนครรัฐต่างๆ แต่ละรัฐจะสะสมพลฉกรรจ์, พลม้า, อาวุธยุทโธปกรณ์แล้วแย่งชิงอำนาจกันด้วยวิธีรุนแรงที่เรียกว่า "สงคราม"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภายในนครรัฐแต่ละกลุ่ม (แคว้น) ใครๆ ที่ฉลาดกว่ากัน, นักเลงกว่ากัน, หรือเหี้ยมโหดกว่ากัน, สามารถครองที่นาและชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่งก็เป็น "ขุน" เป็น "พระยา" (Earls, Dukes, Barons, Lords ฯลฯ) แล้วส่งพลและเสบียงสมทบทัพหลวง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างนี้เรียกว่า "ระบบศักดินา" (Feudalism), เป็นระบบแบ่งอำนาจกันภายในแคว้นด้วยความรุนแรงเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;เริ่มทุนนิยม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต ่อมายุโรปเริ่มเข้ายุครื้อฟื้นศิลปวิทยา (Renaissance) ราวคริสต์ศตวรรษที่ 14 การค้าระหว่างหัวเมืองและแคว้นต่างๆ มีความสำคัญมากขึ้นรวมทั้งการเงินการธนาคาร, โดยเริ่มตามนครรัฐในอิตาลีเหนือก่อน จะเห็นได้ว่าในคริสต์ศตวรรษที่ 15 ตระกูลเมดีจี (Medici) ที่ครองเมือง Florence และแผ่อำนาจทั่วไปนั้นไม่ใช่คนสูงศักดิ์จากยุคเดิม แต่เป็นมหาเศรษฐีนายธนาคารที่มี เงิน ซื้อพลรบ, บำรุงศิลปวิทยา, และซื้อตำแหน่งสมเด็จพระสันตะปาปาให้หลานๆ ครองกินศาสนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 16-18 นครรัฐ (City States) ต่างๆ กำลังรวมกันก่อตั้งเป็น ประเทศรัฐ (Nation States) รัฐบาลแต่ละประเทศจะมีนโยบายส่งเสริมการผลิตและการค้า, โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้าต่างประเทศ ระบบอย่างนี้เรียกว่า Mercantilism, มีผลนำไปสู่การ ล่าเมืองขึ้น (Colonialism), จักรวรรดินิยม (Imperialism), และไม่ต้องสงสัย ความขัดแย้งกันเองว่าใครจะยึดครองทรัพยากรและตลาดในโลกภายนอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 (Adam Smith : Wealth of Nations, 1776) นักปราชญ์ผู้ก่อตั้งอุดมการณ์ "เศรษฐศาสตร์เสรีนิยม" (Economic Liberalism) รุ่นแรก ว่า รัฐควรวางเฉย, ปล่อยให้เศรษฐกิจเดินเอง (Laissez Faire) การผลิตและการค้าเสรีจะได้เติบโตขึ้นโดยอัตโนมัติและสร้างความมั่งคั่งผาสุก ให้แก่สังคมโดยทั่วไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เผอิญปรัชญาใหม่นี้เกิดพร้อมกับการคิดประดิษฐ์เครื่องจักรใหม่ (Technological Revolution) เครื่องจักรเหล่านี้ทำให้นายทุนเจ้าของกิจการสามารถทำลายศิลปหัตถกรรมชาวบ้า นและยึดตลาดทั้งหมดด้วยสินค้าราคาต่ำและคุณภาพสม่ำเสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ทุนนิยมในคริสต์ศตวรรษที่ 19&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใ นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ปรัชญาเศรษฐศาสตร์เสรีผนวกกับการปฏิวัติอุตสาหกรรม (Industrial Revolution) ต่างสร้างความเหลื่อมล้ำและความอนาถาครั้งยิ่งใหญ่ ที่บ้าน แรงงานหมดศักดิ์ศรี, ไม่มีอำนาจต่อรอง, และมีชีวิตกินอยู่เยี่ยงสัตว์เดรัจฉาน ในเมืองขึ้น (เช่น อินเดีย) ทรัพยากรทั้งหมดอยู่ในมือของอังกฤษและอุตสาหกรรมพื้นเมือง (ทอผ้า, เครื่องมือ เครื่องใช้) ต่างยกเลิกเพราะสู้ผลิตภัณฑ์ราคาถูกจาก Birmingham ไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนี้ "ทุน" ได้จัดแจงแบ่งปันอำนาจระหว่างประเทศได้สำเร็จด้วยความรุนแรงบ้าง, เล่ห์เหลี่ยมบ้าง แต่ภายในประเทศ (เช่น อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมัน) ระบอบอำนาจไม่มั่นคงเพราะ 1.อำนาจการเมืองโดยมากอยู่ในมือชนชั้นเจ้านายเก่า (เจ้าของที่ดิน), 2.อำนาจเศรษฐกิจอยู่ในมือนายทุนรุ่นใหม่, 3.ชนชั้นกลางมีจำนวนน้อยจึงมีเสียงไม่มาก, และ 4.ชนชั้นกรรมาชีพไม่มีอำนาจต่อรอง คริสต์ศตวรรษที่ 19 จึงเป็น "ศตวรรษแห่งการปฏิวัติ" ในยุโรป ใครเห็นว่า คาร์ล มาร์กซ์ เป็นยักษ์เป็นมารหรือเพ้อฝันก็ควรกลับไปศึกษาสภาพสังคม-เศรษฐกิจในยุโรปยุคน ั้นให้ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่สหรัฐไม่ใช่อย่างนั้นเพราะเขามีพลเมืองจำนวนไม่มาก, มีที่ดินและทรัพยากรเหลือเฟือ, คนกรรมาชีพจึงพอหวังกินอยู่ดีได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีแต่อินเดียนแดงกับคนผิวดำที่แร้นแค้นไร้อำนาจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ทุนนิยมในครึ่งแรกคริสต์ศตวรรษที่ 20&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ป ลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 อุตสาหกรรมสหรัฐ (เช่น น้ำมัน, เหล็ก และรถไฟ) มีลักษณะผูกขาด, รัฐสภาจึงเริ่มออกกฎหมายคุ้มครองผลประโยชน์สาธารณะ ในยุโรปก็เช่นเดียวกัน :- ฝ่ายเสรีนิยมเห็นจำเป็นจะต้องคุ้มครองและให้สิทธิอำนาจแก่ชนที่ถูกเอารัดเอา เปรียบ, และคุมพฤติกรรมของนายทุนให้อยู่ในขอบเขต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ตะวันตกโดยมากถือระบอบ "ประสม-ประสาน (Mixed Economy), คือเป็น ทุนนิยมเสรี แต่รัฐเข้ามาแทรกแบบ สังคมนิยม ใต้ระบอบประชาธิปไตยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการผูกขาด, การฮั้ว, การฉ้อราษฎร์บังหลวง, และ "มัจฉาคติ" (ปลาใหญ่กินปลาเล็ก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 20 ระบบประสมนี้มีความสำเร็จในระดับหนึ่ง, คือสามารถแบ่งปันอำนาจได้ดีขึ้น เช่น ให้คนส่วนใหญ่ในสังคมมีสิทธิเลือกตั้ง, ทำให้รัฐต้องโปร่งใสและรับผิดชอบมากกว่าเดิม มีการรับรองสิทธิลูกจ้างให้ตั้งสหภาพและต่อรองกับนายจ้าง, และมีความก้าวหน้าด้านสาธารณสุขและการศึกษาสำหรับประชาชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ในระยะดังกล่าวมีข้อเว้น, คือประเทศรัสเซียที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงจึงตกเป็นเหยื่อลัทธิ เลนินนิสต์ ที่มีวิธีแบ่งปันอำนาจเฉพาะต่างหากที่ไม่มี "ทุน" เป็นตัวเกณฑ์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม ระบอบประสมนี้ยังมีบกพร่องดังจะเห็นได้จากการที่เศรษฐกิจโลกหดหู่ (ราว ค.ศ.1930) ทำให้คนตกงานเป็นล้านๆ, และเกิดสงครามโลกถึงสองครั้ง (ค.ศ.1914-1918, 1940-1945) ที่ประเทศต่างๆ ใช้อาวุธแบ่งปันอำนาจกันใหม่ ไม่มีใครทราบสาเหตุแท้จริงของสงคราม บางท่านว่าโลภะโทสะโมหะ, บ้างว่าสันดานโหดธรรมดามนุษย์, หรือดาวร้ายแทรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัฐเป็นฝ่ายประกาศและดำเนินสงคราม, ไม่ใช่นายทุน อย่างไรก็ตาม สงครามเป็นกิจการแพงมาก, รัฐจึงไม่กล้าเป็นฝ่ายรุก (Aggressor) หากไม่มีทุนสนับสนุน บางทีผู้สนใจเรื่อง "สงครามและสันติภาพ" ควรศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและทุน เป็นไปได้ไหมว่าในบางกรณีสงครามให้กำไรงามกว่าสันติภาพ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 20 ระบบทุนนิยมประสม (Mixed Capitalism) มีทั้งความล้มเหลวและความสำเร็จสร้างสรรค์ ที่สำคัญที่สุดคือมันได้ยกระดับประชาชนจำนวนมากเข้ามาอยู่ใน ชนชั้นกลาง ที่แข็งแกร่ง, มีการศึกษาและอำนาจพอที่จะมีบทบาทรับผิดชอบในการบ้านการเมืองแทนที่จะเป็นฝ่ ายถูกกระทำ, ไม่มีสิทธิรู้เห็นหรือแสดงความคิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความสำเร็จนี้ปรากฏในงานของ John Maynard Keynes (นักเศรษฐศาสตร์, ค.ศ.1883-1943) ที่นิยามบทบาทของรัฐในการควบคุมและส่งเสริมกลไกของทุน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ทุนนิยมหลังสงครามโลกครั้งที่ 2&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ป ระเทศโลกตะวันตกฟื้นเศรษฐกิจเร็วบ้างช้าบ้าง (สหรัฐไม่ต้องฟื้นเพราะฐานอุตสาหกรรมยังสมบูรณ์อยู่) แต่ทุกประเทศรวมทั้งสหรัฐถือหลักการของ Keynes ว่ารัฐต้องมีบทบาทแทรกแซงเศรษฐกิจไม่ให้ตลาดหัวขวิดก้นคว่ำ มีการตกลงระบบกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ งานสาธารณูปโภค (น้ำ, ไฟ, ไปรษณีย์-โทรคมนาคม ฯลฯ) เป็นหน้าที่ของรัฐ, รวมทั้งการสาธารณสุขและการศึกษาระดับประชาบาล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีการควบคุมธนาคาร, สถาบันการเงินอื่นๆ, ตลาดหลักทรัพย์และกองทุนต่างๆ ไม่ให้เล่นพิเรนทร์, ไม่ให้เล่นถั่วหาย มีการก่อตั้งเป็นรัฐสวัสดิการ (Welfare State) ที่รับรองว่าไม่มีประชากรผู้ใดจะถูกทอดทิ้งให้อดตาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระบบประสม (ทุนนิยม+สังคมนิยม) นี้มีล้มลุกบ้าง, แต่โดยมากมีความสำเร็จหลายอย่าง เช่น 1.เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง, 2.ดึงประชากรส่วนใหญ่เข้ามาเป็นชนชั้นกลาง, 3.ลดความเหลื่อมล้ำและความขัดแย้ง, 4.แบ่งปันอำนาจในสังคมให้โปร่งใสและยุติธรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ถึงต้นทศวรรษที่ 1980 หลักการ "ประสม" ของ Keynes ถูกฉีกทิ้งลงถังขยะและทุนนิยมเปลี่ยนโฉมใหม่อีกครั้งหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ทุนนิยมปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต ้นทศวรรษ 1980 Ronald Reagan ในสหรัฐ และ Margaret Thatcher ในอังกฤษ ต่างเลิกศรัทธาหลักการ "เศรษฐกิจประสม" ของ Keynes ว่าเป็นนโยบายล้าหลังกีดขวางและขัดขาการดำเนินการของระบบทุน ท่านทั้งสองกลับศรัทธาทฤษฎี "ตลาดเสรี" (Free Markets) ของ Milton Friedman (นักเศรษฐศาสตร์ ค.ศ.1912-?)