Thursday, June 30, 2005
The Art of a Deal
The Art of a Deal (ไม่รู้ที่มา)
How deal is made...
Jack, a smart businessman, talks to his son
Jack: "I want you to marry a girl of my choice."
Son : "I will choose my own bride."
Jack: "But the girl is Bill Gates's daughter."
Son : "Well, in that case..."
Next Jack approaches Bill Gates
Jack: "I have a husband for your daughter."
Bill Gates : "But my daughter is too young to marry."
Jack: "But this young man is a vice-president of the World Bank."
Bill Gates : "Ah, in that case..."
Finally Jack goes to see the president of the World Bank.
Jack: "I have a young man to be recommended as a vice-president."
President : "But I already have more vice-presidents than I need."
Jack: "But this young man is Bill Gates's son-in-law."
President : "Ah, in that case....."
This is how business is done!!
SUSE LINUX Professional 9.3 ชุดเต็มออกมาให้ดาวน์โหลดแล้ว
ก็มีทางเลือกอีกอย่างคือติดตั้งผ่าน FTP (network install) แบบนี้ต้องไปดาวน์โหลดไฟล์ 9.3-x86-64-Network-Installation.iso ขนาด 57MB มา burn ลงแผ่น CD เพื่อบูต หลังจากนั้นก็เลือกติดตั้งผ่านการ FTP อันนี้มีข้อดีคือ เราเอามาเฉพาะไฟล์ที่จำเป็น แต่ก็มีข้อเสียคือ ตอนติดตั้งอาจจะใช้เวลานาน ถึงนานมากขึ้นอยู่กับความเร็วของเครือข่าย
ตอนนี้เข้าไปลองดูที่ mirror ดูยังหาชุดเต็มที่เป็น ISO images ไม่เจอ อาจจะเร็วไปก็ได้ แต่ว่าเจอตัว network install แล้ว คิดว่า เสาร์-อาทิตย์ นี้จะลองลง 9.3 กับเครื่อง AMD64 ดูบ้่าง
แก๊สโซฮอล์ ความจริงแท้ของน้ำมันไม่ใช่ก๊าซ
แก๊สโซฮอล์ ความจริงแท้ของน้ำมันไม่ใช่ก๊าซ
โรดเทสต์ : ลอง แก๊สโซฮอล์ ความจริงแท้ของน้ำมันไม่ใช่ก๊าซ
พ. ค.2547 เป็นครั้งแรกที่ประชาชนคนไทยมีทางเลือกซื้อเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์เบนซินราค าต่ำกว่าราคาขายทั่วไป 1.50 บาท (ส่วนต่างปัจจุบัน) ภายใต้ชื่อน้ำมัน แก๊สโซฮอล์ ซึ่งจัดจำหน่ายเป็นครั้งแรกโดย บริษัท บางจากปิโตรเลียม ประเทศไทย จำกัด(มหาชน) สูตรที่ขาย คือ แก๊สโซฮอล์ 95 (E10)ผ่านมาเป็นระยะเวลา 1 ปี ยังมีผู้ถามไถ่กันมากถึงเชื้อเพลิงทางเลือกในหลายประเด็น บิซวีคสัปดาห์นี้ผมจึงรายงานการร่วมขับรถที่ใช้น้ำมัน "แก๊สโซฮอล์ เพื่อตอบคำถามทุกท่าน"
กิจกรรมใหญ่ครั้งนี้จัดโดย บ.บางจาก ร่วมกับสมาคมผู้สื่อข่าวยานยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย เชิญค่ายรถ 10 บริษัท ให้นำรถ 18 คัน มาพิสูจน์สมรรถนะ น้ำมันบางจาก แก๊สโซฮอล์ ด้วยการขับในเส้นทางราว 300 กิโลเมตร จุดประสงค์หลัก คือ เพื่อเผยแพร่ และเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภคที่สนใจน้ำมันแก๊สโซฮอล์ แต่ยังไม่กล้าใช้
รถที่นำมาทดลองขับล้วนแล้วแต่เป็นรถที่อยู่ในสายกา รผลิตปัจจุบัน เช่น ฮอนด้า แอคคอร์ด เครื่องยนต์แบบ 4 สูบ 2,000 ซีซี มาสด้า 3 มาสด้า ทริบิวด์ 2300 ซีซี โตโยต้า วิช และอินโนวา ส่วนของวอลโว่ คือ รุ่น เอส 60 เครื่องยนต์ 2,300 ซีซีเทอร์โบ
นิสสัน เทียน่า เครื่องวี 6 สูบ 2,400 ซีซี ฟอร์ด เอสเคป เครื่องวี 6 สูบ 3,000 ซีซี มิตซูบิชิ แลนเซอร์ เครื่องยนต์ 1,600 ซีซี มิตซูบิชิ สเปซแวกอน เชฟโรเลต ออพตร้าแวน บีเอ็มดับบลิว 523เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี 180
ก่อนอื่นๆ ต้องเข้าใจว่า น้ำมัน แก๊สโซฮอล์ คืออะไร และมีขายที่ไหนอย่างไรก่อน น้ำมัน แก๊สโซฮอล์คือเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน ไม่ใช่ก๊าซ (LPG ,NGV) แต่เป็นน้ำมันที่เรียกว่าน้ำมันใส
น้ำมัน แก๊สโซฮอล์ เกิดจากการนำเอาน้ำมันเบนซินมาผสมกับ แอลกอฮอล์ (เอทานอล) ที่มีความบริสุทธิ์ระดับ 99.5% ขึ้นไป ในสัดส่วนที่กำหนดไว้ เช่น ผสม 10% ก็เรียกว่า สูตร E10 ผสม 20% ก็เรียกว่า E20 ในเมืองไทย ตอนนี้ กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ซึ่งทำหน้าที่กำหนดและควบคุมมาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิง ประกาศให้มี แก๊สโซฮอล์ 3 สูตร คือ แก๊สโซฮอล์ 91 (E10) แก๊สโซฮอล์ 95(E10)และแก๊สโซฮอล์ 95 (E20) แต่ที่ผลิตออกมาขายแล้ว มีสองตัวแรกเท่านั้น ส่วนตัวที่สามยังไม่ได้ผลิตออกมาขาย ซึ่งคาดว่าอีกไม่นานจะมีผลิตออกมา
ปัจจุบันมีผู้ขายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 3 ค่าย คือ บางจาก ปตท.และเชลล์ โดยมีขายทั่วเกือบประเทศยกเว้นพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับการก่อการร้าย แต่เป็นเรื่องของการผลิตที่ภาคใต้ที่ยังไม่มีโรงงาน
สำหรับอนาคต ในปี 2550 ทุกค่ายทุกปั๊มจะต้องขายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ เพราะว่านโยบายรัฐบาลกำหนดไว้ว่าจะให้ขายน้ำมันที่มีส่วนผสมของเอทานอลเท่าน ั้น ผู้ค้าน้ำมันก็จะต้องล้างถัง เปลี่ยนการผสม เปลี่ยนหัวจ่ายรองรับกัน มาดูข้อดีของน้ำมันแก๊สโซฮอล์บ้าง อย่างแรก คือ ราคาต่ำกว่าเบนซินทั่วไป 1.50 บาทต่อลิตร ประหยัดกระเป๋าแน่ ผลต่อเนื่องในเชิงเศรษฐกิจ คือ ช่วยให้สินค้าของชาวไร่อ้อยไร่มันมีดีมานด์ ว่ากันว่าจะทำให้ราคาสินค้าเกษตรเหล่านี้ดีขึ้นไปด้วย ตามหลักเศรษฐศาสตร์ (ตามความเป็นอย่างนั้นหรือไม่ดูกันอีกที)
ข้อด้อยไม่ใช่เรื่องประสิท ธิภาพของมันแต่เป็นเรื่องอื่นๆ คือ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อาจจะทำให้เกิดการสึกหรอกับรถยนต์ที่ไม่ได้ผลิต มาเพื่อใช้กับ น้ำมัน แก๊สโซฮอล์ (ถ้าใช้ก็ต้องดัดแปลงระบบเพื่อให้รองรับได้)
ทีนี้เงื่อน ไขมันมีสองอย่าง คือ รถยนต์ปี 1995 ขึ้นมา และเป็นระบบหัวฉีด รับรองโดยบริษัทรถว่าสูตร E10 ซึ่งขายกันปัจจุบันนี้ ใช้ได้กับรถที่ว่าทั้งหมด ส่วน E20 นั้น จะต้องใช้กับรถที่ผลิตมาเพื่อ E20 ซึ่งทั้งรถและน้ำมันบ้านเราก็ยังไม่มีขาย แต่จะมีขายในเร็วๆ นี้แน่นอน (รัฐบาลลดภาระภาษีให้แก่รถยนต์ที่มีความสามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ทำให้ราคารถ E20 จะถูกกว่าราคารถทั่วไป)เงื่อนไขประการที่สอง คือ รถเก่ากว่า 1995 และใช้คาบูเรเตอร์ นั้นทางผู้ผลิตเองไม่ยืนยันว่าใช้แล้วผลจะเป็นอย่างไร
ที่เขาไม่รับร องเพราะว่า ตอนที่ผลิตรถเหล่านั้นไม่เคยมีการคิดสูตรน้ำมัน แก๊สโซฮอล์ ขึ้นมาเลย ไม่ได้มีการพัฒนาวัสดุมารองรับ นอกจากนี้ รถเหล่านั้นเวลานี้ คือ รถที่ถูกใช้งานมานานแล้ว สภาพเสื่อมของชิ้นส่วนต่างๆ เพราะตัวมันเอง ทำให้ไม่สามารถประเมินได้ว่ามาจากน้ำมัน แก๊สโซฮอล์ หรือไม่ (ปกติแอลกอลฮอล์มีส่วนทำให้ชิ้นส่วนที่ทำจากยางและอะลูมิเนียมในระบบเชื้อเพ ลิง เสื่อมสภาพลง)
คงจะเห็นโจทย์ และคำตอบของน้ำมัน แก๊สโซฮอล์ ที่ชัดเจนนะครับ ส่วนประสิทธิภาพ เท่าที่ขับรถหลายรุ่น รวมถึงเวลาที่ทดสอบรถยนต์หลายๆ รุ่น ที่เขียนในคอลัมน์นี้ เพื่อประหยัดค่าน้ำมัน ผมก็เลือกใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์
เครื่องยนต์เบน ซินนั้นไวต่อประสิทธิภาพของน้ำมันมากหากน้ำมันไม่เหมาะเราจะเห็นอาการ เช่นเครื่องยนต์สะดุด ในรอบต่ำๆอัตราเร่งผิดไปจากปกติ ความนุ่มนวลความลื่นหายไป การเปลี่ยนความเร็วขึ้น หรือลดลงไม่ค่อยเนียน
แ รงตกเมื่ออยู่ในความเร็วสูง เป็นต้น แต่เท่าที่สัมผัสปัญหาเหล่านี้ไม่มีเกิดขึ้น เส้นทางที่ขับเป็นเส้นทางยาวๆ อย่าง กรุงเทพฯ-สุพรรณบุรี มีทางโค้ง สลับทางเนิน การเรียกหากำลัง การเร่งแซง เครื่องยนต์ทำได้ดีไม่แตกต่างจากเบนซินปกติครับ สำหรับท่านที่ไม่เคยลองมองหาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ เติมได้ทุกค่าย
บางทีค ุณอาจจะลืมเบนซินปกติ ในทันทีที่น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ไหลลงถังไป ที่สำคัญอย่าลืม แม้คุณจะประหยัดได้ลิตรละ 1.50 บาท ก็โปรดอย่าละเลยวิธีการขับแบบประหยัด คือ ใช้ความเร็วให้เหมาะสม เตรียมวางแผนการเดินทาง และบำรุงรักษารถให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ อยู่เสมอหาไม่ทำเช่นนั้นแล้ว ราคาน้ำมันลิตรละถูกกว่านี้มันก็ไม่ช่วยคุณประหยัดเงินได้เท่าไรหรอกครับ
Monday, June 27, 2005
PHP redirect error
header("Location:./index.php?menu=0200&write=1"); // redirect ->
ปรากฏว่าเบราซ์เซอร์ฟ้อง error ดังข้างล่างแล้วก็หยุดทำงาน
Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at C:\Apache2\htdocs\veerawat\0200-wrcomment.php:8) in C:\Apache2\htdocs\veerawat\0200-wrcomment.php on line 23
วิธีการแ ก้ไขต้องเข้าไปที่ไฟล์ php.ini แล้วเข้าไปหาไดเร็กทีฟที่ชื่อว่า output_buffering ครับ โดยค่า default มาแล้วมันจะเป็น Off อยู่ให้เราแก้เป็น On บันทึกไฟล์ php.ini แล้วอย่าลืม restart Apache ใหม่ครับ
; Output buffering allows you to send header lines (including cookies) even
; after you send body content, at the price of slowing PHP's output layer a
; bit. You can enable output buffering during runtime by calling the output
; buffering functions. You can also enable output buffering for all files by
; setting this directive to On. If you wish to limit the size of the buffer
; to a certain size - you can use a maximum number of bytes instead of 'On', as
; a value for this directive (e.g., output_buffering=4096).
output_buffering = On
Wikipedia - วิกิพีเดีย
เคยได้ยิน Wikipedia มานานพอสมควรแล้วครับ แต่ยังไม่ได้มีโอกาสได้ใช้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวซะที วันนี้ได้มีโอกาสเข้าไปค้นข้อมูลที่พยายามหาจาก Dictionary Online แล้วได้ผลลัพธ์ที่ไม่น่าพอใจ ก็เลยลองค้นจาก Wikipedia ดูบ้าง ค่อนข้างจะประทับใจมากครับ ต้องขอบคุณทีมงาน และรู้ว่ามีทีมงานคนไทยที่ทำงานอยู่ใน Wikipedia ก็ต้องขอชื่นชมและขอบคุณจากใจจริงไว้ ณ ที่นี้ตอนแรกพยายามจะอธิบาย ความหมายของ Wikipedia ให้เป็นภาษาไทย (เชยครับไม่รู้้ว่าเขาสนับสนุนภาษาไทยด้วย อย่างที่เขาว่า ง-งู มันมาก่อน ฉ-ฉิ่ง เสมอ) ก็แปลไปได้สักสามสี่ประโยค อ่านดูแล้วมันทะแม่งๆ ยังไงไม่รู้ ก็เห็นตรงที่บอกว่าสนับสนุนภาษาต่างๆ กว่า 200 ภาษา (เอ... มันต้องมีภาษาไทยแน่ๆ) เลื่อนดูเห็นตรงเมนูด้านล่างข้างขวามีคำว่า ไทย อยู่คลิกทีเดียวได้ความหมายของภาษาไทยออกมาเลย แถมเขียนได้สละสลวยเสียด้วย อย่างที่เห็นข้างล่างนั่นแหละครับ
ตอนนี้นอกจาก google แล้ว ก็ขอฝากผีฝากไข้ไ้ว้กับ Wikipedia อีกอันล่ะครับ
หมายเหตุ มีเนื้อหาบางอย่างที่ได้มีการแปลเป็นภาษาไทยแล้ว เนื้อหลายอย่างยังเป็นภาษาอังกฤษอยู่ครับ ใครที่มีความสามารถน่าจะเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครในการทำเป็นภาษาไทยคงจะดีไม่น ้อยครับ
Wikipedia
From Wikipedia, the free encyclopedia.