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านว่าการแทรกแซงของรัฐทำให้ตลาดบิดเบี้ยวไม่สมดุล ดังนั้น รัฐควรวางเฉย, ปล่อยให้ตลาดเสรีเป็นตัวคุมเศรษฐกิจโดยอัตโนมัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคยได้ยินอะไรคล้ายๆ กันมาก่อนไหม? ใช่แล้ว! มันคือคำสอน Laissez Faire ของ Adam Smith เจ้าเก่า กลับคืนชีพอีกครั้ง, ทั้งๆ ที่ประสบการณ์ 300 ปีแสดงว่า "ตลาดเสรี" ไม่มีตัวจริงแต่เป็นเรื่องหลอกตัวเอง (หรือหลอกชาวบ้าน?) ทั้งนี้ เป็นเพราะตลาดย่อมผูกขาดและปิดบัง (ในระดับหนึ่งระดับใด) โดยนิยาม, มิเช่นนั้นพ่อค้าจะทำกำไรสม่ำเสมอไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยนิยามแล้ว "ตลาดเสรี" คือการพนันบริสุทธิ์แท้ที่ทั้งเจ้ามือและลูกมือโกงกันไม่ได้เลย เกม "ตลาดเสรีจริงๆ" นี้อาจจะเล่นกันสนุกวันยังค่ำ แต่ไม่มีใครรวยครับ, เพราะในตลาดเสรีจริงๆ โกงกันไม่ได้ และไม่มีทางที่ใครจะเป็นมหาเศรษฐี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น่าชวนพวกมหาเศรษฐี (และสหาย) ที่อ้างว่าตนเป็น "อนุรักษนิยมใหม่" (Neo-cons) และ "เสรีนิยมใหม่" (Neo-libs) มาเล่นใน ตลาดที่เสรีจริงๆ แต่ท่านคงไม่เอาเงินมาเล่นในบ่อนนี้แน่ๆ เพราะกลัวหมดตูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในขณะที่โลกตะวันตกกำลังรื้อฟื้นทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ล้าสมัย, นักคิดในโลกสังคมนิยม (เช่น เติ้ง เสี่ยว ผิง และ มิคาอิล กอร์บาช็อฟ) กำลังคิดการใหม่ว่าทฤษฎีมาร์กซ์-เลนิน-เหมา เจ๋อ ตุง บกพร่องเป็นที่น่าเสียดายว่า ความเปลี่ยนแปลงในโลกสังคมนิยมเกิดในขณะนั้นพอดี, เพราะชวนให้เข้าใจผิดว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สังคมนิยมตกถังขยะประวัติศาสตร์แล้วทุนนิยมมีชัยชนะและเป็นเจ้าของบรมสัจจะทางทางเศรษฐกิจ, สังคมและการเมืองอย่างเถียงไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ทุนนิยมในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 21&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผ ู้มีอำนาจทางการเมืองปัจจุบันบางคน (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายโทนี่ แบลร์, นายบุช ผู้ลูก, และ นายทักษิณ ชินวัตร) ดูเหมือนต่างสืบทอด มรดกความคิด ทางการเมือง-เศรษฐกิจ จากผู้นำรุ่นก่อน, คือ นายเรแกน (ดาราหนังชั้น B), นางแทตเชอร์ (วิศวกรเคมี) และนายบุชผู้พ่อ (พ่อค้านักเก็งกำไรผูกขาด)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มรดกความคิดดังกล่าวเรียกว่า "ระบบเศรษฐกิจใหม่" (The New Economy), ประกอบด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. "ตลาดเสรี" ที่ไม่เสรีเพราะบรรษัทของประเทศมหาอำนาจเป็นเจ้ามือแจกไพ่ซ่อนถั่ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. "โลกาภิวัตน์" ซึ่งก็น่าจะเป็น "จักรวรรดินิยมใหม่" (Neo-Colonialism) คือการเสนอลูกปัดสวยๆ กับน้ำเมาแลกเปลี่ยนกับสิทธิที่จะเข้ามาครอบครองเศรษฐกิจของประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขบวนการใหม่นี้ (This New Regime) คืออะไรกันแน่?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ความสำเร็จสุดยอดและสมบูรณ์แบบของทุนนิยม (Triumph of Perfect Capitalism)?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. การบิดเบือนบ่อนทำลายทุนนิยม (Distortion and Perversion of Capitalism)?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ความคิดใหม่เอี่ยม (New Theory) ที่จะนำโลกไปสู่ความมั่งคั่งยุติธรรมเสมอภาคเยี่ยงยุคพระศรีอาริย์?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านผู้อ่านช่วยกันคิด, เพราะผมจนใจจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา: &lt;a href="http://www.matichon.co.th/weekly/weekly.php?srctag=0421281048&amp;srcday=2005/10/28&amp;search=no" class="news"&gt;คอลัมน์ฝรั่งมองไทย มติชนออนไลน์&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-114233149878889052?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/114233149878889052/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=114233149878889052' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/114233149878889052'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/114233149878889052'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2006/03/very-brief-history-of-capitalism.html' title='ประวัติย่นย่อของทุนนิยม A Very Brief History of Capitalism'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-113313874454552420</id><published>2005-11-28T11:08:00.000+10:30</published><updated>2005-11-28T11:21:34.800+10:30</updated><title type='text'>apache โหลด php_mysql.dll ไม่ได้</title><content type='html'>ใช้งาน apache (2.0.54) - php (5.0.4) - mysql (4.4.10) บน Windows XP (SP2) (เครื่องสำหรับ develop) วันดีคืนดีเรียก apache ขึ้นมาทำงานกลับฟ้อง error ว่าโหลดโมดูลของ php_mysql.dll ไม่ได้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ไปทำอะไรกับเขาเลย ดังภาพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://photos1.blogger.com/blogger/4196/1163/1600/load_php_mysql_dll_error.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0px auto 10px; display: block; text-align: center; cursor: pointer;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/4196/1163/400/load_php_mysql_dll_error.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;หลังจากขึ้น error นี้แล้วเราสามารถคลิก OK สองครั้ง apache จะผ่านไปทำเซอร์วิสตามปกติแต่จะไม่สามารถสนับสนุนการทำงานด้วย MySQL ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าไปเรียก phpmyadmin จะขึ้น error ว่า:&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;"ไม่สามารถเรียกใช้ตัวช่วยของ MySQL,&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;กรุณาตรวจสอบการตั้งค่าของ PHP&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;เอกสารอ้างอิง"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเรียกเว็บที่มีการติดต่อฐานข้อมูล MySQL จะขึ้น error ว่า:&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;"Fatal error: Call to undefined function mysql_connect() in C:\Apache2\htdocs\veerawat\function\function.inc.php on line 12"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก ็ไม่ทราบว่าสาเหตุจะเกิดจากอะไร ลองหาใน php.net ก็ไม่เจอ เป็นมาสองครั้งแล้วทั้งเครื่อง Labtop และ Desktop อย่างละครั้งก็เลยบันทึกวิธีการแก้ปัญหาไว้หน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีแก้ปัญหาไปที่ &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;My Computer&gt;&gt;Properties&gt;&gt;Advanced&gt;&gt;Environment Variables&gt;&gt;System variables&gt;&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลือก Variable Path แล้วเลือก Edit จะได้ค่า Valiable value ออกมาในลักษณะนี้&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Variable value:&lt;/span&gt; %SystemRoot%\system32;%SystemRoot%;%SystemRoot%\System32\Wbem;C:\Program Files\ZipGenius 5;C:\j2sdk1.4.2_07;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ให้เพิ่ม Path ของ Folder ที่อยู่ของ PHP ต่อท้ายอย่างเช่น C:\php5 จะได้ข้อมูลลักษณะนี้&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;Variable value:&lt;/span&gt; %SystemRoot%\system32;%SystemRoot%;%SystemRoot%\System32\Wbem;C:\Program Files\ZipGenius 5;C:\j2sdk1.4.2_07;&lt;span style="color: rgb(255, 0, 0);"&gt;C:\php5;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คลิก OK ยืนยันการแก้ไขข้อมูล &lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 51, 255);"&gt;&lt;u&gt;restart คอมพิวเตอร์&lt;/u&gt;&lt;/span&gt; แล้วเรียก apache ให้ทำงานตามปกติ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-113313874454552420?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/113313874454552420/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=113313874454552420' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/113313874454552420'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/113313874454552420'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2005/11/apache-phpmysqldll.html' title='apache โหลด php_mysql.dll ไม่ได้'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-113288009700209527</id><published>2005-11-25T11:22:00.000+10:30</published><updated>2006-04-11T21:32:05.016+09:30</updated><title type='text'>World University Rankings 2005</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://photos1.blogger.com/blogger/4196/1163/1600/world_ranks_2005.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0pt 10px 10px 0pt; float: left; cursor: pointer;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/4196/1163/320/world_ranks_2005.