Wikipedia is a Web-based, free-content encyclopedia written collaboratively by volunteers and sponsored by the non-profit Wikimedia Foundation. It has editions in roughly 200 different languages (about 100 of which are active) and contains entries both on traditional encyclopedic topics and on almanac, gazetteer, and current events topics. Its purpose is to create and distribute a free international encyclopedia in as many languages as possible. Wikipedia is one of the most popular reference sites on the internet,[1] receiving around 60 million hits per day.
Wikipedia contains approximately 1.6 million articles. More than 600,000 of these are in English, more than 240,000 in German, and more than 100,000 each in Japanese and French. It began as a complement to the expert-written Nupedia on January 15, 2001. Having steadily risen in popularity,[2] it has spawned several sister projects, such as Wiktionary, Wikibooks, and Wikinews. It is edited by volunteers in wiki fashion, meaning articles are subject to change by nearly anyone. Wikipedia's volunteers enforce a policy of "neutral point of view" whereby views presented by notable persons or literature are summarized without an attempt to determine an objective truth. Because of its open nature, vandalism and inaccuracy are problems in Wikipedia.
The status of Wikipedia as a reference work has been controversial, and it is both praised for its free distribution, free editing and wide range of topics and criticized for alleged systemic biases, deficiencies in some topics, and lack of accountability and authority when compared with traditional encyclopedias. Its articles have been cited by the mass media and academia and are available under the GNU Free Documentation License. Its German language edition has been distributed on compact discs, and many of its other editions are mirrored or have been forked by websites.
วิกิพีเดีย
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ว ิกิพีเดีย (Wikipedia) คือสารานุกรมเสรีบนอินเทอร์เน็ต ที่ทุกคนสามารถอ่าน และปรับปรุงเพิ่มเติมเนื้อหาให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นได้ ซึ่งทำให้วิกิพีเดียกลายเป็นสารานุกรมที่ได้รับการแก้ไข รวบรวมและดูแลรักษาจากผู้ใช้จำนวนหลายหมื่นคนทั่วโลก ผ่านซอฟต์แวร์มีเดียวิกิ ซึ่งเป็นระบบวิกิแบบหนึ่ง
วิกิพีเดียเริ่มต ้นเมื่อ 15 มกราคม พ.ศ. 2544 โดยผู้ร่วมก่อตั้งได้แก่ จิมมี เวลส์, แลร์รี แซงเกอร์ และเพื่อน ๆ อีกเพียงไม่กี่คน โดยในขณะนั้นมีฉบับภาษาอังกฤษเพียงฉบับเดียว. ด้วยขบวนการที่เปิดกว้างให้แก้ไขเพิ่มเติมอย่างเสรี ทำให้ปัจจุบันวิกิพีเดียกลายเป็นสารานุกรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยใช้เวลาไม่ถึง 4 ปีนับตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการ. โดยมีบทความจำนวน 450,000 ชิ้น, จำนวนคำรวมกันถึง 77 ล้านคำ เฉพาะในฉบับภาษาอังกฤษ และมีบทความมากกว่า 1.3 ล้านชิ้นในฉบับภาษาต่าง ๆ รวมกัน (ข้อมูล ณ เดือนมกราคม พ.ศ. 2548)
ผู้เป็นเจ้าภาพ และให้การสนับสนุนกิจกรรมทั้งหมดคือ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรชื่อว่า "มูลนิธิวิกิมีเดีย (Wikimedia Foundation)" นอกจากสารานุกรมแล้ว วิกิพีเดียยังมีฐานข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนวิทยาการความรู้และเทคโนโลยีในรูปแบบอื่น ๆ อีกมากมายรวมอยู่ด้วยทั้งในลักษณะของ จดหมายเหตุ อักขรานุกรมภูมิศาสตร์ วารสาร เฉพาะด้าน รวมทั้งสถานการณ์ข่าว หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
ผ ู้ประสงค์ร้ายที่มือบอนเข้าไปทำลายข้อมูลหรือสิ่งดี ๆ (vandalism) ในวิกิพีเดีย ยังเป็นปัญหาที่เกิดบ่อย แม้ว่าส่วนใหญ่ผู้ก่อการร้ายเหล่านั้นจะถูกจับได้ และมีการเข้าไปแก้ไขเนื้อหาเพิ่มเติมที่ไม่ถูกต้องเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว โดยผู้ใช้วิกิพีเดียที่ทำหน้าที่ตรวจสอบติดตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นล่า สุด
มีผู้วิพากษ์วิจารณ์ว่า เนื้อหาข้อมูลส่วนใหญ่ในวิกิพีเดียนั้นไม่ถูกต้อง และไม่อยู่ในฐานะที่จะใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับสารานุกรมแบบดั้งเดิมได้ แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้ วิกิพีเดียก็เป็นเว็บไซต์ที่ถูกนำไปใช้อ้างอิงมากที่สุดแห่งหนึ่ง บนเครือข่ายใยแมงมุม (เวิลด์ไวด์เว็บ)
ข้อความทั้งหมดในวิกิพีเดีย, ตลอดจนภาพและเนื้อหาประเภทอื่น ๆ โดยส่วนใหญ่, จะอยู่ภายใต้สัญญาอนุญาตแบบ GNU Free Documentation License (GFDL; สัญญาอนุญาตให้ใช้เอกสารเสรีแบบกนู) โดยผู้สมทบงานแต่ละคนจะยังคงมีสิทธิ์ในงานที่ตนเองสร้างสรรค์ขึ้น ในขณะที่ GFDL จะคุ้มครองเพื่อให้แน่ใจได้ว่าเนื้อหาของวิกิพีเดียจะยังคงสามารถกระจายและผ ลิตซ้ำได้อย่างเสรี (โปรดดู วิกิพีเดีย:ลิขสิทธิ์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม)
Data Quality - ความหมาย
Data quality
From Wikipedia, the free encyclopedia.
Data quality refers to the quality of data. Data are of high quality "if they are fit for their intended uses in operations, decision making and planning" (J.M. Juran). Alternatively, the data are deemed of high quality if they correctly represent the real-world construct to which they refer. These two views can often be in disagreement, even about the same set of data used for the same purpose.
Overview
There are a number of theoretical frameworks for understanding data quality. One framework seeks to integrate the product perspective (conformance to specifications) and the service perspective (meeting consumers' expectations) (Kahn et al 2002). Another framework is based in semiotics to evaluate the quality of the form, meaning and use of the data (Price and Shanks, 2004). One highly theoretical approach analyzes the ontological nature of information systems to define data quality rigorously (Wand and Wang, 1996).
A considerable amount of data quality research involves investigating and describing various categories of desirable attributes (or dimensions) of data. These lists commonly include accuracy, correctness, currency, completeness and relevance. Nearly 200 such terms have been identified and there is little agreement in their nature (are these concepts, goals or criteria?), their definitions or measures (Wang et al, 1993). Software engineers may recognise this as a similar problem to the so-called Ilities.
MIT has a Total Data Quality Management program, led by Professor Richard Wang, which produces a large number of publications and hosts a significant international conference in this field.
In practice, data quality is a concern for professionals involved with a wide range of information systems, ranging from datawarehousing and business intelligence to customer relationship management and supply chain management. One industry study estimated the total cost to the US economy of data quality problems at over US$600 billion per annum (Eckerson, 2002).
The market is going some way to providing data quality assurance. A number of vendors make tools for analysing and repairing poor quality data in situ, service providers can clean the data on a contract basis and consultants can advise on fixing processes or systems to avoid data quality problems in the first place. There are several well-known authors and self-styled experts, with Larry English perhaps the most popular guru.
External links
* SearchCRM.com (http://searchcrm.techtarget.com?offer=Wikipedia) Original daily news, webcasts, expert advice, white papers and more resources on data quality.
* DMReview.com (http://www.dmreview.com/portals/portal.cfm?topicId=230005) Data Quality Portal for practitioners, containing articles, whitepapers and webinars related to data quality.
* MIT's Total Data Quality Management Program (http://web.mit.edu/tdqm/www/index.shtml) With academic and industry courses, publications and conferences.
* International Conference on Information Quality (http://www.iqconference.org/) Annual conference on Data Quality research for practitioners and academics, with previous publications.
* Interactive IQ Explorer (http://ghill.customer.netspace.net.au/iq_attr.html) For the exploration of data quality concepts, dimensions and attributes.
* Larry English's Homepage (http://www.infoimpact.com/) Conferences, books, whitepapers, case studies and consulting - Larry English does it all.
* Eckerson, W. (2002) "Data Warehousing Special Report: Data quality and the bottom line", Article (http://www.adtmag.com/article.asp?id=6321)
* Kahn, B., Strong, D., Wang, R. (2002) "Information Quality Benchmarks: Product and Service Performance," Communications of the ACM, April 2002. pp. 184-192. Article (http://www.iqconference.org/documents/publications/TDQMpub/ KahnStrongWangCACMApr02.pdf)
* Price, R. and Shanks, G. (2004) A Semiotic Information Quality Framework, Proc. IFIP International Conference on Decision Support Systems (DSS2004): Decision Support in an Uncertain and Complex World, Prato. Article (http://vishnu.sims.monash.edu.au:16080/dss2004/proceedings/ pdf/65_Price_Shanks.pdf)
* Redman, T. C. (2004) Data: An Unfolding Quality Disaster Article (http://www.dmreview.com/article_sub.cfm?articleId=1007211)
* Wand, Y. and Wang, R. (1996) “Anchoring Data Quality Dimensions in Ontological Foundations,” Communications of the ACM, November 1996. pp. 86-95. Article (http://www.iqconference.org/documents/publications/TDQMpub/ WandWangCACMNov96.pdf)
* Wang, R., Kon, H. & Madnick, S. (1993), Data Quality Requirements Analysis and Modelling, Ninth International Conference of Data Engineering, Vienna, Austria. Article
Asset Management - ความหมาย
General definition
Asset Management: the systematic planning and control of a physical resource throughout its life. This may include the specification, design, and construction of the asset, its operation, maintenance and modification while in use, and its disposal when no longer required. (http://www.plant-maintenance.com/terminology.shtml)
Asset Management: Asset management is the process of managing money for individuals, typically through stocks, bonds and/or cash equivalents. Professional investors manage these assets according to specific stated objectives or investment styles. (http://www.brascancorp.com/AboutBrascan/Glossary-am.html)
Asset Management: Asset Management is a strategic decision-making investment process to enhance productivity and provide alternative solutions for effective utilization of Government assets. Asset management provides a more disciplined approach to cost analysis, a method for analyzing allocation trade-offs between initiatives, tools and information for optimizing returns on investments already made, better and consistent information for reporting to stakeholders like OMB and Congress. (http://knownet.hhs.gov/log/fleetDR/Glossary/definitions.htm)
Asset Management: The process of managing demand and guiding acquisition, use and disposal of assets to make the most of their service delivery potential, and manage risks and costs over their entire life. (http://www.deh.gov.au/parks/best-practice/reports/asset/glossary.html)
Wikipedia (http://en.wikipedia.org/wiki/Asset_management) has defined as:
The term Asset Management has many industry specific definitions.
In terms of the urban built environment the practice of Asset Management has become increasingly important as the infrastructure that supports the urban lifestyle ages. This infrastructure includes our water, wastewater, stormwater, electric, gas, and transportation systems. The assets that make up the infrastructure are owned and operated by both public and private institutions where the primary focus has been on constructing new systems to improve the public's standard of living since the late 1800's. As these systems reach the end of their useful life, these public and private organizations are challenged to make the significant investments required to renew their assets if they are to continue to provide the level of service expected amidst population growth and budget constraints. To meet this challenge many organizations are turning to techniques in Asset can be defined as:
Asset Management for long lived urban infrastructure assets: Management to help them offset the costs and manage the renewal effort over time. For these institutions the term 'Asset Management' A business process that utilizes inventory, condition, performance, and criticality information about a system of infrastructure assets to continuously provide the level of service expected by the population served while minimizing costs and risk to public health and welfare.
Most companies regularly hold a certain level of liquid assets, a sizeable portion of which is not needed to be urgently invested or utilized to further company objectives. Companies regularly optimize the returns earned from these assts by plowing them back into other unrelated businesses. This increases earning potential, and reduces risk faced by the company.
"Asset Management (AM) maximizes the performance of fixed, physical or capital assets that have a direct and significant impact on achieving corporate objectives."
The term as used in the financial services industry (Wikipedia)
The term "asset management" is often used by financial services companies to describe the division of their business which runs mutual funds for both individual and institutional investors.
บรรยากาศยามค่ำที่บริสเบน



ภาพสุดท้ายเป็นเสน่ห์ของภัตาคารตุรกีครับ ชื่ออัมเม็ตตุรกี เป็นภัตาคารเก่าแก่ของเมืองบริสเบน ในขณะที่ทานข้าวไป ก็จะมีสาวนักระบำของตุรกีออกมาเต้นระบำให้ชม และเธอจะมีผ้าออกมาด้วยหนึ่งผืนไว้คล้องคอแขกที่เข้ามาทานอาหารในร้าน ใครโดนคล้องคอต้องออกไปเต้นระบำกับเธอในภาพเป็นเพื่อนที่ไปด้วยกันเป็นผู้โช คดีกำลังวาดลวดลายกับสาวตุรกีครับ (น่าอิจฉาจริงๆ)
ประชุมวิชาการที่ Brisbane, Australia
ระหว่างวันที่ 8-10 มิถุนายน 2548 ได้มีโอกาสไปร่วมงานประชุมวิชาการ The CIEAM Annual Conference ที่ บริสเบน ออสเตรเลีย โปรเจ็คก์ CIEAM (http://www.cieam.com) เป็นโปรเจ็คก์เกี่ยวกับงาน Asset Management ที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย โดยโปรเจ็คก์มีระยะเวลา 7 ปี ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลออสเตรเลียจำนวน 80 ล้านเหรียญ คิดเป็นเงินไทยเท่าไหร่ก็เอา 30 คูณเข้าไปก็แล้วกันครับซ ึ่งโปรเจคก์นี้จะเป็นการวิจัยเพื่อที่จะลดค่าใช้จ่ายในเรื่อง Asset Management เพราะแต่ละปีรัฐบาลได้ใช้จ่ายเงินสำหรับการบำรุงรักษา Asset ประมาณปีละสองหมื่นล้านเหรียญ หัวแรงใหญ่ทางฝ่ายรัฐบาลก็ได้แก่กระทรวงกลาโหม กองทัพเรือ การรถไฟ การประปา การไฟฟ้า ซึ่งพวกนี้มี Asset ที่มีราคาการซ่อมบำรุงสูงๆ ทั้งนั้น
ก ็เป็นการโชคดีที่ได้เข้ามาร่วมทำงานในโปรแกรม 1 ใน 5 โปรแกรมเกี่ยวกับ System Integration and IT ซึ่งงานวิจัยที่กำลังทำจะเกี่ยวกับ Data Quality สำหรับระบบ Asset Management โดยงานนี้ได้ไปพรีเซนต์โปสเตอร์ในส่วนของงานวิจัยของตัวเองด้วย มีนักศึกษา PhD ที่ทำงานวิจัยภายใต้โปรเจคก์ CIEAM ได้รับเชิญไปร่วมพรีเช้นต์รวมจำนวน 25 คนจากหลายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศออสเตรเลีย
เขามีการประกวดการพรีเ ซนต์งานวิจัย และพรีเซนต์โปสเตอร์ด้วย ปรากฏว่าเพื่อนที่ไปด้วยกันจาก University of South Australia ชนะเลิศสองในสามรางวัล ที่สำคัญไปงานนี้ CIEAM ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด พร้อมที่พักและอาหารอย่างดีทุกมื้อครับ
Sunday, June 26, 2005
ติดตั้ง Network Printer บน Novell Linux Desktop 9
Control Center>YaST2 modules>Hardware>Printer
ขึ้นหน้าต่าง Printer Type: เลือก Print Directly to a Network Printer คลิก Next
ขึ้นหน้าต่าง Select Your Printer Type: เลือก Direct TCP Port Printing คลิก Next
ขึ้นหน้าต่าง Direct TCP port printer: ตรงช่อง Contion information: Host name of the printer server: เลือก Lookup All Hosts
ขึ้นหน้าต่าง Queue nameเลือก Printer name หรือ IP ตัวอย่างเช่น 130.220.47.174 คลิก Next
Name of printing: hplaser6
Description of Printer: HP LaserJet 8000N
Location of Printer: Printer room D3-09
เลือก Do Local Filtering
เลือก Automatically Propose Multiple Queues คลิก Next
ขึ้นหน้าต่าง Printer model: Select manufacturer: HP
Select model: LaserJet 8000 คลิก Next
ขึ้นหน้า Print overview คลิก Test Printing
คลิก Finished
ปรากฏว่าไม่เวิร์คครับ :)
ต้องไป ping หา cis-hplaser6.levels.unisa.edu.au ปรกฏว่า IP เปลี่ยนเป็น 130.220.37.76 (คนละเรื่องกันเลย)
ก็เลยต้องใช้ KPrinting Manager เข้าไปคอนฟิกใหม่อีก ตกลงก็ได้ URI: socket://130.220.37.76:9100/ ตอนนี้เวิร์คด้วยดีครับ
Saturday, June 25, 2005
MySQL Import ตารางมีข้อผิดพลาด
วันนี้ทำการ import ตารางข้อมูลจากเครื่องเซิร์ฟเวอร์จำลอง (localhost) ขึ้นเซิร์ฟเวอร์จริง (www.bc.msu.ac.th) ปรากฏ error ดังนี้#1064 - You have an error in your SQL syntax. Check the manual that corresponds to your MySQL server version for the right syntax to use near 'ENGINE=MyISAM DEFAULT CHARSET=latin1 COMMENT='News Table' AUTO_
ก ็กลับมาดูว่ามี อะไรเกิดขึ้นปรากฏว่าเครื่อง localhost ลง MySQL เวอร์ชัน 4.1.10 ส่วน MySQL ที่เซิร์ฟเวอร์เป็นเวอร์ชัน 4.0.15 ก็สรุปได้ว่าเป็นปัญหานี้เกิดจากการ Import โครงสร้างตารางจากเวอร์ชัน 4.1.x ไปสู่เวอร์ชัน 4.0.x หรือต่ำกว่า เพราะในเวอร์ชัน 4.1.x จะมีการเพิ่มพารามิเตอร์ DEFAULT CHARSET="xxx" เข้ามาด้วย และ เปลี่ยนพารามิเตอร์ TYPE=MyISAM เป็น ENGINE=MyISAM ซึ่งแตกต่างจากในเวอร์ชันก่อนหน้าู่ทำให้เกิด error ขึ้นได้
วิธีการแก้ไขต้องไปลบพารามิเตอร์ DEFAULT CHARSET="xxx" ออกแล้ว และเปลี่ยนคำว่า ENGINE=MyISAM เป็น TYPE=MySIAM แล้วทำการ Import ใหม่ครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นข้อแตกต่างอาจจะมีมาในรูปแบบอื่น การแก้ไขก็คงอาศัยหลักการเดียวกัน คือ ต้องเปรียบเทียบหาว่ามีอะไรที่แตกต่างกันบ้าง แล้วก็แก้ให้เหมาะกับแต่ละเวอร์ชันครับ
เปรียบเทียบโครงสร้างตารางจากสองเวอร์ชัน
MySQL 4.0.x
# phpMyAdmin SQL Dump
# version 2.5.3
# http://www.phpmyadmin.net
#
# โฮสต์: www.bc.msu.ac.th
# เวลาในการสร้าง: 25 มิ.ย. 2005 09:22น.
# รุ่นของเซิร์ฟเวอร์: 4.0.15
# รุ่นของ PHP: 4.3.3
#
# ฐานข้อมูล : `vmdb`
#
# --------------------------------------------------------
#
# โครงสร้างตาราง `web_news`
#
DROP TABLE IF EXISTS `web_news`;
CREATE TABLE `web_news` (
`news_id` int(11) NOT NULL auto_increment,
`news_timestamp` varchar(19) default NULL,
`news_title` varchar(255) default NULL,
`news_head` text,
`news_detail` text,
`news_datetime` varchar(18) default NULL,
`news_order` int(11) default '0',
`news_status` char(1) default NULL,
PRIMARY KEY (`news_id`)
) TYPE=MyISAM COMMENT='News Table' AUTO_INCREMENT=11 ;
MySQL 4.1.x
# phpMyAdmin SQL Dump
# version 2.5.7-pl1
# http://www.phpmyadmin.net
#
# โฮสต์: localhost
# เวลาในการสร้าง: 25 มิ.ย. 2005 9.00น.
# รุ่นของเซิร์ฟเวอร์: 4.1.10
# รุ่นของ PHP: 5.0.4
#
# ฐานข้อมูล : `vmdb`
#
# --------------------------------------------------------
#
# โครงสร้างตาราง `web_news`
#
DROP TABLE IF EXISTS `web_news`;
CREATE TABLE `web_news` (
`news_id` int(11) NOT NULL auto_increment,
`news_timestamp` varchar(19) default NULL,
`news_title` varchar(255) default NULL,
`news_head` text,
`news_detail` text,
`news_datetime` varchar(18) default NULL,
`news_order` int(11) default '0',
`news_status` char(1) default NULL,
PRIMARY KEY (`news_id`)
) ENGINE=MyISAM DEFAULT CHARSET=latin1 COMMENT='News Table' AUTO_INCREMENT=11 ;
Wednesday, June 22, 2005
“แก้ไขรัฐธรรมนูญ อะไร ทำไมและอย่างไร” - เสนาะ เทียนทอง
หมายเหตุ : นี่เป็นคำพูดของนายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยรักไทย ในการสัมมนาโต๊ะกลมทางวิชาการเรื่อง “แก้ไขรัฐธรรมนูญ อะไร ทำไมและอย่างไร” จัดโดยสมาคมรัฐศาสตร์แห่งประเทศไทยร่วมกับคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธร รมาธิราช เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2548 โดยมีเข้าร่วมอภิปรายประกอบด้วยนายคณิน บุญสุวรรณ, ร.ต.ฉลาด วรฉัตร, นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ และนายทรงจิต พูลลาภ โอกาสนี้นายเสนาะ ได้วิพากษ์วิจารณ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญกระทบไปยังพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคไทยรักไทย อย่างดุเด็ดเผ็ดมันด้วยใจความดังต่อไปนี้
-------------------------------
ถ้า เสนาะ เทียนทอง พูดไว้จริงตามนี้ก็น่่าสนใจทีเีดียว (เพราะตอนนี้ไม่ค่อยจะเชื่อในความถูกต้องของการเขียนข่าวของนักข่าวในเมืองไทยเท่าไหร่ เพราะท่านชอบจะแต่งเติมสีสรร จนบางครั้งกลายเป็นคนละเรื่องไปเลยก็มี) ที่ว่าน่าสนใจคือแง่คิดและมุมมองเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ที่ เขียนไว้ด้วยเจตนาที่ดีแต่คนใช้รัฐธรรมนูญใช้ตามเจตนารมณ์หรือไม่ มีการตีความเข้าข้างตัวเองหรือไม่ (อันนี้มีเห็นกันบ่อยๆ ตั้งแต่กรณีรัฐมนตรีถูกพิพากษาจำคุกแต่ให้รอลงอาญา ก็ยังลอยหน้าลอยตามาเป็นรัฐมนตรีจนถึงเดี๋ยวนี้) หรือให้อำนาจมากไปจนสามารถควบคุมองค์กรต่างๆ ได้หรือไม่ ปัจจุบันนี้มันก็เริ่มเห็นชัดเจนขึ้นทุกวัน ๆ แล้ว
ปัจจุบันเว็บไซต์ www.thaiinsider.com, www.fm9225.com ก็ถูกสั่งปิดไปแล้วเพราะไปเสนอข่าวในด้านลบของรัฐบาล โดยอ้างว่าเสนอข่าวให้เกิดความแตกแยะ และอาศัยเหตุผลความมั่นคงเป็นข้ออ้าง คนดิดก็คงคิดได้แค่นั้นว่าคนอ่านข่าวเขาไม่มีปัญญาคิดเองหรืออย่างไร การไปปิดกั้นยิ่งจะทำให้เป็นการสื่อถึงภาพลักษณ์ของเผด็จการนั่นเอง ตรงนี้นายกก็ออกมาบอกว่าไม่เกี่ยวไม่ได้สนใจกับเว็บไซต์พวกนี้แต่ก็น่าสนใจว่าถ้าลูกน้องท่านไม่ได้ไฟเขียวมีหรือจะกล้าทำ ทีนี้ถ้าทำแล้วก็ควรจะชั่งน้ำหนักให้ดีถ้าบอกว่าเขาไร้สาระก็ปล่อยให้เขาอยู่ไปอย่างนั้น แต่ถ้าไปตีเขายิ่งตีมันก็ยิ่งดัง
รัฐธรรมนูญฉบับนี้กว่าจะได้มาไม่ใช่เรื่องง่าย ได้มาแล้วก็คิดว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดแล้วแต่ว่าคนใช้รัฐธรรมนูญ ต่างหากที่เป็นปัญหา จะให้มีเครื่องมือที่ดีอย่างไร ถ้าคนใช้มันไม่ดีมันก็สามารถใช้ไปในทางที่ไม่ดีได้เหมือนกัน ประัเทศชาติจะเป็นอย่างไรต่อไปก็คงให้ความสนใจติดตามต่อไป มันไม่สามารถแก้อะไรด้วยตัวคนๆ เดียวได้ กระบวนการประชาธิปไตยก็คงต้องพัฒนากันต่อไปตามพื้นฐานความเป็นจริงของประชาชนที่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด ถ้าประชาชนยังชอบวัวฟรี ชอบกล้ายางฟรี ชอบ 30 บาทรักษาทุกโรค อะไรพวกนี้อยู่ แล้วเรายังจะไปคาดหวังอะไรกันมากมายกับนักการเมืองที่จะเข้าไปบริหารประเทศ