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;  หลังจากที่ The Times Higher Education ได้ออกรายงานการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก 200 อันดับแรก (&lt;a href="http://www.thes.co.uk/worldrankings/" class="news"&gt;World University Rankings 2005&lt;/a&gt;) ซึ่งปีนี้มีการปรับเกณฑ์การให้คะแนนพอสมควรโดยไม่เน้นที่เรื่องงานวิจัยอย่า งเดียวก็ปรากฏว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยเพียงหนึ่งเดียวของไทยที่ได้ติดอันดับเป็นปีแรก โดยอยู่ที่อันดับ 121 ซึ่งก็เป็นสิ่งกระทุ้นในผู้คนในแวดวงการศึกษาตื่นเต้นกันพอสมควร จนมีแนวความคิดที่จะจัดอันดับมหาวิทยาลัยในประเทศไทยกันบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ก็ลองดูครับ ถ้าทำได้มันก็คงเป็นสิ่งที่ดี เพียงแต่ประเด็นสำคัญก็คือจะวัดยังไงถึงจะทำให้เป็นที่ยอมรับกันในแวดวงวิชา การเท่านั้น ถึงยังไงก็ต้องยอมรับว่าจะต้องมีความเห็นที่แตกต่างมีข้อโต้แย้งอย่างแน่นอน จากทั้งผู้สมหวังและผิดหวัง แต่ว่าการกำหนดตัวชี้วัดให้มีข้อโต้แย้งน้อยที่สุดน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่ส ุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; มหาวิทยาลัยที่เป็นอันดับหนึ่งของโลกก็ยังคงเป็น Harvard University เหมือนปีที่แล้ว ตามมาด้วยอันดับสองคือ MIT ส่วนมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของอังกฤษคือ Cambridge University ปีนี้ติดเป็นอันดับสามเลื่อนจากอันดับหกในปีที่แล้ว&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; Beijing University และ Tokyo University เป็นมหาวิทยาลัยที่มีอันดับดีที่สุดในเอเชีย โดยติดอันดับที่ 15 และ 16 ส่วนอันดับที่ดีที่สุดในออสเตรเลียยังคงเป็น Melbourne University อันดับที่ 19 ซึ่งอันดับต่างๆ ของมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียประกอบด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; 19 Melbourne University&lt;br /&gt; 23 Australian National University&lt;br /&gt; 33 Monash University&lt;br /&gt; 38 Sydney University&lt;br /&gt; 40 University of New South Wales&lt;br /&gt; 47 Queensland University&lt;br /&gt; 67 Macquarie University&lt;br /&gt; 80 University of Western Australia&lt;br /&gt; 80 Adelaide University&lt;br /&gt; 82 RMIT University&lt;br /&gt; 87 University of Technology, Sydney&lt;br /&gt; 98 La Trobe University&lt;br /&gt; 101 Curtin University of Technology&lt;br /&gt; 118 Queensland University of Technology&lt;br /&gt; 127 University of Newcastle&lt;br /&gt; 154 University of South Australia&lt;br /&gt; 166 Tasmania University&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ซึ่งมหาวิทยาลัยที่ไม่ติดใน 200 อันดับก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ไม่ดี แต่อาจจะดีบางด้าน หรือ อาจจะไม่ตรงกับตัวชี้วัดของ Times ซึ่ง Times ก็ได้จัดทำรายงาน 100 อันดับแรก ของมหาวิทยาลัยในด้านต่างๆ ออกมาด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; Source: &lt;a href="http://www.thes.co.uk/worldrankings/" class="news"&gt;The Times Higher Education&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-113288009700209527?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/113288009700209527/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=113288009700209527' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/113288009700209527'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/113288009700209527'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2005/11/world-university-rankings-2005.html' title='World University Rankings 2005'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-112572518119961677</id><published>2005-09-03T14:55:00.000+09:30</published><updated>2005-09-03T17:00:46.023+09:30</updated><title type='text'>Google Earth กับ Google Maps ต่างกันอย่างไร?</title><content type='html'>&lt;span class="postbody"&gt;&lt;span style="color:red;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;How is Google Earth different from Google Maps?&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt; &lt;table align="center" border="0" cellpadding="3" cellspacing="1" width="90%"&gt;  &lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;    &lt;td&gt;&lt;span class="genmed"&gt;&lt;b&gt;คำพูด:&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;  &lt;/tr&gt;  &lt;tr&gt;    &lt;td class="quote"&gt;While both Google Earth and Google Maps use satellite imagery to share geographical information, such as the location of a building or driving directions, Google Earth provides a more powerful, interactive user experience and offers more tools for learning about a location.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;The Google Earth experience is one of fast, fluid flight -- zooming and rotating and tilting imagery to view the geographic data you're interested in. You can wind along hairpin turns, view buildings in 3D, and fly to businesses near your favorite location.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Also, Google Earth allows you to easily measure distances and areas, draw lines and shapes, and even import your own data.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://earth.google.com/support/bin/answer.py?answer=20707&amp;topic=1151" target="_blank"&gt;http://earth.google.com/support/bin/answer.py?answer=20707&amp;amp;topic=1151&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;/td&gt;  &lt;/tr&gt; &lt;/tbody&gt; &lt;/table&gt;  &lt;span class="postbody"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span class="postbody"&gt;ก็คงเรียกว่ามีทั้ง ความเหมือนและความต่างได้ไหมครับ ความเหมือน คือ เป็นข้อมูลที่มาจากภาพถ่ายดาวเทียมเหมือนกัน ส่วนความต่างก็คือในเรื่องการใช้งาน และความสามารถในการใช้งาน maps.google นำภาพถ่ายจากดาวเทียมมาสร้างเป็นแผนที่ให้เราใช้งานผ่านเบราซ์เซอร์ เราสามารถทำการซูม ค้นหาได้แผนที่ สถานที่ต่างๆ ได้ ในขณะที่ earth.google ให้ข้อมูลเหมือนที่มองจากภาพถ่ายดาวเทียมจริงๆ และจะใช้งานผ่านโปรแกรมที่ติดตั้งบนเดสก์ท็อป ซึ่งจะมีความสามารถ และเครื่องมือสนับสนุนการทำงานมากกว่า นอกเหนือจากการค้นหาพิกัด การซูม การหมุน ยังสามารถสร้างภาพสามมิติได้ สามารถวาดภาพ ส่งออกข้อมูล และเพิ่มเติมข้อมูลเข้าไปได้ และคุณสมบัติอื่นๆ อีก (ลองเล่นดูแล้วกันครับ) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คาดว่ากลุ่มเป้าหมายของผู้ใช้ก็จะแตกต่างกันด้วย ต่อไป maps.google อาจจะเน้นกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นคนเดินทางไม่ได้นั่งหน้าเดสก์ท็อป อาจจะต้องการค้นหาสถานที่เช่น โรงพยาบาล ร้านพิซซ่า ผ่าน PDA หรือ บนอุปกรณ์มือถือต่างๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนเรื่องความเก่าของข้อมูลโดยประมาณจะเป็นข้ อมูลเก่า หนึ่ง ถึง สองปี ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ earth.google มีอยู่ แต่ก็จะมีการพยายามอัพเดทข้อมูลให้ใหม่ขึ้นเรื่อยๆ ก็น่าสนใจข้อมูลที่มีการอัพเดทแล้วประมาณ 100 เมือง ซึ่งมีกรุงเทพฯ รวมอยู่ด้วยครับ (ดูเพิ่มเติมที่ &lt;a href="http://bbs.keyhole.com/ubb/showflat.php?Cat=0&amp;Number=71406" target="_blank"&gt;http://bbs.keyhole.com/ubb/showflat.php?Cat=0&amp;amp;Number=71406&lt;/a&gt;)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เปรียบเทียบภาพที่ได้จาก Google Maps และ Google Earth&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt; &lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;span class="postbody"&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://photos1.blogger.com/blogger/4196/1163/1600/maps_google_mit_2.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0px auto 10px; display: block; text-align: center; cursor: pointer;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/4196/1163/320/maps_google_mit_2.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;ภาพ MIT จาก Google Maps&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt; &lt;span class="postbody"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt; &lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;span class="postbody"&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://photos1.blogger.com/blogger/4196/1163/1600/earths_google_mit_2.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0px auto 10px; display: block; text-align: center; cursor: pointer;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/4196/1163/320/earths_google_mit_2.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;span class="postbody"&gt;ภาพ MIT จาก Google Earth&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt; &lt;span class="postbody"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-112572518119961677?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/112572518119961677/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=112572518119961677' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/112572518119961677'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/112572518119961677'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2005/09/google-earth-google-maps.html' title='Google Earth กับ Google Maps ต่างกันอย่างไร?'