Thursday, June 16, 2005
Google Ad ภาษาญี่ปุ่น

สมัคร Google Adsense แล้วได้ banner มาติด ตอนแรกก็ได้เป็นภาษาอังกฤษมาอยู่หรอกแต่ไปๆ มาๆ มัน feed ad มาให้กลายเป็นภาษาญี่ปุ่นไปเสียนี่ ส่งสัยเข้าคงเข้ามาดูเว็บแล้วเห็นเป็นภาษาทางเอเชีย (อีกอย่างอาจจะดูที่ encoding เราด้วยหรือเปล่าไม่แน่ใจ) คงเข้าใจว่าเป็นภาษาญี่ปุ่นก็เลยส่ง ad ญี่ปุ่นมาให้ ยังไม่รู้ว่าต้องไปแก้ที่ตรงไหน ก็ใช้ญี่ปุ่นไปก่อนก็เล้วกัน อีกอย่าง google ad ที่เป็นภาษาไทยยังไม่มีด้วยสิ
Wednesday, June 15, 2005
Google Web Server (GWS/2.1)
ท ี่จริงเราสามารถดูได้ทุกเว็บไซต์ว่าใครเพียงแต่ใส่ โดเมนเนม เข้าไปก็จำได้รายงานออกมาว่าเว็บไซต์นั้นใช้ซอฟท์แวร์อะไร GWS/2.1 ค่อนข้างจะไม่มีข้อมูลให้เห็นแม้แต่เว็บไซต์ของ google ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลนี้เอาไว้ ไปเจอที่หนึ่งเขาบอกว่า เป็นเว็บเซอร์ฟเวอร์ ที่ google พัฒนาขึ้นมาใช้งานเอง เพื่อใช้จัดการกับ traffic ที่สูงมากๆ ที่ต้องวัดกันในอัตราประมาณ 1/พัน วินาที ก็คอยดูกันต่อไปว่าอนาคตของเว็บเซอร์ฟเวอร์ตัวนี้จะไปยังไง เพราะมีคนสนใจค่อนข้างมากสำหรับเว็บเซอร์ฟเวอร์ที่สามารถจัดการกับ traffic สูงๆ อย่าง google ได้
Tuesday, June 14, 2005
Fedora Core 4 ออกแล้ว
Monday, June 13, 2005
Win XP Security update
ลงแล้วสิบกว่าตัวแล้ว reboot เครื่องมันถามพาสเวิร์ดก็ใส่ถูกนะ แต่มันบอกไม่ถูก ทำยังไงก็ไม่ผ่าน แย่เลย ก็คงต้องลงวินโดว์ใหม่ (จริงๆ ก็อยากลงใหม่เพราะรุ่นที่ลงก่อนหน้าเป็น SP2 Pre-release อยู่)ต่อไปไม่อยากเสี่ยงกับมันอีกแล้ว Security update นี่ ไม่ update ก็คงไม่เป็นไร เพราะเครื่องก็ไม่ค่อยได้ใช้ต่อเน็ตอะไรมากมายนัก
Sunday, June 12, 2005
Mount วินโดว์พาร์ทิชันใน Ubuntu ลินุกซ์

เดสก์ทอปของ ubuntu ลินุกซ์ ภาพจาก http://www.ubuntulinux.org/screenshots/document_view
เมื่อสัปดาห์ก่อนเข้าไปเว็บไซท์ ubuntu เขาบอกว่าเราสามารถขอซีดีได้ฟรี ก็เลยลงทะเบียนขอไปที่อยากได้ไม่ใช่ว่าจะเอามาใช้อะไรหรอก อยากได้ไว้อย่างนั้นเองแหละให้คนเขาคิดว่าเราก็ทันสมัยเหมือนกัน มี ubuntu แผ่นต้นฉบับด้วย แถมเขาให้ขอได้มากเท่าที่ต้องการเอาไปแจกเพื่อนได้ด้วย แต่ว่ากว่าแผ่นจะมาต้องรอประมาณ 6 สัปดาห์มั้งถ้าเดาไม่ผิด (เขาแจกเป็น ubuntu นะครับไม่ใช้ kubuntu ใครที่เป็นขาประจำ kde ต้องไปดาวน์โหลดเองครับ)
เราประเภทวัยรุ่นใจร้อนอยากรู้อยากลอง ก็เลยไปลองดาวน์โหลดมา ตอนแรกงง ลินุกซ์อะไรใช้แค่ซีดีแผ่นเดียวเอง เพราะลินุกซ์สมัยนี้ไม่สามก็สี่แผ่นนั่นแหละ แล้วก็ดาวน์โหลดเร็วมากด้วยนะครับเน็ทสมัยนี้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำได้ไฟล์ iso มาเลย ไม่อยากนึกถึงสมัยก่อนที่ลองเล่น slackware ใหม่ๆ กับ ส่วยน้อยเมืองสุรินทร์ เมื่อสี่ห้าปีก่อนตอนอยู่เมืองไทย ผมดาวน์โหลดประมาณครึ่งเดือนครับถึงได้ package ของ slackware มาครบ และก็งมกันอยู่นั่นแหละเป็นเดือนกว่ามันจะเวิร์ค กลับมาที่ ubuntu หลังจากได้ไฟล์ iso มาแล้วก็เอามา burn ซีดีรอม แล้วก็ลองลงดูปรากฏว่า ubuntu นี่เขาแยก x-windows แฮะ (เพิ่งรู้) ถ้าเป็น ubuntu เขาจะใช้ gnome ส่วนบังเอิญผมก็ชอบใช้ kde มากกว่าเลยต้องไปดาวน์โหลดใหม่ทีนี้เอา kubuntu ซึ่งตอนนี้เป็นเวอร์ชัน 5.04-i386 ครับ ก็เอามาลงที่เครื่อง Labtop อันเดิมผมนี่แหละ Compaq Presario V2000 Pentium M 1.5Ghz Ram 512MB ที่จริงผมลง Windows XP Pro เอาไว้ กับ SuSE 9.2 Pro ไว้ ตอนแรกกะว่าจะลงไว้ 3 ตัวเลย แต่ดู Hard disk แล้วไม่พอก็เลยตัดสินใจลงทับ SuSE ไป
ติดตั้งก็ไม่ยากนะครับ เพราะเห็นเขาบอกว่าเน้นการคอนฟิกให้น้อยที่สุด หลังจากติดตั้งเสร็จก็ลองบู๊ตดู ubuntu นี่เขายังใช้ grub เวอร์ชัน 1 อยู่เป็นเท็กซ์โหมด ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ใช้เวอร์ชัน 2 อ้ออีกอย่างตอนติดตั้งเขาไม่ให้เรากำหนดพาสเวิร์ดของ root ครับเรียกว่าไม่ใช้ล็อกอินด้วย root ว่างั้นเถอะ ก็ต้องกำหนดยูสเซอร์อื่นไปแทน หลังจาก boot และเข้าไปที่ kde แล้วก็ดูดีมากครับ การจัดทำเมนู รูปแบบอินเทอร์เฟสน่าใช้มาก ผมว่าน่าดูใช้กว่า SuSE อีกนะสำหรับใช้งานทั่วๆ ไป แต่เสียอย่างไม่ค่อยจะมีอะไรให้เล่นเท่าไหร่ ส่วนตัวจัดการระบบก็จะเป็นของ kde เสียส่วนใหญ่ ในความเห็นของผมยังไม่เก่งเท่า Yast 2 ของ SuSE
หลังจากนั้นผมก็อยากจะติดตั้งฟอนท์ของวินโดว์ และทดลองฟังเพลงบ้าง จะเมาท์หาไดรฟ์ D ของวินโดว์มันเมาท์ไม่ได้ครับ มันมองเห็นพาทิชันอยู่แต่ว่าเมาท์ไม่ได้ มันบอกว่าเราไม่ได้กำหนดเมาท์พอยท์ไว้ใน fstab หรือ mstab ที่นี้ก็ลองเปิดเข้าไปดูใน /etc/fstab ก็จริงอย่างที่ฟ้องไม่ได้กำหนดเมาท์พอยท์ไว้ จะไปกำหนดเพิ่มดันจำพารามิเตอร์ไม่ได้ ไปดูใน man คำสั่งของ unix เขียนไว้อ่านให้พวกมืออาชีพเขาอ่านหรือยังไง มือสมัครเล่นอย่างผมอ่านแล้วไม่เข้าใจ ทำไงรู้ไหม วิธีการโง่ๆ แต่ได้ผล คือลง SuSE ใหม่เพราะ SuSE จะเมาท์ให้โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว แล้วก็เลยไปดูใน SuSE ว่ากำหนดพารามิเตอร์ยังไง แล้วก็มาลง kubuntu ใหม่ทับลงไปอีก ไม่เป็นไร สมัยก่อนผมเคยบอกนิสิตว่าถ้าคุณลงลินุกซ์ และลองแล้วมันพัง และลงใหม่ยังไม่ถึงยี่สิบรอบอย่าเพิ่งมาบ่น เพราะสมัยก่อนลงลินุกซ์ลำบากแสนเข็นแค่บางทีหาการ์ดจอยังข้องลองแล้วลองอีก ถึงกับต้องคอมไพล์เคอร์แนลใหม่เลยบางที
เพิ่มข้อมูลในไฟล์ etc/fstab
/dev/hda1 /windows/C ntfs ro,users,gid=users,umask=0002,nls=utf8 0 0
/dev/hda5 /windows/D vfat users,gid=users,umask=0002,iocharset=utf8 0 0
คราวนี้ได้ข้อมูล fstab มาแล้วก็จับยัดใส่ /etc/fstab ของ ubuntu เลย ลองบู๊ตดูปรากฏว่ามันฟ้องว่าหาโฟลเดอร์ /windows/C และ /windows/D ไม่เจอ เรื่องนี้ไม่ยากเพียงแต่ไปสร้างโฟล์เดอร์ให้มันตามที่มันต้องการก็จบ แต่ว่ามันไม่ง่ายย่างนั้นละสิ เพราะอย่างที่บอก ubuntu ไม่ยอมให้ผมล็อกอินด้วย root มันก็เลยไม่ยอมให้ผมสร้างโฟล์เดอร์ในที่อื่นใดนอกจากใน /home/veerawat แต่ผมอยากเมาท์เป็น /windows/C และ /windows/D ผมก็เลยต้องเข้าไปที่ Console แล้วใช้คำสั่ง su เพื่อจำทำงานในฐานะของ Super User แล้วค่อยเข้าไปสร้าง /windows/C และ /windows/D ด้วยคำสั่งของ command line แล้วก็รีบู๊ตเครื่องใหม่ ถึงสามารถเมาท์พาทิชันของวินโดว์ได้ตามต้องการ
ก็ลองเล่นอยู่สองสามวันไม่มีอะไรจะเล่นแล้ว ก็เลยเอา SuSE 9.2 Pro กลับมาลงต่อ กะว่าจะไปเอา fedora core มาลงดูเหมือนกันเห็นบอกว่าจะออกเวอร์ชัน 4 สัปดาห์นี้แหละครับ
หมายเหตุ ในฐานะของผู้ใช้มือใหม่ที่เขาเรียกว่า newbie นะครับ ทั้งหมดเกิดจากการทดลองและเข้าใจด้วยตนเอง หากความเข้าใจมีผิดพลาดประการใดก็ต้องรบกวนผู้รู้ช่วยชี้แนะด้วยก็แล้วกันครับ
Saturday, June 11, 2005
เปลี่ยน Interface ของ Office 2003

พอดี เพื่อน โทร. มาถามว่าลง Office 2003 เ ป็นเวอร์ชันภาษาไทย อยากจะเปลี่ยนเมนูให้เป็นภาษาอังกฤษเพราะว่าไม่คุ้นกับการใช้เมนูภาษาไทย ที่จริงผมก็คนหนึ่งละที่ไม่ค่อยคุ้นกับการใช้เมนูภาษาไทย ไม่ใช้เพราะเทห์อะไรหรอกครับ เพราะติดใช้เมนูภาษาอังกฤษมาตั้งแต่แรก พอเป็นภาษาไทยต้องมาแปลกลับไปว่าภาษาอังกฤษเดิมมันคืออะไร บางทีคนแปลภาษาไทยมามันทะแม่งๆ ยังไงไม่รู้ก็เลยไม่ค่อยชอบ เลยติดใช้เมนูภาษาอังกฤษมาตลอด
ก็เห็นประโยชน์การใช้ Interface ที่เป็นภาษาอังกฤษก็ตอนมาอยู่ออสเตรเลียนี่แหละ มีเพื่อนคนจีน และคนเกาหลี ครับใช้วินโดว์เป็น Interface ภ าษาจีน และภาษาเกาหลี เรียกว่าทุกอย่างที่เป็นเมนูภาษาอังกฤษพี่แกทำเป็นภาษาจีนหมด พอเครื่องมีปัญหาเรียกเราไปช่วยแก้ เอาละสิทีนี้เราก็อ่านภาษาจีนไม่ออก ก็ให้เขาอ่านภาษาจีนแล้วแปลให้เราฟังเป็นภาษาอังกฤษ ไอ้เขาไม่เคยใช้ Interface เป็นภาษาอังกฤษก็แปลไปอีกแบบหนึ่ง กว่าจะเข้าใจกันได้ก็เล่นเอาเหนื่อย บางทีผมก็เล่นเดาเอาจากรูปของ Icon บ ้าง จากตำแหน่งปุ่มที่มันขึ้นก่อนหลังบ้าง เขาก็บอกว่าเราเก่งอ่านภาษาจีนเข้าใจ ที่ไหนได้ไม่รู้เรื่องเลย ก็เลยบ่นๆ ให้เขาฟังว่า ทำไมคุณไม่ใช้ Interface เป็นภาษาอังกฤษนะ คราวหน้าไม่ต้องเรียกผมมาช่วยแล้วนะ ถ้ายังใช้เป็นภาษาจีนอยู่
กลับมาว่าเรื่องการเปลี่ยน Interface ของ Office 2003 ต่อเขาบอกไว้ว่าจะต้องเป็นรุ่น Multilingual User Interface Pack นะถึงจะเปลี่ยนได้อย่างรุ่นที่ผมใช้อยู่ตามรูปที่เห็นข้างบนน่ะเปลี่ยนไม่ได้ใช้ Interface เป็นอังกฤษได้อย่างเดียว ส่วนรุ่นของอาจารย์น้อยที่โทร.มาถามนั้นก็เปลี่ยนไม่ได้เหมือนกันใช้ Interface ภาษาไทยได้อย่างเดียว ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ ก็คงต้องไปหารุ่นที่เป็น Interface หรือรุ่น Multilingual มาลงแล้วล่ะครับ ถ้าลงแล้วอยากจะเปลี่ยนก็ทำตามคำแนะนำข้างล่างครับ ...
Change the language of the user interface or Help in Office programs
To change the user interface or Help language, your organization must have purchased and distributed Microsoft Office 2003 Multilingual User Interface Pack, and it must be installed. For details, see your system administrator.
- In Microsoft Windows XP, on the Windows Start menu, point to All Programs, point to Microsoft Office Tools, and then click Microsoft Office 2003 Language Settings.
In Windows 2000, on the Windows Start menu, point to Programs, point to Microsoft Office Tools, and then click Microsoft Office 2003 Language Settings.
- On the User Interface and Help tab, do one of the following:
- In the Display Office 2003 in box, click the language you want.
- In the Display Help in box, click the language you want.