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-112113912586350430</id><published>2005-07-12T12:55:00.000+09:30</published><updated>2005-07-12T13:02:05.870+09:30</updated><title type='text'>Measurements are the key</title><content type='html'>"Measurements are the key. If you cannot measure it, you cannot control it. If you cannot control it, you cannot manage it. If you cannot manage it, you cannot improve it." --Harrington, 1991--&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-112113912586350430?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/112113912586350430/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=112113912586350430' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/112113912586350430'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/112113912586350430'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2005/07/measurements-are-key.html' title='Measurements are the key'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-112063043398321982</id><published>2005-07-06T15:32:00.000+09:30</published><updated>2005-07-06T15:46:11.716+09:30</updated><title type='text'>เมืองไทยจะวุ่นวายอีกแล้วหรือ</title><content type='html'>เพื่อนส่งเมล์นี้มาให้ อ่านแล้วก็รู้สึกเหนื่อยใจเหมือนกันว่าเมืองไทยกำลังวุ่นวายอีกแล้วหรือนี่ ที่จริงก็ไม่อยากให้เิกิดอะไรที่มันขัดแย้งรุ่นแรงหรอก ถ้าเป็นการชุมนุมโดยสันติเพื่อแสดงความคิดเห็นว่าไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลก็สาม ารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว แต่กลัวว่าจะมีคนบางกลุ่มจะผลักดันให้เกิดความรุนแรงเพื่อให้เกิดการเปลี่ยน แปลงทางการเมืองอันนี้เป็นจุดอันตราย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่จริงหลายเรื่อง ก็ไม่้เห็นด้วยกับการตัดสินใจของรัฐบาลทักษิณ และยิ่งเกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์ของพวกพ้องและบุคคลใกล้ชิดแล้วก็ทำใจไม่ค่ อยได้ เพียงแต่ว่าไม่อยากให้ลงเอยเหมือนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ อยากให้ทุกอย่างเดินไปตามวิถีทางประชาธิปไตยก็เท่านั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;- - -ooOoo- - -&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;12 กรกฎาคม 2548 ขอเชิญพวกที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล&lt;br /&gt;และไม่พอใจกับการลงมติของไทยรักไทย ที่อุ้มสุริยะให้ผ่านการทุจริต&lt;br /&gt;พร้อมกันที่ท้องสนามหลวงเวลา 10.00 น. ( ประชาชนทั่วไป ) เวลา 11.30 น. (&lt;br /&gt;นักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ) เวลา 12.00 น. รับประทานอาหารจากนักศึกษา&lt;br /&gt;ม.เกษตร เวลา 13.00 น. นักศึกษาจากรามเดินทางมาถึงสนามหลวง&lt;br /&gt;พร้อมเพื่อนสมาชิก สมาพันธ์นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย&lt;br /&gt;ร่วมปิดถนนราชดำเนิน บริเวณอนุสาวรีย์ ประชาธิปไตย ในเวลา 14.30 น.&lt;br /&gt;กิจกรรมครั้งนี้อำนวยความสะดวกด้าน พาหนะ เครื่องเสียง โดย จุฬา และแพทย์&lt;br /&gt;พยาบาล เคลื่อนที่จากมหิดล และศิริราช&lt;br /&gt;******หากการกระทำครั้งนี้ประสพผลสำเร็จ รัฐบาลยุบสภา ไทยรักไทยยุบพรรค&lt;br /&gt;และ ทักษิณ และครอบครัว รวมทั้งหมู่มวลมิตรถูกอายัดทรัพย์ ถือได้ว่า&lt;br /&gt;พวกเราได้ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ตามดำริ ของ ฯพณฯ พลเอกเปรม ที่กล่าวไว้ว่า&lt;br /&gt;......... เกิดว่าต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน......*********&lt;br /&gt;ขอกราบขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือ&lt;br /&gt;******************************************************&lt;br /&gt;เรียน..คนรักประเทศทั่งหลาย&lt;br /&gt;ขอให้ท่านมั่นใจในการร่วมมือของนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ม.ราม กับ ม.&lt;br /&gt;ธรรมศาสตร์ และสมทบด้วยคณะอื่นๆ รวมสมาชิกแล้วประมาณ7800คน&lt;br /&gt;ยังมิรวมถึงผู้ให้การสนับสนุนทางการเมืองไม่ว่าจะเป็น สมาพันธ์นักศึกษา&lt;br /&gt;สคป. สตง กล้าณรงค์ และกลุ่ม สว. รู้ทันทักษิณ&lt;br /&gt;รวมไปถึงเพื่อนๆต่างมหาลัยอีกมากมาย เช่น เกษตร มหิดล จุฬา&lt;br /&gt;และอาจจะมีมาจากมหาลัยเอกชนบ้างก็ได้ ( รอการติดต่ออยู่ ) อย่าลืม 12 กค.&lt;br /&gt;48 พร้อมกันที่สนามหลวง อย่ารอให้มันขายประเทศชาติ ขายไฟฟ้า ขายประปา&lt;br /&gt;และอีกหลายๆอย่างที่มันกำลังจะเอาเข้าตลาดหุ้นเพื่อเป็นของพวกมัน(&lt;br /&gt;รายการนี้ยังไม่นับรวมกับพลังของประชาชนทั่วไป&lt;br /&gt;ถ้าประชาชนทั่วไปว่างยินดีและพร้อมมาร่วมงานเชิญได้ครับ ) **********&lt;br /&gt;อย่าลืม ***********&lt;br /&gt;โปรดกรุณาหาแนวร่วม และสมาชิก&lt;br /&gt;ให้แยะๆเพราะเพื่อยิ่งมีแนวร่วมแยะโอกาศที่จะชนะมีสูง&lt;br /&gt;ช่วยกรุณากระจายข่าวให้ด้วย จักเป็นพระคุณต่อประเทศชาติอย่ามหาศาล&lt;br /&gt;โดย : รักเธอนะ ประเทศไทย วันที่ :2005-06-30 10:45:33 IP :203.170.129.xx&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-112063043398321982?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/112063043398321982/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=112063043398321982' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/112063043398321982'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/112063043398321982'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2005/07/blog-post_112063043398321982.html' title='เมืองไทยจะวุ่นวายอีกแล้วหรือ'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-112062962403574571</id><published>2005-07-06T15:21:00.000+09:30</published><updated>2005-07-06T15:30:24.040+09:30</updated><title type='text'>ที่มาของคำศัพท์</title><content type='html'>เพื่อนส่งเมล์มาให้อ่านแล้วก็ขำดี คนคิดก็ช่างคิดเสียจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ไม่ทราบที่มา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.bc.msu.ac.th/veerawat/blogger/images/papaya.jpg"&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-112062962403574571?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/112062962403574571/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=112062962403574571' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/112062962403574571'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/112062962403574571'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2005/07/blog-post_06.html' title='ที่มาของคำศัพท์'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-112047452706227103</id><published>2005-07-04T19:34:00.000+09:30</published><updated>2005-07-04T20:25:27.070+09:30</updated><title type='text'>ติดตั้ง SUSE 9.3 Pro ผ่าน network installation (แบบมาราธอน)</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://photos1.blogger.com/blogger/4196/1163/1600/SuSE2.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/4196/1163/320/SuSE2.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ตอนนี้เข้าไปดูที่ &lt;a href="http://www.novell.com/products/linuxprofessional/downloads/ftp/int_mirrors.html"&gt;mirror&lt;/a&gt; เองก็ยังไม่มีชุด DVD ที่สมบูรณ์ (ถ้ามีชุดสมบูรณ์แล้วก็ไม่แน่ว่าจะดาวน์โหลดไหวหรือเปล่า 4.5GB ครับ) ก็ได้เพียงแค่ ตัว 9.3-x86-64-Network-Installation.iso ก็เลยลองดูก่อนว่ามันจะเป็นยังไง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเคยลองลง SUSE 9.2 มันหา Harddisk ไม่เจอครับ ยังไม่มีเวลาไปดูเรื่อง kernel ก็เลยลง Novell Linux Deskto 9 เอาไว้มันก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร  ตอนนี้คิดว่าจะลอง SUSE 9.3 หน่อย คิดว่า 9.3 คงจะแก้ปัญหานี้ไปแล้ว&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;b&gt;Hardware Description:&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;Type  Desktop&lt;br /&gt;CPU  AMD Athlon(tm) 64 Processor 3400+&lt;br /&gt;Speed  2.41GHz&lt;br /&gt;Mainboard Gigabyte Technology Co., Ltd. nForce&lt;br /&gt;Disk Controller Silicon Image Inc. ATARaidcontroller [CMD/Sil3512]&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากดาวน์โหลดไฟล์ 9.3-x86-64-Network-Installation.iso (57MB) แล้ว burn ใส่แผ่น CD ทำการ boot ด้วย CD จะขึ้น boot prompt โปรแกรมก็จะให้ป้อนว่าจะติดตั้งไฟล์จากที่ไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Boot Option: linux26 install=ftp://ftp.iinet.net.au/pub/suse/Suse/x86_64/9.3/ กด Enter&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หายไปสักพักก็กลับมาฟ้องว่าหาเซิร์ฟเวอร์ที่จะทำการติดตั้งไม่เจอ ให้ทำการติดตั้งแบบ manual ก็น่าจะหาไม่เจอหรอกครับเพราะว่าเครือข่ายผมต้องวิ่งผ่าน proxy แล้วโปรแกรมก็ขึ้นเมนูการติดตั้งแบบ manual มาให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การติดตั้งแบบ manual&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Select the language เลือก English กดปุ่ม OK&lt;br /&gt;Choose a keyboard map เลือก English (US) กดปุ่ม OK (คีย์บอร์ดสามารถเปลี่ยนได้ภายหลัง)&lt;br /&gt;Main Menu เลือก Start Installation or System เลือก Start Installation or Update กดปุ่ม OK&lt;br /&gt;Choose the source medium เลือก Network กดปุ่ม OK&lt;br /&gt;Choose the network protocol (อันนี้ดีครับ มีให้เลือกหลายอย่างรวมทั้ง http ด้วย) เลือก FTP กดปุ่ม OK&lt;br /&gt;Automatic configuration via DHCP? กดปุ่ม Yes (เครื่องผมรับ IP จาก DHCP)&lt;br /&gt;Enter the IP address of the FTP server ป้อน ftp.iinet.net.au กดปุ่ม OK&lt;br /&gt;User or password for FTP Server เลือก No กดปุ่ม OK (ปกติเซิร์ฟเวอร์จะยอมให้เข้าแบบ anonymous อยู่แล้ว)&lt;br /&gt;Use HTTP proxy? กดปุ่ม Yes&lt;br /&gt;Enter the address of the HTTP proxy ป้อน www-proxy.unisa.edu.au กดปุ่ม OK&lt;br /&gt;Enter the port of the HTTP proxy ป้อน 8080 กดปุ่ม OK&lt;br /&gt;Enter the directory on the server ป้อน /pub/suse/Suse/x86_64/9.3/ กด Enter&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากนั้นโปรแกรมก็เริ่มติดต่อเซิร์ฟเวอร์เพื่อดาวน์โหลดข้อมูล หายไปสักพัก ก็แจ้งว่า Service not available แล้วก็กลับไปหน้า Main menu ใหม่ ก็เลยลองไหม่โดยใช้เซิร์ฟเวอร์เดิมแต่เปลี่ยนไปใช้ HTTP แทนก็ไม่ได้เหมือนเดิมครับ ทั้งๆ ที่เราสามารถใช้เว็บเบราซ์เซอร์เปิดเข้าไปได้ สุดท้ายก็เลยต้องเปลี่ยนไปใช้เซิร์ฟเวอร์ของ SUSE เองครับที่ ftp.suse.com/pub/suse/x86_64/current/ ครับ ก็ทำการป้อนข้อมูลใหม่อีกเป็นรอบที่สามคราวนี้เวิร์คครับ&lt;br /&gt;เครื่องเริ่มโหลดข้อมูลเข้ามาที่ RAM disk (64640KB) เริ่มเวลา 12:57 น. วันเสาร์ครับ ดูท่าน่าจะนานถึงนานมากออกไปหาอะไรกินก่อนดีกว่าครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดาวน์โหลดส่วนติดตั้งเสร็จ 15:30 น. ครับ ก็ให้เลือกภาษา และยืนย้นเรื่อง kernel ที่ต้องใช้นิดหน่อย โปรแกรมขึ้น Evaluating package selection ตอนนี้ก็หายไปเป็นชั่วโมงแล้วครับยังไม่กลับมา ประมาณ 14:50 น. ทำ Evaluate package เรียบร้อย หลังจากนั้นก็เช็คคอนฟิกของ YaST2 อีกนิดหน่อยก็ทำการติดตั้ง ครับบอกว่าจะต้องติดตั้งอีก 2.16GB นะครับ ตรงนี้ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเยอะนักเพราะเลือกติดตั้งตาม default เป็น KDE ที่จริงเราจะเลือกติดตั้งให้น้อยที่สุดก็ทำได้ครับ แต่ก็ต้องการรู้ว่าถ้าติดตั้งตาม default แล้วจะเป็นยังไง ก็คงเท่าไหร่เท่ากันมาได้ถึงนี่แล้ว ยังไงก็ต้องไปให้ถึงที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันเสาร์ 17:45 น. ต้องกลับบ้านพักแล้วครับ ยังไปได้ไม่ถึงไหนเลย คงต้องทิ้งเครื่องให้ติดตั้งไปอย่างนี้แหละคืนนี้ กลัวอย่างเดียวว่าต้องให้ยืนยันอะไรบางอย่างในระหว่างดาวน์โหลดแพ็กเกจเพื่อติดตั้งแล้วโปรแกรมก็จะหยุดรอ เมื่อกี้หาไฟล์ man-pages-2.01-2.noarch ไม่เจอก็ให้ยืนยันว่าจะ Abort Retry หรือ Ignore ก็คลิกให้ retry ครับท่าทางจะหาเจอแล้ว กลับบ้านไปกินข้าวเย็นแล้ว ชวนเพื่อนขับรถกลับเข้ามาอีกทีประมาณสองทุ่มปรากฏว่าโปรแกรมหา Package ไม่เจออีกแล้วก็หยุดรอให้เรากด Retry อีก อันนี้ก็ไม่แน่ใจว่าหยุดรอมานานเท่าไหร่แล้ว ก็เลยได้นั่งทำงานด้วย Labtop ไปเรื่อยๆ ก็คอยกด Retry ให้เขาเรื่อยๆ ครับ 5 ทุ่มแล้วคงต้องกลับบ้านแล้วสำหรับวันนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันอาทิตย์เข้ามาออฟิศประมาณ 9 โมง ก็มาเจอโปรแกรมหยุดรออีก ก็กด Retry ให้ ทำการติดตั้งต่อไป ถึงตอนเย็นก็เข้าบ้านไปกินข้าว แล้วก็กลับออกมาใหม่ นั่งทำงานไปเรื่อยๆ ตอนนี้ประมาณ 4 ทุ่มของคืนวันอาทิตย์แล้ว ยังเหลือต้องดาวน์โหลดอีกประมาณ 950MB คงไม่ไหวแล้วสำหรับวันนี้ ก็คงทิ้งไว้เหมือนเดิมไว้พรุ่งนี้มาต่ออีกตอนเช้า ก็ลองดูว่าลงเอยยังไง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัญหาใหญ่ที่สุดอยู่ตรงนี้ครับโปรแกรมจะฟ้องว่า Package xxxxxx-x.x.xx-x.x86_64 was not found on the medium แล้วก็จะให้เรายืนยันว่าจะ Abort Retry หรือ Ignore ถ้าเราคลิก Retry ไปเรื่อยๆ ก็ได้ครับ บาง Package คลิก retry ประมาณ 7 ถึง 8 ครั้งแล้วก็หาเจอ แต่โดยเฉลี่ยจะประมาณ 2 ครั้ง ซึ่งตรงนี้ทำให้เสียเวลาไปมากเพราะถ้าเราไม่คอยดูและกด Retry ใหโปรแกรมก็จะหยุดรอเราไปอย่างนั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช้าวันจันทร์เข้ามาทำงานประมาณ 9 โมงเช้า โปรแกรมก็หยุดรออีก แต่รู้สึกว่าเมื่อคืนดาวน์โหลดมาได้เยอะพอสมควรก่อนที่จะหยุด วันนี้ก็นั่งทำงานด้วย Labtop ไปเรื่อยๆ ตอนกลางวันวันนี้ค่อนข้างจะวิ่งได้ดี ไม่ค่อยมีหยุดสักเท่าไหร่ ในที่สุดดาวน์โหลด Package และติดตั้งเสร็จเมื่อเวลา 18:57 น. ของวันจันทร์ครับ หลังจากนั้นก็เป็นขั้นตอนของการ Config อย่างเช่น Config Network การ Online Update ลองเลือกดูเล่นๆ ว่ามันจะมีอะไรให้ Update ไหมเพราะคิดว่าเพิ่งติดตั้งจาก Network มาหมาดๆ นี่นา จะมี Update อะไรอีก ปรากฏว่าไม่ผิดหวัง ส่ง List พวก Critical Update มาให้ 16   ไฟล์ประมาณ 7MB กว่าๆ ก็เลยลอง Update ดูอีกครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขั้นตอนการ Online Update ไม่นานครับ หลังจากนั้นก็ Config อุปกรณ์ ก็มีการ์ดจอ และซาวด์การ์ด ก็ไม่มีปัญหาประการใด YaST หาเจอหมด ในที่สุดก็ติดตั้งเสร็จเมื่อเวลา 19:15 น. ของวันจันทร์ ใช้เวลาไปทั้งหมดกี่ชั่วโมงผมไม่อยากนับ ก็รู้สึกว่าตัวเองก็บ้าสุดๆ เหมือนกันที่สามารถอดทนรอการติดตั้งแบบมาราธอนแบบนี้ได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุดท้ายก็อยากบอกน้องๆ ว่าการเรียนรู้โดยเฉพาะกับพวกโอเพ่นซอร์สเนี่ยสำคัญต้องมีลูกบ้า ลูกอึด และความอยากรู้มากพอสมควรถึงจะประสบความสำเร็จครับ ถ้าเจอปัญหาแล้วอย่าล้มเลิกง่ายๆ ครับ ลองกับมันให้ถึงที่สุด และให้คิดว่าเมื่อมีคนทำได้เราก็ย่อมทำได้เหมือนกันครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-112047452706227103?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/112047452706227103/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=112047452706227103' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/112047452706227103'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/112047452706227103'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2005/07/suse-93-pro-network-installation.html' title='ติดตั้ง SUSE 9.3 Pro ผ่าน network installation (แบบมาราธอน)'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-112044302887558153</id><published>2005-07-04T11:23:00.000+09:30</published><updated>2005-07-04T13:38:22.506+09:30</updated><title type='text'>เครื่องมือสืบค้นออนไลน์</title><content type='html'>รวบรวมเครื่องมือสืบค้นออนไลน์ที่ตัวเองใช้เป็นประจำไว้ที่เดียวกัน เพราะปกติจะลงไว้ที่ Bookmark ของเบราซ์เซอร์แต่เวลาไปใช้คอมฯ เครื่องอื่นแล้วลำบากทุกที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;Search engine&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.google.com/" target="_blank"&gt;google&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://scholar.google.com/" target="_blank"&gt;google scholar&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.google.co.th/" target="_blank"&gt;google thai&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;Dictionary &amp; Encyclopedia&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.answers.com/" target="_blank"&gt;answers.com&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://dictionary.cambridge.org/" target="_blank"&gt;cambridge advanced learner's dictionary&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.oup.com/elt/oald/" target="_blank"&gt;oxford advanced learner's dictionary&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.wikipedia.org/" target="_blank"&gt;wikipedia&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;Website&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.cieam.com/" target="_blank"&gt;CIEAM Program&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://web.mit.edu/tdqm/" target="_blank"&gt;MIT TDQM Program&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.cis.unisa.edu.au/~cisdq/" target="_blank"&gt;Unisa CIS Data Quality Program&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-112044302887558153?