Tuesday, June 07, 2005
เราได้อะไรจากข่าวเรื่องรับน้อง
ห ลังจากที่ได้รับข้อมูลจากเมืองไทยพอสมควร และได้เข้าไปอ่านกระทู้ตามบอร์ดต่างๆ ยอมรับว่ารู้สึกโมโหมาก ที่ข่าวมันออกมาอย่างนั้น แล้วคนจำนวนไม่น้อยก็แสดงความคิดเห็นต่อ มมส. ต่อคณะฯ ในทางเสียๆ หายๆ แล้วยิ่งมีคนส่งลิงค์มาให้เรื่อยๆ ไม่ว่าเป็นที่ พวกเว็บสรรสาระทั้งหลายที่นิสิตชอบหนักชอบหนา (ตอนนี้พวกคุณคงรู้ตัวตนของมันแล้วใช่ไหม) ไม่ว่าจะเป็น Sanook, Kapook, Teenee, mThia และ อื่นๆ อีก ที่เขียนข่าวและแถมเป็นบอร์ดให้แสดงความคิดเห็น จะเห็นว่ามีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งคิดดูก็เป็นเรื่องที่น่าทึ่งเป็นอย่างมากที่ข่าว ที่มีจุดกำเนิดเล็กๆ เพียงชิ้นเดียวจะขยายออกไปได้ในวงกว้างขนาดนี้ รวมๆ แล้วเชื่อว่ามีหลายพันคน
ซึ่งก็แสดงว่าสังคมให้ความสนใจ และกดดันต่อประเพณีการรับน้องเป็นอย่างมาก แต่เท่าที่สังเกตดูส่วนมาก ก็จะนำเนื้อข่าวมาจาก คม-ชัด-ล ึก หรือ ไอทีวี แต่ว่าตัวข่าวจริงๆ อ่านแล้วต้นฉบับน่าจะมีเพียงชิ้นเดียวแล้วแต่ว่าใครจะไปใส่สีสันแต่งแต้มมาก น้อยขนาดใหน บางรายจับข่าวมาเล่าต่อแถมใส่อารมณ์เข้าไปด้วย ผู้อ่านมีไม่น้อยที่ไม่ค่อยจะเชื่อตามข่าว มีไม่น้อยที่เป็นนิสิตปัจจุบัน และศิษย์เก่า พยายามเข้าไปโพสต์แก้ข่าว แต่ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นการแก้ตัวเสียมากกว่า เพราะสังคมส่วนใหญ่เชื่อตามข่าวที่ได้ลงไปแล้ว
ผ ่านมาหนึ่งวันตอนนี้ตั้งสติ แล้วถามตัวเองว่าเมื่อเหตุการณ์มันเป็นแบบนี้แล้วเราได้อะไรจากตรงนี้บ้าง ที่จริงเราได้อะไรหลายอย่าง อย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อลองถามตัวเองว่า
- ถ ้าเรื่องนี้เกิดกับคณะอื่น มหาวิทยาลัยอื่น ซึ่งไม่ได้เกิดกับเรา แล้วเราอ่านข่าวในหนังสือพิมพ์จบแล้ว เราจะเชื่อหรือไม่ คำตอบคือคงเชื่อ
- ถ ้าเราเชื่อแล้วเราจะพยายามหาข้อเท็จจริงว่าจริงๆ แล้วมันมีที่มาที่ไปอย่างไร เป็นจริงอย่างที่ข่าวเขาเสนอหรือไม่ คำตอบคือคงไม่พยายามสักเท่าไหร่
- ถ ้ามีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นผ่านบอร์ดทั้งหลายเราจะด่า ประณาม พวกรุ่นพี่ และอาจารย์เหล่านั้นว่าป่าเถื่อน และไร้ปัญหาด้วยหรือไม่ คำตอบคือถ้ามีโอกาสก็คงจะทำ (คงถล่มให้จมดินไปเลย)
- ทำไมเราถึงจะทำตามข้อ 3 เ พราะว่ากระแสสังคมกำลังมีการปฏิเสธประเพณีการรับน้อง ทุกๆ ปีเราก็ได้ยินข่าวที่ไม่ดีเกี่ยวกับการรับน้องอยู่ตลอดเวลา ข่าวรับน้องดีๆ เราไม่เคยได้ยินมาเลย เราก็ติดตามและสนใจว่าปีนี้จะต้องมีเหตุรุนแรงเหมือนปีก่อนๆ แน่นอน
- เ มื่อเราติดตามข่าวสารและรู้ว่ากระแสสังคมกำลังเปลี่ยนไป และกลุ่มเหล่านี้น่าจะเป็นกลุ่มปัญญาชน เป็นกลุ่มชี้นำสังคม ที่กำลังออกมาพูดปฏิเสธเรื่องของการรับน้องด้วยวิธีการรุนแรง ส่วนพวกที่ไม่ยอมปรับเปลี่ยนคงเป็นพวกล้าหลัง และพวกด้อยปัญญา
- เ มื่อเป็นอย่างนี้แล้วกับกลุ่มคนที่คิดว่าตัวเองเป็นปัญญาชนที่เพียงแค่บริโภ คข่าว แล้วออกมาประณามหยามเหยียด มมส. แม้กระทั้งบางคนยังลงชื่อสถาบันการศึกษาของตัวเอง (เขาคงจะภาคภูมิใจมากว่าเขานี่แหละปัญญาชนตัวจริง) เราจะไปโมโหเขาแล้วจะได้อะไร เราบางครั้งก็น่าจะเป็นอย่างคนพวกนี้ไม่ใช่หรือ ที่หลงตัวเองว่าเป็นปัญญาชน
- แ ล้วรู้สึกยังไง รู้สึกสะท้อนใจ ว่าในหลายๆ ครั้งเราเองอาจจะตกเป็นเครื่องมือของข่าวเหล่านี้ เราเองก็เป็นส่วนหนึ่งของลัทธิบริโภคนิยมไม่ใช่หรือ บริโภคทุกสิ่งทุกอย่าง บ่อยครั้งบริโภคข่าวสารที่มีผู้นำมาป้อนให้โดยไม่คิดวิเคราะห์ไตร่ตรองให้ถ้ วนถี่
- แ ล้วสังคมของ มมส. จะได้อะไรจากเหตุการณ์นี้ คำตอบคือได้อย่างมากมาย ได้เรียนรู้ธรรมชาติของมนุษย์ ได้รู้ธรรมชาติการเขียนข่าว (ของนักข่าวบางคน ทีวีบางช่อง หนังสือพิมพ์บางฉบับ) ได้เรียนรู้ที่จะคิดวิเคราะห์ในข่าวก่อนที่จะหลงบริโภคเข้าไป ได้เรียนรู้ความคาดหวังของสังคม ได้เรียนรู้ที่จะปรับตัว ปรับปรุงวิธีการทำงาน ในขณะที่คนอีกหลายหมื่น หลายแสนคน กำลังหลงบริโภคข่าวชิ้นนั้นด้วยความเมามัน คนจำนวนหนึ่งใน มมส. ก็กำลังมองดูอยู่ว่าคุณจะแสดงอะไรออกมาอีก แล้วเมื่อไหร่คุณจะรู้สึกตัวเสียทีนะว่าตอนนี้คุณกำลังทำอะไรอยู่
- โ ดยส่วนตัวก็ได้คำตอบทั้งหมดจากการนี้แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคำตอบที่ได้น ั้นจะถูกต้องหรือยัง หรือว่าเรายังหลงประเด็นอะไรอยู่หรือไม่ ก็คงได้แต่บอกตัวเองว่าอย่าโกรธ อย่าโทษสังคมเลย สังคมเราก็เป็นอย่างนี้ เราเองก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคม ก็คงทำอะไรกับมันไม่ได้ คงทำบางอย่างเท่าที่เราทำได้ เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้ ก็คงทำได้แต่เปลี่ยนแปลงตัวเอง ... เฮ้อหดหู่หัวใจอย่างบอกไม่ถูก ...
หมายเหตุ ผู้เขียนมีเจตนาเขียนไว้อ่านเองเขียนไว้เพื่อเตือนความทรงจำ เตือนสติตัวเอง ไม่ได้มีเจตนาจะให้ร้ายใครหรือชี้นำใดๆ ทั้งสิ้น ด้วยความเคารพในเพื่อนมนุษย์ ในสิทธิ และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของคนทุกๆ คน
ชี้แจงกรณี รับน้องใหม่ มมส.ประจำปี ๒๕๔๘
“สุรชา อมรพันธ์” รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิตมมส. ยืนยันการรับน้องใหม่ไม่โหด
รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ยืนยัน การรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ไม่ได้โหดหรือทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ แต่เหตุต้องนำนิสิตส่งโรงพยาบาลจำนวนมาก เนื่องจากนิสิตอ่อนเพลียจากการไม่ได้รับประทานอาหารและจากอากาศที่ค่อนข้างร้อน
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2548 รองศาสตราจารย์ สุรชา อมรพันธ์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ร่วมกับ นายมงคล คาร์น ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต รองศาสตราจารย์ ปิยะพันธ์ แสนทวีสุข ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต นายสิทธิศักดิ์ จันทร์สมุด หัวหน้าสำนักงานอธิการบดีและนายเกื้อกูล ดวงจันทร์ทิพย์ ผู้อำนวยการกองกิจการนิสิต ร่วมกันแถลงข่าวกรณี สื่อมวลชนได้เผยแพร่ข่าวการรับน้องของนิสิตมหาวิทยาลัยโหด ถึงขั้นต้องหามนิสิตส่งโรงพยาบาลจำนวน 21 คน
รองศาสตราจารย์ สุรชา อมรพันธ์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ได้ชี้แจง กรณีที่สื่อมวลชนได้เผยแพร่ข่าวการรับน้องใหม่โหดถึงขั้นหามส่งโรงพยาบาลว่า ไม่เป็นความจริง เกี่ยวกับนิสิตที่มหาวิทยาลัยได้นำส่งโรงพยาบาลนั้น เกิดจากความอ่อนเพลียของนิสิตที่ไม่ได้รับประทานอาหารและกรณีนิสิตเข่าเจ็บนั้นก็ไม่ได้เกิดจากการรับน้องแต่อย่างไร แต่เกิดจากนิสิตคนดังกล่าว เป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอลของโรงเรียนและได้รับอุบัติเหตุก่อนที่จะเข้ามาเรียนใ นมหาวิทยาลัยและเมื่อเข้าร่วมกิจกรรมและนั่งเป็นเวลานานๆทำให้อาการเจ็บเข่า กำเริบ เพราะฉะนั้น อาจารย์ผู้ดูแลจึงต้องนำนิสิตเหล่านั้น ส่งโรงพยาบาลเพื่อความปลอดภัยของนิสิตทั้งหมด เพราะหากเกิดอาการรุนแรงจะทำให้ทุกฝ่ายต้องเสียใจภายหลัง ซึ่งอาจารย์ทุกท่านเป็นห่วงและดูแลเอาใจใส่นิสิตทุกคนอย่างใกล้ชิด
รองศาสตราจารย์ สุรชา กล่าวต่อไปว่า การรับใหม่ของมหาวิทยาลัยมหาสารคามมีกฎระเบียบในการรับน้องภายใต้เงื้อนไขที่กำหนด ซึ่งมหาวิทยาลัยมหาสารคามได้นำนโยบายในการจัดประชุมเชียร์ โดยการประชุมเชียร์นั้นต้องเกิดภายใต้ความอบอุ่นความประทับใจระหว่างรุ่นพี่ กับรุ่นน้อง และระหว่างรุ่นน้องและรุ่นน้องเองเพื่อเสริมสร้างความมีระเบียบวินัยถือทัศน ะคติที่ดีต่อสถาบัน ก่อให้เกิดการสร้างเสริมพัฒนานิสิต การประชุมเชียร์จะเกิดขึ้นภายใต้การดูแลขององค์การนิสิตและชมรมนิสิตรุ่นสัม พันธ์ร่วมกันคัดเลือกบุคคลที่มีความประสงค์และมีความเหมาะสมตามประกาศของมหา วิทยาลัย เกรดเฉลี่ยต้อง 2.00 ต้องทำตัวเป็นแบบอย่าง ผ่านการอบรมปฐมนิเทศการพัฒนานิสิต ขณะเดียวกันนิสิตรุ่นน้องมีสิทธิเสรีภาพที่จะเลือกเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมก็ได้ในกิจกรรมนี้ นอกจากนี้ องค์การนิสิตและชมนิสิตสัมพันธ์ ซึ่งมี staff เชียร์ร่วมกันประมาณ 800 คนที่จะดูแลน้อง ที่สำคัญมีอาจารย์แต่ละคณะคอยดูแลและควบคุมอย่างใกล้ชิด
ต่อข้อถามของผู้สื่อข่าวกรณีที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จะมีมาตรการเข้มงวดอย่างไรบ้างในการควบคุมนิสิตในการรับน้องใหม่ รศ.สุรชา กล่าวว่า ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดและเข้มงวดอยู่แล้ว คงจะไม่เข้มงวดเพิ่มขึ้น เพราะที่ผ่านนิสิตทุกคนก็รู้สึกว่า มหาวิทยาลัยมหาสารคามเข้มงวดมากและรุ่นพี่เชียร์ก็ดูแลและไม่ได้ให้รุ่นน้อง ทำกิจกรรมอะไรที่เกินเลยหรือรุนแรง กรณีที่ว่า รุ่นพี่ให้รุ่นน้องคลานกลางแดดหลายๆชั่วโมงก็ไม่เป็นความจริง เพราะกิจกรรมประชุมเชียร์จัดขึ้นในช่วงเวลา 17.00-20.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเย็นและไม่ได้เลิกดึกอย่างที่เป็นข่าวแต่อย่างไร เพราะฉะนั้น ผมเชื่อว่า สิ่งต่างๆที่พี่ๆมหาวิทยาลัยมหาสารคามได้เลือกสรรจัดให้น้องๆ นั้นล้วนแต่เป็นกิจกรรมที่คิดกลั่นกรองพัฒนาปรับปรุงให้น้องๆเป็นนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคา มสมบูรณ์แบบ รศ.สุรชากล่าวในตอนท้าย
Monday, June 06, 2005
คณะการบัญชีฯ รับน้องใหม่โหดจริงหรือ
โ ดยส่วนตัวไม่เชื่อว่าการรับน้องของคณะการบัญชีและการจัดการ จะรุนแรง และทำให้เกิดผู้ได้รับบาดเจ็บมากมายขนาดนี้ เพราะคณะฯ มีประเพณีการรับน้องที่ดี ไม่เคยเน้นความรุนแรง และการดูแลจากอาจารย์ และนักกิจการนิสิตอย่างใกล้ชิดทุกๆ ปี อาจจะมีบ้างที่มีอาการเหนื่อยอ่อน หรือเป็นลมเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งที่ผ่านๆ มาทางคณะฯ ก็ดูแลนิสิตทุกคนเป็นอย่างดียิ่ง จึงทำให้เกิดข้อกังขาเหมือนกันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันมีข้อเท็จจริงเป็นอย่ างไรกันแน่
ถ้าไม่มีเรื่องอะไรอื่นแอบแฝง
จริงหรือที่ให้น้องคลานพื้นดินตากแดดเป็นเวลายาวนานหลายชั่วโมง
จริงหรือที่มีการปิดห้องร้องเพลงเชียร์
จริงหรือที่อาจารย์ และพยาบาลจะพร้อมใจกันแจ้งความกับผู้สื่อข่าว
จริงหรือที่มีการลำเลียงน้องใหม่ส่งโรงพยาบาลตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึง 1.00 น.
ข ้อสังเกต คือผู้สื่อข่าวได้รับโทรศัพท์แจ้งจากนักศึกษาคนหนึ่งของมหาวิทยาลัยมหาสารคา ม เมื่อเวลา 22.30 น. นั่นได้รายละเอียดเพียงพอแล้วหรือที่จะสรุปว่ากิจกรรมการรับน้องเป็นเช่นใด
ห ลังจากได้พูดคุยกับน้องๆ หลายคนที่คณะฯ และที่เมืองไทย ทุกคนที่รู้เรื่องก็บอกว่าข่าวเขียนเกินความเป็นจริงไปค่อนข้างจะมาก แต่ยังไงก็หวังว่าเราจะได้รับคำตอบและคำชี้แจงจากทางผู้เกี่ยวข้องว่าข้อเท็ จจริงมันเป็นยังไงกันแน่ ยังไงสุดท้ายก็ขอส่งกำลังใจให้กับอาจารย์ และเจ้าหน้าที่ทุกท่านขอให้ดำเนินการในเรื่องนี้ให้กระจ่างด้วยครับ
หลัง จากนั้นก็ได้รับแจ้งว่ามีข่าวในเว็บไซท์ของ ไอทีวี, กระปุก, ทีนนี่ และมีน้องๆ ส่งเข้ามาให้เรื่อยๆ อีกก็มีสนุก เอ็มไทย เท่าที่เข้าไปดูก็ไม่มีอะไรใหม่เป็นการ copy ข่าวชุดเดิมแล้วมาตกแต่งนิดหน่อยแล้วก็เอามาเล่าต่อ ก็เลยถือโอกาสรวบรวมไว้เตือนความจำหน่อยว่าใครลงอะไรไว้บ้าง ...
คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/2005/06-06/p1-17604307.html

ม.มหาสารคามรับน้องหนัก ให้น้องใหม่ปิดห้องร้องเพลงเชียร์คลานตากแดดจัดนานนับชั่วโมง จนเครียดเป็นลมต้องหามส่ง รพ. 21 ร าย ขณะที่อาจารย์ผู้คุมพร้อมพยาบาลฉุนนักข่าวไปทำข่าวแจ้ง ตร.ให้ยึดฟิล์ม พร้อมแจ้งความข้อหาบุกรุก ร้อนถึง ผอ.รพ.ต้องโทรสายด่วนจากสวีเดนให้ถอนแจ้งความ ด้านรองอธิการบดีรับปากจะสอบข้อเท็จจริง ยืดอกรับอาจมีรุ่นพี่เกินเลยบ้างแต่มหาวิทยาลัยวางกรอบไว้แล้ว ลั่นพร้อมลงโทษหากแหกกฎทำรุนแรงกับน้อง
แ ม้หลายฝ่ายจะรณรงค์ให้มีการลดหรือยกเลิกความรุนแรงในการรับน้องใหม่ในช่วงเ ปิดเทอมใหม่ แต่ข่าวคราวในเรื่องนี้ยังมีอยู่ ล่าสุดเกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยเมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 4 ม ิถุนายน ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดมหาสารคาม ได้รับโทรศัพท์แจ้งจากนักศึกษาคนหนึ่งของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ว่ามีการรับน้องใหม่ยืดเยื้อ ประกอบกับสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้มีน้องใหม่เป็นลมหลายราย จนต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลมหาสารคาม
ห ลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลมหาสารคาม พบว่ามีรถตู้ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กำลังทยอยนำน้องใหม่มาส่งที่แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลเป็นระยะ โดยทราบว่าได้มีการทยอยนำตัวมาส่งตั้งแต่เวลา 17.00 น. วันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา และยังคงมีน้องใหม่ที่ถูกนำตัวมาส่งอีกหลายรายจนถึงเวลา 01.00 น. วันวันที่ 5 มิถุนายน
ผ ู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่กลุ่มผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ รวมทั้งผู้สื่อข่าวโทรทัศน์หลายช่อง กำลังบันทึกภาพผู้ป่วยที่ถูกลำเลียงลงจากรถตู้นั้น พยาบาลผู้ทำหน้าที่ซักประวัติผู้ป่วยอยู่หน้าห้องฉุกเฉินได้ออกมาห้ามกลุ่มผ ู้สื่อข่าวถ่ายภาพ โดยขู่ว่าหากไม่หยุดจะแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี พร้อมบอกให้ลบภาพออกจากกล้องทั้งหมด นอกจากนี้นายธีรพล ธีระบูชา อาจารย์คณะการบัญชี ซึ่งเป็นผู้ควบคุมนักศึกษามาส่งโรงพยาบาล ได้แสดงอาการไม่พอใจกลุ่มผู้สื่อข่าว พร้อมเรียกขอตรวจดูบัตรผู้สื่อข่าวและโทรศัพท์แจ้งไปยัง ร.ต.อ.ณัฐชัย ผากลางแดด พนักงานสอบสวน (สบ 1) ในฐานะร้อยเวร สภ.อ.เมืองมหาสารคาม ให้มาจับกุม
หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.ณัฐชัย พร้อมด้วยชุดสายตรวจและชุดสืบสวนกว่า 10 น าย ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลมหาสารคาม อาจารย์คนดังกล่าวก็ได้แจ้งให้ ร.ต.อ.ณัฐชัย ยึดกล้องผู้สื่อข่าวแล้วนำตัวไปสอบสวนที่ สภ.อ.เมืองมหาสารคาม แต่เมื่อ ร.ต.อ.ณัฐชัย เห็นว่าเรื่องทำท่าจะบานปลาย จึงรายงาน พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธ์ สุริยะ รอง ผกก.(ส.) สภ.อ.เมืองมหาสารคาม ทราบ ก่อนให้อาจารย์คนดังกล่าวไปแจ้งความที่ สภ.อ.เมืองมหาสารคาม
จ ากนั้นอาจารย์พร้อมด้วยพยาบาลที่ไม่พอใจกลุ่มผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปที่ สภ.อ.เมืองมหาสารคาม พร้อมแจ้งความเอาผิดผู้สื่อข่าวในข้อหาบุกรุก แต่ขณะที่กำลังให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน ก็ได้มีโทรศัพท์มาจาก น.พ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ ผอ.โรงพยาบาลมหาสารคาม ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางไปราชการที่ประเทศสวีเดน แจ้งให้พยาบาลยุติการเข้าแจ้งความ จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน แต่กลุ่มผู้สื่อข่าวยังคงเฝ้าดูรถตู้ของทางมหาวิทยาลัยที่วิ่งเข้าออกโรงพยา บาลมหาสารคามเพื่อนำนักศึกษาน้องใหม่ที่ป่วยมาส่งอยู่จนถึงเวลา 01.00 น. รถของมหาวิทยาลัยก็ยังวิ่งรับส่งอยู่
สำหรับกิจกรรมรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้จัดกิจกรรมรับน้องใหม่ขึ้นตั้งแต่วันที่ 4-8 มิถุนายน โดยได้จัดกิจกรรมรับน้องทุกคณะและแยกตามคณะ ซึ่งการรับน้องใหม่ในวันที่ 4 ม ิถุนายน ได้มีการรับน้องแยกคณะ โดยบริเวณคณะบัญชี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเดิม ได้มีกิจกรรมที่อ้างว่าเพื่อเป็นการสร้างความอดทนให้น้องใหม่ ด้วยการปิดห้องร้องเพลงเชียร์ รวมถึงการคลานตามพื้นดินตากแดดเป็นเวลายาวนานหลายชั่วโมง จนเป็นเหตุให้น้องใหม่ที่ร่างกายรับไม่ไหว บ้างก็เป็นลม หรือแขนขามีบาดแผล จนต้องมีการนำส่งโรงพยาบาลตั้งแต่เวลา 17.00 น. จนถึงตีหนึ่ง
จากการตรวจสอบพบว่ามีนักศึกษาน้องใหม่ที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาสารคามครั้ งนี้ 21 ร าย โดยแต่ละคนมีสภาพอิดโรยและสีหน้าเคร่งเครียด ทางโรงพยาบาลแจ้งว่านักศึกษาใหม่ส่วนใหญ่มีอาการแน่นหน้าอก หายใจลำบาก เนื่องจากภาวะเครียด เหนื่อยเพลีย บางรายหายใจไม่ออก ปวดศีรษะ เป็นลม ปวดกล้ามเนื้อ ซึ่งทั้ง 21 รายได้กลับไปพักผ่อนที่หอพักหลังจากแพทย์ได้ปฐมพยาบาลให้อาการดีขึ้น
นิสิตรุ่นพี่ปี 2 ม หาวิทยาลัยมหาสารคามรายหนึ่ง เปิดเผยว่า การรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีมานานแล้ว ถือว่าเป็นกิจกรรมสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ ในการเริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัย ส่วนที่ว่าคณะไหนจะมีกิจกรรมรับน้องที่สร้างสรรค์ หรือรับน้องแบบโหดๆ ก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มรุ่นพี่ที่จะเป็นคนกำหนดกฎเกณฑ์ ถ้ารุ่นพี่เคยโดนรับน้องแบบโหดๆ ก็จะจดจำไว้เอาคืนกับน้องใหม่ในปีหน้า ด้วยวิธีการโหดกว่าเดิม เสมือนการแก้แค้นกัน แต่บางแห่งกิจกรรมก็จะออกมาทะลึ่งสองแง่สองง่าม เพื่อสร้างความอับอายให้กับรุ่นน้องที่เป็นผู้หญิงก็มี
ด ้าน รศ.สุรชา อมรพันธุ์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ฝ่ายพัฒนานิสิต กล่าวว่า การรับน้องใหม่ที่มีขึ้นทุกปี ทางมหาวิทยาลัยได้วางกรอบและกฎเกณฑ์พร้อมประกาศให้ทุกคนได้ทราบร่วมกันแล้ว ก่อนการจัดกิจกรรมก็จะมีการตรวจสอบก่อน ส่วนการรับน้องแต่ละคณะก็จะมีคณะกรรมการของคณะ และของกองกิจการนิสิต ไปตรวจดูความเรียบร้อยด้วย
"ป ัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ นิสิตรุ่นพี่ก็อาจจะทำอะไรไปโดยไม่ได้คิดบ้าง บางครั้งก็เกินเลยไป ที่สำคัญสภาพร่างกายของรุ่นน้องแต่ละคนมีเหมือนกัน แต่ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้มีการบังคับน้องใหม่ให้ร่วมกิจกรรม ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยจะสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป หากมีการจงใจกระทำรุนแรงก็คงต้องมีลงโทษ ส่วนอาจารย์ผู้ควบคุมก็จะเชิญมาพูดคุยหาข้อมูลให้ชัดเจนก่อน" รองอธิการบดี มมส. กล่าว
ผู้จัดการออนไลน์ 5 มิถุนายน 2548 23:00 น.
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9480000074702
รับน้องโหดหามส่งโรงพยาบาลระนาว รุ่นพี่ม.สารคามรุมทรมานจนเป็นลม
ม หาสารคาม - รุ่นพี่ม.มหาสารคาม รับน้องใหม่โหด ให้น้องคลานกรำแดด นานหลายชั่วโมง และปิดห้องซ้อมร้องเพลงเชียร์ ขณะที่อากาศร้อนจัด ร่างกายรับสภาพไม่ไหว หามส่งโรงพยาบาลกว่า 20 ราย
ค่ำวานนี้ (4 ม ิ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนักศึกษาของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม รายหนึ่งว่า มีการรับน้องใหม่ที่สุดโหด จนเป็นเหตุให้ต้องนำน้องใหม่ ส่งโรงพยาบาลมหาสารคาม ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึง 01.00 น.ของวันนี้
จ ากการตรวจสอบ ปรากฏว่า นักศึกษาที่ถูกนำส่งโรงพยาบาล เป็นนักศึกษาน้องใหม่ คณะบัญชี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ถูกนำตัวทยอยส่งโรงพยาบาลมหาสารคาม กว่า 20 ค น โดยรถตู้ของมหาวิทยาลัย ซึ่งอาจารย์คณะบัญชี ที่นำนักศึกษามาส่งโรงพยาบาล ได้ห้ามไม่ให้ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพ และสอบถามข้อมูลใดๆ พร้อมทั้งขอดูบัตรผู้สื่อข่าว และโทรศัพท์แจ้งไปยัง ร.ต.ต.ณัฐชัย ผากลางแดด พนักงานสอบสวน สภ.อ.เมืองมหาสารคาม
จากนั้นร้อยเวรพร้อมชุดสายตรวจ ชุดสืบสวนกว่า 10 น าย ได้เดินทางไปที่โรงพยาบาล โดยทางอาจารย์ที่ควบคุมนักศึกษามาโรงพยาบาล ได้แจ้งให้ร้อยเวรยึดกล้องและฟิล์มของผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบ เพราะเป็นหลักฐานสำคัญ พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้สื่อข่าวไปสอบสวนที่ สภ.อ.เมืองมหาสารคาม ด้าน พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ สุริยะ รอง ผกก.สส.สภ.อ.เมืองมหาสารคาม ได้ประสานอาจารย์หลังได้รับแจ้งจากร้อยเวรว่า ไม่สามารถกระทำได้
ฝ่ายอาจารย์ คนดังกล่าว จึงได้พยายามนำพยาบาลที่ซักประวัติไปแจ้งความผู้สื่อข่าวในข้อหาบุกรุกแทน ซึ่งขณะสอบปากคำ มีโทรศัพท์ทางไกลจาก นพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาสารคาม ซึ่งเดินทางไปราชการที่ประเทศสวีเดน แจ้งให้พยาบาลถอนแจ้งความ จึงเดินทางกลับโรงพยาบาล
สำหรับกิจกรรมรับน้องใหม่ ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้จัดขึ้นวันที่ 4 – 8 มิถุนายน 2548 โดยมีการจัดกิจกรรมรับน้องรวมคณะ และแยกคณะ ซึ่งการรับน้องในวันที่ 4 มิ.ย. ได้มีการรับน้องแยกคณะของคณะบัญชี โดยจัดขึ้นที่บริเวณคณะบัญชี ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามเก่า
ซ ึ่งกิจกรรมที่จัด ต้องการสร้างความอดทนให้น้องใหม่ โดยมีการปิดห้องร้องเพลงเชียร์ และให้คลานตากแดด ยาวนานหลายชั่วโมง ทั้งที่อากาศร้อนจัด จนเป็นเหตุให้น้องใหม่ที่ร่างกายรับไม่ไหว บ้างก็เป็นลม บ้างก็มีบาดแผลที่แขนและขา จนต้องนำส่งโรงพยาบาล ตั้งแต่เวลา 17.00 – 01.00 น. วันนี้
ปรากฏว่าน้องใหม่ที่ถูกนำส่งโรงพยาบาล 21 ร าย มีสภาพร่างกายอิดโรย และมีสีหน้าเคร่งเครียด โดยทางโรงพยาบาล ได้แจ้งอาการของนักศึกษาส่วนใหญ่ ว่ามีอาการแน่นหน้าอก หายใจลำบากจากภาวะเครียด เหนื่อยเพลีย หายใจหอบ ปวดศีรษะ เป็นลม และปวดกล้ามเนื้อ ซึ่งล่าสุดได้กลับไปพักผ่อนที่หอพักแล้วหลังจากอาการดีขึ้นในวันนี้
นักศึกษารุ่นพี่ ปี 2 ร ายหนึ่งกล่าวว่า การรับน้องใหม่ของสถาบันมีมานานแล้ว ถือเป็นการสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ และเป็นการเริ่มต้นชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย ส่วนการรับน้องขึ้นอยู่กับว่ามหาวิทยาลัยไหน คณะไหน จะรับน้องสร้างสรรค์ หรือรับน้องโหด ขึ้นกับรุ่นพี่ที่จะเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ ซึ่งถ้ารุ่นพี่เคยโดนรับน้องแบบโหดๆ ก็จะจดจำ แล้วปีหน้าจะหาวิธีรับน้องที่โหดกว่าเดิม เปรียบเสมือนการแก้แค้น บางแห่งก็มีกิจกรรมรับน้องออกมาในลักษณะสองแง่สองง่าม ทำให้รุ่นน้องผู้หญิงอับอาย
รศ .สุรชา อมรพันธุ์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต กล่าวว่า เหตุการณ์ ต้อนรับน้องใหม่มีขึ้นทุกปี ซึ่งในแต่ละปี มีกฏเกณฑ์ มีกรอบที่ทางมหาวิทยาลัยวางไว้ และได้ประกาศให้ทุกคนทราบ นอกจากนี้ ก่อนจัดกิจกรรมให้มีการจัดทำโครงการมาให้สรวจสอบดูก่อน และในคณะที่มีการรับน้อง กรรมการของคณะ ของกองกิจการนิสิต ไปตรวจดูความเรียบร้อยด้วย
สำห รับปัญหาที่เกิดขึ้นนักศึกษารุ่นพี่อาจกระทำโดยไม่คิดอะไร บางครั้งก็เกินเลยไปบ้าง อีกทั้งสภาพร่างกายรุ่นน้องแต่ละคนแข็งแรงไม่เท่ากัน ซึ่งไม่มีการบังคับน้องใหม่ให้ร่วมกิจกรรม ส่วนในขั้นตอนการดำเนินการต่อไป ต้องตรวจสอบหาข้อเท็จจริง หากมีการจงใจกระทำรุนแรง ต้องได้รับการลงโทษ ส่วนอาจารย์ผู้ควบคุมคงต้องเชิญมาพูดคุยหาข้อมูลให้ชัดเจน
กระปุกดอทคอม
http://www.kapook.com/hilight/main/n174.html
รับน้องสุดโหด หามส่งรพ.นับยี่สิบ ม.มหาสารคาม ตั้งกก.สอบ

ภาพประกอบจาก Itv.co.th
น ้อ งใหม่ คณะบัญชี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดนรุ่นพี่ม.มหาสารคาม รับน้องใหม่โคตรโหด ให้คลานรับแดดหลายชั่วโมง แถมยังทรมานปิดห้องซ้อมร้องเพลงเชียร์ ขณะที่อากาศร้อนจัดๆ น้องใหม่ร่างกายรับสภาพไม่ไหว เพื่อนหามส่งโรงพยาบาลกว่า 20 ราย
ก ิจกรรมรับน้องใหม่สุดโหดนี้ได้จัดขึ้นวันที่ 4 – 8 มิถุนายน 2548 ซ ึ่งคณะบัญชีได้จัดขึ้นที่บริเวณคณะบัญชี ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามเก่า ทั้งนี้เพื่อต้องการสร้างความอดทนให้น้องใหม่ และสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ จึงมีการปิดห้องร้องเพลงเชียร์ และออกไปตากแดดคลานต่ำ ตามคำสั่งรุ่นพี่ หลายชั่วโมง จนน้องใหม่ถูกนำส่งโรงพยาบาลนับ 20 ราย
ITV Website 2005 - ข่าวภูมิภาค
http://www.itv.co.th/s1000_obj/front_page/page/588.html?content_id=8594

รองอธิการม.สารคามสั่งสอบรับน้องจนเข้าร.พ.