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/112044302887558153/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=112044302887558153' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/112044302887558153'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/112044302887558153'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2005/07/blog-post_04.html' title='เครื่องมือสืบค้นออนไลน์'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-112036329887649618</id><published>2005-07-03T13:24:00.000+09:30</published><updated>2005-07-03T14:01:23.090+09:30</updated><title type='text'>คนนิยมเขียนโปรแกรมด้วยภาษาอะไรมากที่สุด</title><content type='html'>TIOBE Programming Community Index for July 2005 (&lt;a href="http://www.tiobe.com/tpci.htm"&gt;http://www.tiobe.com/tpci.htm&lt;/a&gt;)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.tiobe.com/tpci.htm"&gt;TPC-Index&lt;/a&gt; เป็นการสำรวจภาษาสำหรับเขียนโปรแกรมว่าภาษาใดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่นักเขียนโปรแกรม สำหรับเดือน กรกฎาคม 2548 ภาษา C# ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เปิดตัวมา ส่วนภาษา Visual Basic มีความนิยมลดลงต่ำสุดในรอบ 4 ปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การสำรวจนี้ไม่ได้วัดว่าภาษาใดเป็นภาษาที่ดีที่สุด หรือ ภาษาใดเป็นภาษาที่ใช้เขียนโปรแกรมเป็นจำนวนบรรทัดมากที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://photos1.blogger.com/blogger/4196/1163/1600/tcp_index_july051.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/4196/1163/320/tcp_index_july051.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประโยชน์ของการสำรวจนี้ก็เพื่อให้ทราบว่าภาษาโปรแกรมที่เรากำลังใช้ยังทันสมัยอยู่หรือไม่ และในขณะเดียวกันผู้ที่ต้องการพัฒนาแอพพลิเคชัน อาจจะใช้ในการตัดสินในเลือกภาษาในการพัฒนาแอพพลิเคชันใหม่ๆ ส่วนสถาบันศึกษาก็ควรได้ประโยชน์จากในการปรับแผนการสอนให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับปัจจุบันมากที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://photos1.blogger.com/blogger/4196/1163/1600/tpci_trends1.gif"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/4196/1163/320/tpci_trends1.gif" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-112036329887649618?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/112036329887649618/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=112036329887649618' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/112036329887649618'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/112036329887649618'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2005/07/blog-post.html' title='คนนิยมเขียนโปรแกรมด้วยภาษาอะไรมากที่สุด'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-112009606489270642</id><published>2005-06-30T11:06:00.000+09:30</published><updated>2005-06-30T11:17:44.896+09:30</updated><title type='text'>The Art of a Deal</title><content type='html'>พอดีเห็นว่าวันนี้บิลเกตต์จะมาแวะเมืองไทย ความจริงผมไม่ค่อยชอบบิลเกตต์เท่าไหร่ (ทั้งสินค้าและวิธีการทำธุรกิจ) และบังเิอิญเพื่อนก็ส่งเมล์นี้มาให้อ่าน อ่านแล้วขำดี แต่่ว่ามันมีการทำแบบนี้จริงๆ ในโลกของธุกิจปัจจุบัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;The Art of a Deal&lt;/b&gt; (ไม่รู้ที่มา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;How deal is made...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Jack, a smart businessman, talks to his son&lt;br /&gt;Jack: "I want you to marry a girl of my choice."&lt;br /&gt;Son : "I will choose my own bride."&lt;br /&gt;Jack: "But the girl is Bill Gates's daughter."&lt;br /&gt;Son : "Well, in that case..."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Next Jack approaches Bill Gates&lt;br /&gt;Jack: "I have a husband for your daughter."&lt;br /&gt;Bill Gates : "But my daughter is too young to marry."&lt;br /&gt;Jack: "But this young man is a vice-president of the World Bank."&lt;br /&gt;Bill Gates : "Ah, in that case..."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Finally Jack goes to see the president of the World Bank.&lt;br /&gt;Jack: "I have a young man to be recommended as a vice-president."&lt;br /&gt;President : "But I already have more vice-presidents than I need."&lt;br /&gt;Jack: "But this young man is Bill Gates's son-in-law."&lt;br /&gt;President : "Ah, in that case....."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;This is how business is done!!&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-112009606489270642?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/112009606489270642/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=112009606489270642' title='11 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/112009606489270642'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/112009606489270642'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2005/06/art-of-deal.html' title='The Art of a Deal'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>11</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-112009428980054486</id><published>2005-06-30T10:41:00.000+09:30</published><updated>2005-06-30T10:49:31.763+09:30</updated><title type='text'>SUSE LINUX Professional 9.3 ชุดเต็มออกมาให้ดาวน์โหลดแล้ว</title><content type='html'>หลังจากเปิดตัว 9.3 Pro มานานพอสมควรก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะให้ดาวน์โหลดชุดเต็มมาเล่นสักที คงมีให้แต่ชุด Live version วันนี้ได้รับเมล์จาก SeSE บอกว่าชุดเต็มของ &lt;a href="http://www.novell.com/coolsolutions/tip/15405.html"&gt;9.3 Pro ออกมาให้ดาวน์โหลดแล้ว&lt;/a&gt; สำหรับ รุ่น 32-bit มีให้ดาวน์โหลด 5 แผ่น CD ISO images (3.3GB) และ 1 แผ่น DVD (4.5GB) แต่ว่าเครื่องที่้ใช้อยู่ตอนนี้เป็น AMD64 เขามีให้เฉพาะแบบ DVD (4.5GB) ไม่รู้ว่าจะโหลดไหวหรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็มีทางเลือกอีกอย่างคือติดตั้งผ่าน FTP (network install) แบบนี้ต้องไปดาวน์โหลดไฟล์ &lt;a href="http://mirror.pacific.net.au/linux/suse/i386/9.3/iso/"&gt;9.3-x86-64-Network-Installation.iso&lt;/a&gt; ขนาด 57MB มา burn ลงแผ่น CD เพื่อบูต หลังจากนั้นก็เลือกติดตั้งผ่านการ FTP อันนี้มีข้อดีคือ เราเอามาเฉพาะไฟล์ที่จำเป็น แต่ก็มีข้อเสียคือ ตอนติดตั้งอาจจะใช้เวลานาน ถึงนานมากขึ้นอยู่กับความเร็วของเครือข่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้เข้าไปลองดูที่ &lt;a href="http://www.novell.com/products/linuxprofessional/downloads/ftp/int_mirrors.html"&gt;mirror&lt;/a&gt; ดูยังหาชุดเต็มที่เป็น ISO images ไม่เจอ อาจจะเร็วไปก็ได้ แต่ว่าเจอตัว &lt;a href="http://mirror.pacific.net.au/linux/suse/i386/9.3/iso"&gt;network install&lt;/a&gt; แล้ว คิดว่า เสาร์-อาทิตย์ นี้จะลองลง 9.3 กับเครื่อง AMD64 ดูบ้่าง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-112009428980054486?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/112009428980054486/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=112009428980054486' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/112009428980054486'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/112009428980054486'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2005/06/suse-linux-professional-93.html' title='SUSE LINUX Professional 9.3 ชุดเต็มออกมาให้ดาวน์โหลดแล้ว'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-112008978442242593</id><published>2005-06-30T09:25:00.000+09:30</published><updated>2005-06-30T09:34:57.846+09:30</updated><title type='text'>แก๊สโซฮอล์ ความจริงแท้ของน้ำมันไม่ใช่ก๊าซ</title><content type='html'>เพื่อนเขา Forward ข้อมูลนี้มาให้แต่ไม่ทราบแหล่งที่มาว่ามาจากหนังสือพิมพ์ฉบับไหน ก็เลยลองถาม google เขาบอกว่ามาจาก &lt;a href="http://fortuneronline.com/web/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;amp;sid=6"&gt;http://fortuneronline.com/web/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;amp;sid=6&lt;/a&gt; เห็นว่าน่าสนใจดีครับก็เลยขอเก็บไว้อ้างอิงหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;- - -ooOoo- - -&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;แก๊สโซฮอล์ ความจริงแท้ของน้ำมันไม่ใช่ก๊าซ&lt;br /&gt;โรดเทสต์ : ลอง แก๊สโซฮอล์ ความจริงแท้ของน้ำมันไม่ใช่ก๊าซ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ. ค.2547 เป็นครั้งแรกที่ประชาชนคนไทยมีทางเลือกซื้อเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์เบนซินราค าต่ำกว่าราคาขายทั่วไป 1.50 บาท (ส่วนต่างปัจจุบัน) ภายใต้ชื่อน้ำมัน แก๊สโซฮอล์ ซึ่งจัดจำหน่ายเป็นครั้งแรกโดย บริษัท บางจากปิโตรเลียม ประเทศไทย จำกัด(มหาชน) สูตรที่ขาย คือ แก๊สโซฮอล์ 95 (E10)ผ่านมาเป็นระยะเวลา 1 ปี ยังมีผู้ถามไถ่กันมากถึงเชื้อเพลิงทางเลือกในหลายประเด็น บิซวีคสัปดาห์นี้ผมจึงรายงานการร่วมขับรถที่ใช้น้ำมัน "แก๊สโซฮอล์ เพื่อตอบคำถามทุกท่าน"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กิจกรรมใหญ่ครั้งนี้จัดโดย บ.บางจาก ร่วมกับสมาคมผู้สื่อข่าวยานยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย เชิญค่ายรถ 10 บริษัท ให้นำรถ 18 คัน มาพิสูจน์สมรรถนะ น้ำมันบางจาก แก๊สโซฮอล์ ด้วยการขับในเส้นทางราว 300 กิโลเมตร จุดประสงค์หลัก คือ เพื่อเผยแพร่ และเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภคที่สนใจน้ำมันแก๊สโซฮอล์ แต่ยังไม่กล้าใช้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รถที่นำมาทดลองขับล้วนแล้วแต่เป็นรถที่อยู่ในสายกา รผลิตปัจจุบัน เช่น ฮอนด้า แอคคอร์ด เครื่องยนต์แบบ 4 สูบ 2,000 ซีซี มาสด้า 3 มาสด้า ทริบิวด์ 2300 ซีซี โตโยต้า วิช และอินโนวา ส่วนของวอลโว่ คือ รุ่น เอส 60 เครื่องยนต์ 2,300 ซีซีเทอร์โบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นิสสัน เทียน่า เครื่องวี 6 สูบ 2,400 ซีซี ฟอร์ด เอสเคป เครื่องวี 6 สูบ 3,000 ซีซี มิตซูบิชิ แลนเซอร์ เครื่องยนต์ 1,600 ซีซี มิตซูบิชิ สเปซแวกอน เชฟโรเลต ออพตร้าแวน บีเอ็มดับบลิว 523เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี 180&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนอื่นๆ ต้องเข้าใจว่า น้ำมัน แก๊สโซฮอล์ คืออะไร และมีขายที่ไหนอย่างไรก่อน น้ำมัน แก๊สโซฮอล์คือเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน ไม่ใช่ก๊าซ (LPG ,NGV) แต่เป็นน้ำมันที่เรียกว่าน้ำมันใส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำมัน แก๊สโซฮอล์ เกิดจากการนำเอาน้ำมันเบนซินมาผสมกับ แอลกอฮอล์ (เอทานอล) ที่มีความบริสุทธิ์ระดับ 99.5% ขึ้นไป ในสัดส่วนที่กำหนดไว้ เช่น ผสม 10% ก็เรียกว่า สูตร E10 ผสม 20% ก็เรียกว่า E20 ในเมืองไทย ตอนนี้ กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ซึ่งทำหน้าที่กำหนดและควบคุมมาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิง ประกาศให้มี แก๊สโซฮอล์ 3 สูตร คือ แก๊สโซฮอล์ 91 (E10) แก๊สโซฮอล์ 95(E10)และแก๊สโซฮอล์ 95 (E20) แต่ที่ผลิตออกมาขายแล้ว มีสองตัวแรกเท่านั้น ส่วนตัวที่สามยังไม่ได้ผลิตออกมาขาย ซึ่งคาดว่าอีกไม่นานจะมีผลิตออกมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัจจุบันมีผู้ขายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 3 ค่าย คือ บางจาก ปตท.และเชลล์ โดยมีขายทั่วเกือบประเทศยกเว้นพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับการก่อการร้าย แต่เป็นเรื่องของการผลิตที่ภาคใต้ที่ยังไม่มีโรงงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับอนาคต ในปี 2550 ทุกค่ายทุกปั๊มจะต้องขายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ เพราะว่านโยบายรัฐบาลกำหนดไว้ว่าจะให้ขายน้ำมันที่มีส่วนผสมของเอทานอลเท่าน ั้น ผู้ค้าน้ำมันก็จะต้องล้างถัง เปลี่ยนการผสม เปลี่ยนหัวจ่ายรองรับกัน มาดูข้อดีของน้ำมันแก๊สโซฮอล์บ้าง อย่างแรก คือ ราคาต่ำกว่าเบนซินทั่วไป 1.50 บาทต่อลิตร ประหยัดกระเป๋าแน่ ผลต่อเนื่องในเชิงเศรษฐกิจ คือ ช่วยให้สินค้าของชาวไร่อ้อยไร่มันมีดีมานด์ ว่ากันว่าจะทำให้ราคาสินค้าเกษตรเหล่านี้ดีขึ้นไปด้วย ตามหลักเศรษฐศาสตร์ (ตามความเป็นอย่างนั้นหรือไม่ดูกันอีกที)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อด้อยไม่ใช่เรื่องประสิท ธิภาพของมันแต่เป็นเรื่องอื่นๆ คือ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อาจจะทำให้เกิดการสึกหรอกับรถยนต์ที่ไม่ได้ผลิต มาเพื่อใช้กับ น้ำมัน แก๊สโซฮอล์ (ถ้าใช้ก็ต้องดัดแปลงระบบเพื่อให้รองรับได้)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทีนี้เงื่อน ไขมันมีสองอย่าง คือ รถยนต์ปี 1995 ขึ้นมา และเป็นระบบหัวฉีด รับรองโดยบริษัทรถว่าสูตร E10 ซึ่งขายกันปัจจุบันนี้ ใช้ได้กับรถที่ว่าทั้งหมด ส่วน E20 นั้น จะต้องใช้กับรถที่ผลิตมาเพื่อ E20 ซึ่งทั้งรถและน้ำมันบ้านเราก็ยังไม่มีขาย แต่จะมีขายในเร็วๆ นี้แน่นอน (รัฐบาลลดภาระภาษีให้แก่รถยนต์ที่มีความสามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ทำให้ราคารถ E20 จะถูกกว่าราคารถทั่วไป)เงื่อนไขประการที่สอง คือ รถเก่ากว่า 1995 และใช้คาบูเรเตอร์ นั้นทางผู้ผลิตเองไม่ยืนยันว่าใช้แล้วผลจะเป็นอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่เขาไม่รับร องเพราะว่า ตอนที่ผลิตรถเหล่านั้นไม่เคยมีการคิดสูตรน้ำมัน แก๊สโซฮอล์ ขึ้นมาเลย ไม่ได้มีการพัฒนาวัสดุมารองรับ นอกจากนี้ รถเหล่านั้นเวลานี้ คือ รถที่ถูกใช้งานมานานแล้ว สภาพเสื่อมของชิ้นส่วนต่างๆ เพราะตัวมันเอง ทำให้ไม่สามารถประเมินได้ว่ามาจากน้ำมัน แก๊สโซฮอล์ หรือไม่ (ปกติแอลกอลฮอล์มีส่วนทำให้ชิ้นส่วนที่ทำจากยางและอะลูมิเนียมในระบบเชื้อเพ ลิง เสื่อมสภาพลง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คงจะเห็นโจทย์ และคำตอบของน้ำมัน แก๊สโซฮอล์ ที่ชัดเจนนะครับ ส่วนประสิทธิภาพ เท่าที่ขับรถหลายรุ่น รวมถึงเวลาที่ทดสอบรถยนต์หลายๆ รุ่น ที่เขียนในคอลัมน์นี้ เพื่อประหยัดค่าน้ำมัน ผมก็เลือกใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เครื่องยนต์เบน ซินนั้นไวต่อประสิทธิภาพของน้ำมันมากหากน้ำมันไม่เหมาะเราจะเห็นอาการ เช่นเครื่องยนต์สะดุด ในรอบต่ำๆอัตราเร่งผิดไปจากปกติ ความนุ่มนวลความลื่นหายไป การเปลี่ยนความเร็วขึ้น หรือลดลงไม่ค่อยเนียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แ รงตกเมื่ออยู่ในความเร็วสูง เป็นต้น แต่เท่าที่สัมผัสปัญหาเหล่านี้ไม่มีเกิดขึ้น เส้นทางที่ขับเป็นเส้นทางยาวๆ อย่าง กรุงเทพฯ-สุพรรณบุรี มีทางโค้ง สลับทางเนิน การเรียกหากำลัง การเร่งแซง เครื่องยนต์ทำได้ดีไม่แตกต่างจากเบนซินปกติครับ สำหรับท่านที่ไม่เคยลองมองหาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ เติมได้ทุกค่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางทีค ุณอาจจะลืมเบนซินปกติ ในทันทีที่น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ไหลลงถังไป ที่สำคัญอย่าลืม แม้คุณจะประหยัดได้ลิตรละ 1.50 บาท ก็โปรดอย่าละเลยวิธีการขับแบบประหยัด คือ ใช้ความเร็วให้เหมาะสม เตรียมวางแผนการเดินทาง และบำรุงรักษารถให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ อยู่เสมอหาไม่ทำเช่นนั้นแล้ว ราคาน้ำมันลิตรละถูกกว่านี้มันก็ไม่ช่วยคุณประหยัดเงินได้เท่าไรหรอกครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-112008978442242593?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/112008978442242593/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=112008978442242593' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/112008978442242593'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/112008978442242593'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2005/06/blog-post_30.html' title='แก๊สโซฮอล์ ความจริงแท้ของน้ำมันไม่ใช่ก๊าซ'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-111987384016840657</id><published>2005-06-27T21:26:00.000+09:30</published><updated>2005-06-27T21:34:00.173+09:30</updated><title type='text'>PHP redirect error</title><content type='html'>นั่งปรับปรุงเว็บส่วนตัวอยู่ตอนนี้ สร้างฟอร์มให้ป้อนข้อมูล แล้วส่งไปเขียนลง MySQL เขียนเสร็จก็จะให้ redirect กลับไปที่เมนูหลักด้วยคำสั่งดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;header("Location:./index.php?menu=0200&amp;write=1"); // redirect -&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปรากฏว่าเบราซ์เซอร์ฟ้อง error ดังข้างล่างแล้วก็หยุดทำงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at C:\Apache2\htdocs\veerawat\0200-wrcomment.php:8) in C:\Apache2\htdocs\veerawat\0200-wrcomment.php on line 23&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีการแ ก้ไขต้องเข้าไปที่ไฟล์ php.ini แล้วเข้าไปหาไดเร็กทีฟที่ชื่อว่า output_buffering ครับ โดยค่า default มาแล้วมันจะเป็น Off อยู่ให้เราแก้เป็น On บันทึกไฟล์ php.ini แล้วอย่าลืม restart Apache ใหม่ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;; Output buffering allows you to send header lines (including cookies) even&lt;br /&gt;; after you send body content, at the price of slowing PHP's output layer a&lt;br /&gt;; bit.  You can enable output buffering during runtime by calling the output&lt;br /&gt;; buffering functions.  You can also enable output buffering for all files by&lt;br /&gt;; setting this directive to On.  If you wish to limit the size of the buffer&lt;br /&gt;; to a certain size - you can use a maximum number of bytes instead of 'On', as&lt;br /&gt;; a value for this directive (e.g., output_buffering=4096).&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(255, 0, 0);"&gt;output_buffering = On&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-111987384016840657?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/111987384016840657/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=111987384016840657' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/111987384016840657'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/111987384016840657'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2005/06/php-redirect-error.html' title='PHP redirect error'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-111985070868091688</id><published>2005-06-27T14:53:00.000+09:30</published><updated>2005-06-27T16:33:07.066+09:30</updated><title type='text'>Wikipedia - วิกิพีเดีย</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://photos1.blogger.com/blogger/4196/1163/1600/Wikipedia-logo-en1.