ร องอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เตรียมตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีนักศึกษาชั้นปีที่ 1 กว่า 20 คน ถูกหามส่งโรงพยาบาล
น ายสุรชา อมรพันธุ์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เตรียมตั้งกรรมสอบสวนอาจารย์ผู้ควบคุม และนักศึกษารุ่นพี่ เพื่อหาข้อเท็จจริงกรณีนักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะบัญชี จำนวน 21 ค น เป็นลม และบาดเจ็บ จนถูกหามส่งโรงพยาบาลจังหวัดมหาสารคาม ระหว่างร่วมกิจกรรมรับน้อง ภายในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม นายสุรชา ยังกล่าวอีกว่าปกติมหาวิทยาลัยมีกฎระเบียบในการรับน้องอยู่แล้ว ซึ่งจะมีอาจารย์แต่ละคณะดูแลอย่างใกล้ชิด สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ นิสิตรุ่นพี่อาจกระทำไปโดยไม่ได้ยังคิด บางครั้งอาจจะเกินเลยไปบ้าง อีกทั้งสภาพร่างกายของรุ่นน้องแต่ละคนไม่เท่ากัน และที่สำคัญทางมหาวิทยาลัยไม่มีการบังคับให้นักศึกษาใหม่ร่วมกิจกรรมแต่อย่า งไร หากตรวจสอบพบว่ามีการจงใจกระทำรุนแรงก็ต้องถูกลงโทษ ล่าสุดนักศึกษาที่ได้รับบาดเจ็บและอิดโรยอาการดีขึ้นแพทย์อนุญาตให้เดินทางก ลับแล้ว
Teenee.com
http://tnews.teenee.com/tnews/473.php
ระบบว๊ากเพื่อความเป็นพี่น้องมหาลัย ทำพิษ นศ.ถูกหามส่ง รพ. 21 ราย
ม.มหาสารคามรับน้องหนัก ให้น้องใหม่ปิดห้องร้องเพลงเชียร์คลานตากแดดจัดนานนับชั่วโมง จนเครียดเป็นลมต้องหามส่ง รพ. 21 ราย
ข ณะที่อาจารย์ผู้คุมพร้อมพยาบาลฉุนนักข่าวไปทำข่าวแจ้ง ตร.ให้ยึดฟิล์ม พร้อมแจ้งความข้อหาบุกรุก ร้อนถึง ผอ.รพ.ต้องโทรสายด่วนจากสวีเดนให้ถอนแจ้งความ
ด ้านรองอธิการบดีรับปากจะสอบข้อเท็จจริง ยืดอกรับอาจมีรุ่นพี่เกินเลยบ้างแต่มหาวิทยาลัยวางกรอบไว้แล้ว ลั่นพร้อมลงโทษหากแหกกฎทำรุนแรงกับน้อง
แม้หลายฝ่ายจะรณรงค์ให้มีการลดหรือยกเลิกความรุนแรงในการรับน้องใหม่ในช่วงเปิดเทอมใหม่ แต่ข่าวคราวในเรื่องนี้ยังมีอยู่
ล่าสุดเกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยเมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 4 ม ิถุนายน ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดมหาสารคาม ได้รับโทรศัพท์แจ้งจากนักศึกษาคนหนึ่งของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ว่ามีการรับน้องใหม่ยืดเยื้อ ประกอบกับสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้มีน้องใหม่เป็นลมหลายราย จนต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลมหาสารคาม
มีรถตู้ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ทยอยนำน้องใหม่มาส่งที่แผนกฉุกเฉิน
ห ลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลมหาสารคาม พบว่ามีรถตู้ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กำลังทยอยนำน้องใหม่มาส่งที่แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลเป็นระยะ โดยทราบว่าได้มีการทยอยนำตัวมาส่งตั้งแต่เวลา 17.00 น. วันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา และยังคงมีน้องใหม่ที่ถูกนำตัวมาส่งอีกหลายรายจนถึงเวลา 01.00 น. วันวันที่ 5 มิถุนายน
พยาบาลและอาจารย์ไม่พอใจที่นักข่าวทำข่าว ขู่จะแจ้งความ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่กลุ่มผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ รวมทั้งผู้สื่อข่าวโทรทัศน์หลายช่อง กำลังบันทึกภาพผู้ป่วย
ท ี่ถูกลำเลียงลงจากรถตู้นั้น พยาบาลผู้ทำหน้าที่ซักประวัติผู้ป่วยอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ได้ออกมาห้ามกลุ่มผู้สื่อข่าวถ่ายภาพ โดยขู่ว่าหากไม่หยุดจะแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี พร้อมบอกให้ลบภาพออกจากกล้องทั้งหมด นอกจากนี้นายธีรพล ธีระบูชา อาจารย์คณะการบัญชี ซึ่งเป็นผู้ควบคุมนักศึกษามาส่งโรงพยาบาล ได้แสดงอาการไม่พอใจกลุ่มผู้สื่อข่าว พร้อมเรียกขอตรวจดูบัตรผู้สื่อข่าวและโทรศัพท์แจ้งไปยัง ร.ต.อ.ณัฐชัย ผากลางแดด พนักงานสอบสวน (สบ 1) ในฐานะร้อยเวร สภ.อ.เมืองมหาสารคาม ให้มาจับกุม
ชุลมุน นักข่าวโดนแจ้งความเพราะถ่ายภาพนำเสนอข่าว
หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.ณัฐชัย พร้อมด้วยชุดสายตรวจและชุดสืบสวนกว่า 10 น าย ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลมหาสารคาม อาจารย์คนดังกล่าวก็ได้แจ้งให้ ร.ต.อ.ณัฐชัย ยึดกล้องผู้สื่อข่าวแล้วนำตัวไปสอบสวนที่ สภ.อ.เมืองมหาสารคาม แต่เมื่อ ร.ต.อ.ณัฐชัย เห็นว่าเรื่องทำท่าจะบานปลาย จึงรายงาน พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธ์ สุริยะ รอง ผกก.(ส.) สภ.อ.เมืองมหาสารคาม ทราบ ก่อนให้อาจารย์คนดังกล่าวไปแจ้งความที่ สภ.อ.เมืองมหาสารคาม
อาจารย์และพยาบาล ร่วมแจ้งความ
จ ากนั้นอาจารย์พร้อมด้วยพยาบาลที่ไม่พอใจกลุ่มผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปที่ สภ.อ.เมืองมหาสารคาม พร้อมแจ้งความเอาผิดผู้สื่อข่าวในข้อหาบุกรุก แต่ขณะที่กำลังให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน ก็ได้มีโทรศัพท์มาจาก น.พ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ ผอ.โรงพยาบาลมหาสารคาม ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางไปราชการที่ประเทศสวีเดน แจ้งให้พยาบาลยุติการเข้าแจ้งความ จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน แต่กลุ่มผู้สื่อข่าวยังคงเฝ้าดูรถตู้ของทางมหาวิทยาลัยที่วิ่งเข้าออกโรงพยา บาลมหาสารคามเพื่อนำนักศึกษาน้องใหม่ที่ป่วยมาส่งอยู่จนถึงเวลา 01.00 น. รถของมหาวิทยาลัยก็ยังวิ่งรับส่งอยู่
กิจกรรมรับน้องอ้างว่าเพื่อเป็นการสร้างความอดทนให้น้องใหม่
สำหรับกิจกรรมรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้จัดกิจกรรมรับน้องใหม่ขึ้นตั้งแต่วันที่ 4-8 มิถุนายน โดยได้จัดกิจกรรมรับน้องทุกคณะและแยกตามคณะ ซึ่งการรับน้องใหม่ในวันที่ 4 ม ิถุนายน ได้มีการรับน้องแยกคณะ โดยบริเวณคณะบัญชี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเดิม ได้มีกิจกรรมที่อ้างว่าเพื่อเป็นการสร้างความอดทนให้น้องใหม่ ด้วยการปิดห้องร้องเพลงเชียร์ รวมถึงการคลานตามพื้นดินตากแดดเป็นเวลายาวนานหลายชั่วโมง จนเป็นเหตุให้น้องใหม่ที่ร่างกายรับไม่ไหว บ้างก็เป็นลม หรือแขนขามีบาดแผล จนต้องมีการนำส่งโรงพยาบาลตั้งแต่เวลา 17.00 น. จนถึงตีหนึ่ง
นักศึกษาน้องใหม่ที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาสารคามครั้งนี้ 21 ราย มีอาการแน่นหน้าอก ปวดศีรษะ เป็นลม ปวดกล้ามเนื้อ
จากการตรวจสอบพบว่ามีนักศึกษาน้องใหม่ที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาสารคามครั้ งนี้ 21 ร าย โดยแต่ละคนมีสภาพอิดโรยและสีหน้าเคร่งเครียด ทางโรงพยาบาลแจ้งว่านักศึกษาใหม่ส่วนใหญ่มีอาการแน่นหน้าอก หายใจลำบาก เนื่องจากภาวะเครียด เหนื่อยเพลีย บางรายหายใจไม่ออก ปวดศีรษะ เป็นลม ปวดกล้ามเนื้อ ซึ่งทั้ง 21 รายได้กลับไปพักผ่อนที่หอพักหลังจากแพทย์ได้ปฐมพยาบาลให้อาการดีขึ้น
นิสิตรุ่นพี่ปี 2 เผยรุ่นพี่ที่เคยโดนแบบโหดๆ ก็จะเอาคืนกับรุ่นน้องแบบโหดกว่าเดิม
ก ารรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีมานานแล้ว ถือว่าเป็นกิจกรรมสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ ในการเริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัย ส่วนที่ว่าคณะไหนจะมีกิจกรรมรับน้องที่สร้างสรรค์ หรือรับน้องแบบโหดๆ ก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มรุ่นพี่ที่จะเป็นคนกำหนดกฎเกณฑ์ ถ้ารุ่นพี่เคยโดนรับน้องแบบโหดๆ ก็จะจดจำไว้เอาคืนกับน้องใหม่ในปีหน้า ด้วยวิธีการโหดกว่าเดิม เสมือนการแก้แค้นกัน แต่บางแห่งกิจกรรมก็จะออกมาทะลึ่งสองแง่สองง่าม เพื่อสร้างความอับอายให้กับรุ่นน้องที่เป็นผู้หญิงก็มี
ทางมหาลัยรับผิดจะเอาเรื่องกับรุ่นพี่และอาจารย์ที่ควบคุม
ด ้าน รศ.สุรชา อมรพันธุ์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ฝ่ายพัฒนานิสิต กล่าวว่า การรับน้องใหม่ที่มีขึ้นทุกปี ทางมหาวิทยาลัยได้วางกรอบและกฎเกณฑ์พร้อมประกาศให้ทุกคนได้ทราบร่วมกันแล้ว ก่อนการจัดกิจกรรมก็จะมีการตรวจสอบก่อน ส่วนการรับน้องแต่ละคณะก็จะมี คณะกรรมการของคณะ และของกองกิจการนิสิต ไปตรวจดูความเรียบร้อยด้วย
"ป ัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ นิสิตรุ่นพี่ก็อาจจะทำอะไรไปโดยไม่ได้คิดบ้าง บางครั้งก็เกินเลยไป ที่สำคัญสภาพร่างกายของรุ่นน้องแต่ละคนมีเหมือนกัน แต่ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้มีการบังคับน้องใหม่ให้ร่วมกิจกรรม ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยจะสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป หากมีการจงใจกระทำรุนแรงก็คงต้องมีลงโทษ ส่วนอาจารย์ผู้ควบคุมก็จะเชิญมาพูดคุยหาข้อมูลให้ชัดเจนก่อน" รองอธิการบดี มมส. กล่าว
โดย yoyo [ วันจันทร์ ที่ 6 มิถุนายน 2548 เวลา 03:13 น.]