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://photos1.blogger.com/blogger/4196/1163/320/Wikipedia-logo-en1.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;เคยได้ยิน &lt;a href="http://en.wikipedia.org/wiki/"&gt;Wikipedia&lt;/a&gt; มานานพอสมควรแล้วครับ แต่ยังไม่ได้มีโอกาสได้ใช้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวซะที วันนี้ได้มีโอกาสเข้าไปค้นข้อมูลที่พยายามหาจาก Dictionary Online แล้วได้ผลลัพธ์ที่ไม่น่าพอใจ ก็เลยลองค้นจาก Wikipedia ดูบ้าง ค่อนข้างจะประทับใจมากครับ ต้องขอบคุณทีมงาน และรู้ว่ามีทีมงานคนไทยที่ทำงานอยู่ใน Wikipedia ก็ต้องขอชื่นชมและขอบคุณจากใจจริงไว้ ณ ที่นี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนแรกพยายามจะอธิบาย ความหมายของ Wikipedia ให้เป็นภาษาไทย (เชยครับไม่รู้้ว่าเขาสนับสนุนภาษาไทยด้วย อย่างที่เขาว่า ง-งู มันมาก่อน ฉ-ฉิ่ง เสมอ) ก็แปลไปได้สักสามสี่ประโยค อ่านดูแล้วมันทะแม่งๆ ยังไงไม่รู้ ก็เห็นตรงที่บอกว่าสนับสนุนภาษาต่างๆ กว่า 200 ภาษา (เอ... มันต้องมีภาษาไทยแน่ๆ) เลื่อนดูเห็นตรงเมนูด้านล่างข้างขวามีคำว่า ไทย อยู่คลิกทีเดียวได้ความหมายของภาษาไทยออกมาเลย แถมเขียนได้สละสลวยเสียด้วย อย่างที่เห็นข้างล่างนั่นแหละครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้นอกจาก google แล้ว ก็ขอฝากผีฝากไข้ไ้ว้กับ Wikipedia อีกอันล่ะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;หมายเหตุ&lt;/b&gt; มีเนื้อหาบางอย่างที่ได้มีการแปลเป็นภาษาไทยแล้ว เนื้อหลายอย่างยังเป็นภาษาอังกฤษอยู่ครับ ใครที่มีความสามารถน่าจะเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครในการทำเป็นภาษาไทยคงจะดีไม่น ้อยครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;- - -ooOoo- - -&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Wikipedia"&gt;Wikipedia&lt;/a&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;From Wikipedia, the free encyclopedia.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Wikipedia is a Web-based, free-content encyclopedia written collaboratively by volunteers and sponsored by the non-profit Wikimedia Foundation. It has editions in roughly 200 different languages (about 100 of which are active) and contains entries both on traditional encyclopedic topics and on almanac, gazetteer, and current events topics. Its purpose is to create and distribute a free international encyclopedia in as many languages as possible. Wikipedia is one of the most popular reference sites on the internet,[&lt;a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Wikipedia#endnote_PopularityRef"&gt;1&lt;/a&gt;] receiving around 60 million hits per day.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Wikipedia contains approximately 1.6 million articles. More than 600,000 of these are in English, more than 240,000 in German, and more than 100,000 each in Japanese and French. It began as a complement to the expert-written Nupedia on January 15, 2001. Having steadily risen in popularity,[&lt;a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Wikipedia#endnote_Popularity"&gt;2&lt;/a&gt;] it has spawned several sister projects, such as Wiktionary, Wikibooks, and Wikinews. It is edited by volunteers in wiki fashion, meaning articles are subject to change by nearly anyone. Wikipedia's volunteers enforce a policy of "neutral point of view" whereby views presented by notable persons or literature are summarized without an attempt to determine an objective truth. Because of its open nature, vandalism and inaccuracy are problems in Wikipedia.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;The status of Wikipedia as a reference work has been controversial, and it is both praised for its free distribution, free editing and wide range of topics and criticized for alleged systemic biases, deficiencies in some topics, and lack of accountability and authority when compared with traditional encyclopedias. Its articles have been cited by the mass media and academia and are available under the GNU Free Documentation License. Its German language edition has been distributed on compact discs, and many of its other editions are mirrored or have been forked by websites.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;- - -ooOoo- - -&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%C3%A0%C2%B8%C2%A7%C3%A0%C2%B8%C2%B4%C3%A0%C2%B8%C2%81%C3%A0%C2%B8%C2%B4%C3%A0%C2%B8%C2%9E%C3%A0%C2%B8%C2%B5%C3%A0%C2%B9%C2%80%C3%A0%C2%B8%C2%94%C3%A0%C2%B8%C2%B5%C3%A0%C2%B8%C2%A2"&gt;วิกิพีเดีย&lt;/a&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ว ิกิพีเดีย (Wikipedia) คือสารานุกรมเสรีบนอินเทอร์เน็ต ที่ทุกคนสามารถอ่าน และปรับปรุงเพิ่มเติมเนื้อหาให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นได้ ซึ่งทำให้วิกิพีเดียกลายเป็นสารานุกรมที่ได้รับการแก้ไข รวบรวมและดูแลรักษาจากผู้ใช้จำนวนหลายหมื่นคนทั่วโลก ผ่านซอฟต์แวร์มีเดียวิกิ ซึ่งเป็นระบบวิกิแบบหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิกิพีเดียเริ่มต ้นเมื่อ 15 มกราคม พ.ศ. 2544 โดยผู้ร่วมก่อตั้งได้แก่ จิมมี เวลส์, แลร์รี แซงเกอร์ และเพื่อน ๆ อีกเพียงไม่กี่คน โดยในขณะนั้นมีฉบับภาษาอังกฤษเพียงฉบับเดียว. ด้วยขบวนการที่เปิดกว้างให้แก้ไขเพิ่มเติมอย่างเสรี ทำให้ปัจจุบันวิกิพีเดียกลายเป็นสารานุกรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยใช้เวลาไม่ถึง 4 ปีนับตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการ. โดยมีบทความจำนวน 450,000 ชิ้น, จำนวนคำรวมกันถึง 77 ล้านคำ เฉพาะในฉบับภาษาอังกฤษ และมีบทความมากกว่า 1.3 ล้านชิ้นในฉบับภาษาต่าง ๆ รวมกัน (ข้อมูล ณ เดือนมกราคม พ.ศ. 2548)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้เป็นเจ้าภาพ และให้การสนับสนุนกิจกรรมทั้งหมดคือ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรชื่อว่า "มูลนิธิวิกิมีเดีย (Wikimedia Foundation)" นอกจากสารานุกรมแล้ว วิกิพีเดียยังมีฐานข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนวิทยาการความรู้และเทคโนโลยีในรูปแบบอื่น ๆ อีกมากมายรวมอยู่ด้วยทั้งในลักษณะของ จดหมายเหตุ อักขรานุกรมภูมิศาสตร์ วารสาร เฉพาะด้าน รวมทั้งสถานการณ์ข่าว หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผ ู้ประสงค์ร้ายที่มือบอนเข้าไปทำลายข้อมูลหรือสิ่งดี ๆ (vandalism) ในวิกิพีเดีย ยังเป็นปัญหาที่เกิดบ่อย แม้ว่าส่วนใหญ่ผู้ก่อการร้ายเหล่านั้นจะถูกจับได้ และมีการเข้าไปแก้ไขเนื้อหาเพิ่มเติมที่ไม่ถูกต้องเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว โดยผู้ใช้วิกิพีเดียที่ทำหน้าที่ตรวจสอบติดตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นล่า สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีผู้วิพากษ์วิจารณ์ว่า เนื้อหาข้อมูลส่วนใหญ่ในวิกิพีเดียนั้นไม่ถูกต้อง และไม่อยู่ในฐานะที่จะใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับสารานุกรมแบบดั้งเดิมได้ แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้ วิกิพีเดียก็เป็นเว็บไซต์ที่ถูกนำไปใช้อ้างอิงมากที่สุดแห่งหนึ่ง บนเครือข่ายใยแมงมุม (เวิลด์ไวด์เว็บ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อความทั้งหมดในวิกิพีเดีย, ตลอดจนภาพและเนื้อหาประเภทอื่น ๆ โดยส่วนใหญ่, จะอยู่ภายใต้สัญญาอนุญาตแบบ &lt;a href="http://www.gnu.org/copyleft/fdl.html"&gt;GNU Free Documentation License&lt;/a&gt; (GFDL; สัญญาอนุญาตให้ใช้เอกสารเสรีแบบกนู) โดยผู้สมทบงานแต่ละคนจะยังคงมีสิทธิ์ในงานที่ตนเองสร้างสรรค์ขึ้น ในขณะที่ GFDL จะคุ้มครองเพื่อให้แน่ใจได้ว่าเนื้อหาของวิกิพีเดียจะยังคงสามารถกระจายและผ ลิตซ้ำได้อย่างเสรี (โปรดดู วิกิพีเดีย:ลิขสิทธิ์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/13298321-111985070868091688?l=vmlinix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vmlinix.blogspot.com/feeds/111985070868091688/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=13298321&amp;postID=111985070868091688' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/111985070868091688'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/13298321/posts/default/111985070868091688'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vmlinix.blogspot.com/2005/06/wikipedia.html' title='Wikipedia - วิกิพีเดีย'/><author><name>vmlinix</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17846158468263659627</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-13298321.post-111984927671329916</id><published>2005-06-27T14:31:00.000+09:30</published><updated>2005-06-27T16:25:29.316+09:30</updated><title type='text'>Data Quality - ความหมาย