Sanook.com
http://talk.sanook.com/hot/hot_02195.php
หาม21นศ.ส่งรพ.รุ่นพี่ 'ม.สารคาม' รับน้องหนัก
ม. มหาสารคามรับน้องหนัก ให้น้องใหม่ปิดห้องร้องเพลงเชียร์คลานตากแดดจัดนานนับชั่วโมง จนเครียดเป็นลมต้องหามส่ง รพ. 21 ราย ขณะที่อาจารย์ผู้คุมพร้อมพยาบาลฉุนนักข่าวไปทำข่าวแจ้ง ตร.ให้ยึดฟิล์ม พร้อมแจ้งความข้อหาบุกรุก ร้อนถึง ผอ.รพ.ต้องโทรสายด่วนจากสวีเดนให้ถอนแจ้งความ ด้านรองอธิการบดีรับปากจะสอบข้อเท็จจริง ยืดอกรับอาจมีรุ่นพี่เกินเลยบ้างแต่มหาวิทยาลัยวางกรอบไว้แล้ว ลั่นพร้อมลงโทษหากแหกกฎทำรุนแรงกับน้อง
แม้หลายฝ่ายจะรณรงค์ให้มีการ ลดหรือยกเลิกความรุนแรงในการรับน้องใหม่ในช่วงเปิดเทอมใหม่ แต่ข่าวคราวในเรื่องนี้ยังมีอยู่ ล่าสุดเกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยเมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 4 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดมหาสารคาม ได้รับโทรศัพท์แจ้งจากนักศึกษาคนหนึ่งของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ว่ามีการรับน้องใหม่ยืดเยื้อ ประกอบกับสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้มีน้องใหม่เป็นลมหลายราย จนต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลมหาสารคาม
หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลมหาสารคาม พบว่ามีรถตู้ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กำลังทยอยนำน้องใหม่มาส่งที่แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลเป็นระยะ โดยทราบว่าได้มีการทยอยนำตัวมาส่งตั้งแต่เวลา 17.00 น. วันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา และยังคงมีน้องใหม่ที่ถูกนำตัวมาส่งอีกหลายรายจนถึงเวลา 01.00 น. วันวันที่ 5 มิถุนายน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่กลุ่มผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ รวมทั้งผู้สื่อข่าวโทรทัศน์หลายช่อง กำลังบันทึกภาพผู้ป่วยที่ถูกลำเลียงลงจากรถตู้นั้น พยาบาลผู้ทำหน้าที่ซักประวัติผู้ป่วยอยู่หน้าห้องฉุกเฉินได้ออกมาห้ามกลุ่มผ ู้สื่อข่าวถ่ายภาพ โดยขู่ว่าหากไม่หยุดจะแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี พร้อมบอกให้ลบภาพออกจากกล้องทั้งหมด นอกจากนี้นายธีรพล ธีระบูชา อาจารย์คณะการบัญชี ซึ่งเป็นผู้ควบคุมนักศึกษามาส่งโรงพยาบาล ได้แสดงอาการไม่พอใจกลุ่มผู้สื่อข่าว พร้อมเรียกขอตรวจดูบัตรผู้สื่อข่าวและโทรศัพท์แจ้งไปยัง ร.ต.อ.ณัฐชัย ผากลางแดด พนักงานสอบสวน (สบ 1) ในฐานะร้อยเวร สภ.อ.เมืองมหาสารคาม ให้มาจับกุม
หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.ณัฐชัย พร้อมด้วยชุดสายตรวจและชุดสืบสวนกว่า 10 นาย ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลมหาสารคาม อาจารย์คนดังกล่าวก็ได้แจ้งให้ ร.ต.อ.ณัฐชัย ยึดกล้องผู้สื่อข่าวแล้วนำตัวไปสอบสวนที่ สภ.อ.เมืองมหาสารคาม แต่เมื่อ ร.ต.อ.ณัฐชัย เห็นว่าเรื่องทำท่าจะบานปลาย จึงรายงาน พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธ์ สุริยะ รอง ผกก.(ส.) สภ.อ.เมืองมหาสารคาม ทราบ ก่อนให้อาจารย์คนดังกล่าวไปแจ้งความที่ สภ.อ.เมืองมหาสารคาม
จากนั้น อาจารย์พร้อมด้วยพยาบาลที่ไม่พอใจกลุ่มผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปที่ สภ.อ.เมืองมหาสารคาม พร้อมแจ้งความเอาผิดผู้สื่อข่าวในข้อหาบุกรุก แต่ขณะที่กำลังให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน ก็ได้มีโทรศัพท์มาจาก น.พ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ ผอ.โรงพยาบาลมหาสารคาม ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางไปราชการที่ประเทศสวีเดน แจ้งให้พยาบาลยุติการเข้าแจ้งความ จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน แต่กลุ่มผู้สื่อข่าวยังคงเฝ้าดูรถตู้ของทางมหาวิทยาลัยที่วิ่งเข้าออกโรงพยา บาลมหาสารคามเพื่อนำนักศึกษาน้องใหม่ที่ป่วยมาส่งอยู่จนถึงเวลา 01.00 น. รถของมหาวิทยาลัยก็ยังวิ่งรับส่งอยู่
สำหรับกิจกรรมรับน้องให ม่ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้จัดกิจกรรมรับน้องใหม่ขึ้นตั้งแต่วันที่ 4-8 มิถุนายน โดยได้จัดกิจกรรมรับน้องทุกคณะและแยกตามคณะ ซึ่งการรับน้องใหม่ในวันที่ 4 มิถุนายน ได้มีการรับน้องแยกคณะ โดยบริเวณคณะบัญชี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเดิม ได้มีกิจกรรมที่อ้างว่าเพื่อเป็นการสร้างความอดทนให้น้องใหม่ ด้วยการปิดห้องร้องเพลงเชียร์ รวมถึงการคลานตามพื้นดินตากแดดเป็นเวลายาวนานหลายชั่วโมง จนเป็นเหตุให้น้องใหม่ที่ร่างกายรับไม่ไหว บ้างก็เป็นลม หรือแขนขามีบาดแผล จนต้องมีการนำส่งโรงพยาบาลตั้งแต่เวลา 17.00 น. จนถึงตีหนึ่ง
จากการตรวจสอบพบว่ามีนักศึกษาน้องใหม่ที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาสารคามครั้งนี้ 21 ราย โดยแต่ละคนมีสภาพอิดโรยและสีหน้าเคร่งเครียด ทางโรงพยาบาลแจ้งว่านักศึกษาใหม่ส่วนใหญ่มีอาการแน่นหน้าอก หายใจลำบาก เนื่องจากภาวะเครียด เหนื่อยเพลีย บางรายหายใจไม่ออก ปวดศีรษะ เป็นลม ปวดกล้ามเนื้อ ซึ่งทั้ง 21 รายได้กลับไปพักผ่อนที่หอพักหลังจากแพทย์ได้ปฐมพยาบาลให้อาการดีขึ้น
นิสิตรุ่นพี่ปี 2 มหาวิทยาลัยมหาสารคามรายหนึ่ง เปิดเผยว่า การรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีมานานแล้ว ถือว่าเป็นกิจกรรมสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ ในการเริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัย ส่วนที่ว่าคณะไหนจะมีกิจกรรมรับน้องที่สร้างสรรค์ หรือรับน้องแบบโหดๆ ก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มรุ่นพี่ที่จะเป็นคนกำหนดกฎเกณฑ์ ถ้ารุ่นพี่เคยโดนรับน้องแบบโหดๆ ก็จะจดจำไว้เอาคืนกับน้องใหม่ในปีหน้า ด้วยวิธีการโหดกว่าเดิม เสมือนการแก้แค้นกัน แต่บางแห่งกิจกรรมก็จะออกมาทะลึ่งสองแง่สองง่าม เพื่อสร้างความอับอายให้กับรุ่นน้องที่เป็นผู้หญิงก็มี
ด้าน รศ.สุรชา อมรพันธุ์ ร องอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ฝ่ายพัฒนานิสิต กล่าวว่า การรับน้องใหม่ที่มีขึ้นทุกปี ทางมหาวิทยาลัยได้วางกรอบและกฎเกณฑ์พร้อมประกาศให้ทุกคนได้ทราบร่วมกันแล้ว ก่อนการจัดกิจกรรมก็จะมีการตรวจสอบก่อน ส่วนการรับน้องแต่ละคณะก็จะมีคณะกรรมการของคณะ และของกองกิจการนิสิต ไปตรวจดูความเรียบร้อยด้วย
"ปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ นิสิตรุ่นพี่ก็อาจจะทำอะไรไปโดยไม่ได้คิดบ้าง บางครั้งก็เกินเลยไป ที่สำคัญสภาพร่างกายของรุ่นน้องแต่ละคนมีเหมือนกัน แต่ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้มีการบังคับน้องใหม่ให้ร่วมกิจกรรม ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยจะสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป หากมีการจงใจกระทำรุนแรงก็คงต้องมีลงโทษ ส่วนอาจารย์ผู้ควบคุมก็จะเชิญมาพูดคุยหาข้อมูลให้ชัดเจนก่อน" รองอธิการบดี มมส. กล่าว
"สนับสนุนเนื้อหาโดย"
คม-ชัด-ลึก
http://www.mthai.com/webboard/5/106050.html
รับน้อง กิจกรรมปัญญาอ่อนของว่าที่ปัญญาชน ปี 2 !

ก็เป็นเรื่องเป็นราวเป็นข่าวหน้าหนึ่งให้ได้ยินได้ฟังกันอีกแล้วนะครับ กับเรื่องราวกิจกรรมอันโง่เขลาเบาปัญญาของบรรดานิสิตนักศึกษาที่เรียกกันว่า " การรับน้องใหม่ " ซึ่งมีเรื่องมีราวอื้อฉาวกันทุกปีในเรื่องการรับการเล่นกันอย่างเลยเถิดจนถึ งขั้นเลือดตกยางออกหรือไม่ก็ต้องจบชีวิตลงก่อนที่จะได้เข้าเรียนในสถานศึกษา ที่กว่าจะได้เข้ามาต้องสอบต้องแข่งขันกันแทบเป็นแทบตาย
สุดท้ายก็กลายเป็นว่าต้องเอาเลือดเอาเนื้อหรือไม่ก็เอาชีวิตมาทิ้งไปแบบไร้ค่า โดยไม่มีเหตุอันควรใด ๆ มารองรับเลยนอกจากเป็นการกระทำอันไร้ถ่อยเถื่อนไร้ความปราณีจากรุ่นพี่ที่มี ต่อรุ่นน้องหน้าใหม่เท่านั้น
รายแล้วรายเล่าสำหรับรุ่นน้องหน้าใหม่ท ี่ต้องมาบาดเจ็บล้มตายไปกับกิจกรรมปัญญาอ่อนที่ว่านี้ในแต่ละปี บ้างก็บาดเจ็บ บ้างก็พิกลพิการ หรือถ้าโชคร้ายก็ต้องตายไปอย่างน่าเน็จอนาถโดยไม่มีใครหน้าไหนจะออกมารับผิด ชอบหรือหาทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำ ซาก ๆ นี้เลย
ล่าสุดสด ๆ ร้อน ๆ นี่ก็ที่วิทยาลัยมหาสารคามที่รุ่นพี่คณะบัญชีพาน้องใหม่ปีที่หนึ่งไปทำกิจกร รมรับน้องสนองตัณหารุ่นพี่กันอย่างสุดมันส์จนต้องหามกันเข้าโรงพยาบาลไปกว่า ยี่สิบคนในสภาพที่ไม่น่าเชื่อว่านี่จะเป็นการกระทำของว่าที่ปัญญาชนในอีกสี่ ปีข้างหน้า เพราะว่ามันแสดงได้อย่างถึงกึ๋นในความโง่เง่าป่าเถื่อนไร้สติยั้งคิด
มีอย่างที่ไหนรุ่นพี่สั่งให้รุ่นน้องพากันคลานกลางแดดที่ร้อนเปรี้ยงนานนับหล ายชั่วโมง นัยว่าเป็นการฝึกความอดทน ( กะเตี่ยมึงนะสินี่มันจะมาเรียนหนังสือนะโว้ยไม่มาซ้อมรบ ) ผลก็คือรุ่นน้องทั้งหลายที่ว่าต่างก็ได้รับบาดเจ็บเลือดตกยางออกกันอย่างถ้วนหน้าจนต้องวิ่งโร่หามส่งโรงพยาบาลกันแทบไม่ทัน
ถ้าแค่นั้นยังปัญญาอ่อนกันไม่พอก็ยังมีออฟชั่นถ่อยเถื่อนเสริมมาให้เป็นของแถมให้มันบ้ากันสุด ๆ ไปเลย ด้วยการที่อาจารย์ผู้ควบคุมและรุ่นพี่ใช้ความเป็นนักเลงคุกคามนักข่าวไอทีวี ที่ไปทำข่าว พากันล้อมกรอบฉุดกระชากเอากล้องพร้อมทั้งขู่ว่าจะเอาเรื่องถ้าเกิดว่ามีการเ ผยแพร่ข่าว ข่าวนี้ออกไป
ดูมันสิครับท่านผู้อ่านท่านผู้ฟังนี่นะหรือเป็นการกระทำจากผู้มีการศึกษาที่ได้ชื่อว่าเป็นปัญญาชน ทั้งรุ่นพี่ทั้งอาจารย์ต่างพากันกระทำในสิ่งที่สิ้นคิดโดยที่ไม่นึกถึงผลร้า ยที่จะตามมาสู่สถาบันการศึกษาของตัวเองเลยสักนิด อย่างน้อยตอนนี้สถบันที่ว่าก็ได้ตกเป็นจำเลยสังคมที่พ่อแม่ผู้ปกครองของเด็ก ต้องคิดให้หนักก่อนที่จะให้บุตรหลานอันเป็นที่รักเข้ามาเสี่ยงชีวิตในวิทยาลัยป่าเถื่อนแห่งนี้
แค่เริ่มต้นจะเดินทางก็ได้เห็นตัวอย่างที่เลว ๆ กันแบบนี้เสียแล้ว แล้วเด็กที่ร่ำเรียนอยู่ในสถาบันที่มีสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมที่ถ่อยเถื่อนแ บบนี้จะเติบโตขึ้นมาเป็นคนดีให้ประเทศชาติได้ฝากผีฝากไข้กันได้หรือ
พวกส.ส. ส.ว. รัฐมนตรีและไอ้พวกนักการเมืองหางแดงที่กำลังรวมหัวกันรุมขย้ำฉีกทึ้งประเทศชาติกินตอนนี้ก็เคยผ่านการรับน้องที่ว่านี้มาทั้งนั้น
โดย : จั่นเจาเอ็มไทย
อีเมล์ : burapahken@hotmail.com วันที่ : 2005-06-05 20:42:09
Sunday, June 05, 2005
SP2 Update Error

เอาแล้วไง SP2 ทำเรื่องแล้วครับ ตอนนี้หลุดออกจาก install แล้วกำลัง recovery ไฟล์กลับมาอยู่ ไม่รู้ชะตากรรมแล้วเครื่องผม ว่าจะกลับมาสู่สภาพเดิมได้หรือเปล่านี่

หลังจากวิ่ง recovery ได้พอสมควรพี่แกก็บอว่าอย่างที่เห็นนั่นแหละ ขอบพระคุณมากครับที่บอก
Download Win XP SP2
Windows XP Service Pack 2 for IT Professionals and Developers
ไม่รู้ลง path แล้วจะเป็นยังไง เห็นบางคนบอกว่าลง path แล้วบางทีเครื่องทำงานแปลกๆ
ติดตั้ง apache-php-mysql บน Win XP
ซอฟท์แวร์ที่ใช้
1. apache_2.0.54-win32-x86-no_ssl.msi
2. php-5.0.4-Win32.zip
3. mysql-essential-4.1.12a-win32.msi
4. phpMyAdmin-2.5.7-pl1-php.zip
ติดตั้ง
1. Apache ก็ไม่มีอะไรมากแนะนำให้เปลี่ยน destination จากที่เขากำหนดมาที่ C:\Program Files\Apache Group\ เป็น C:\ ก็พอเพราะจะง่ายเวลาเราจัดการกับไฟล์ที่อยู่ใน htdocs ติดตั้งเสร็จก็จะได้โฟล์เดอร์ C:\Apache2
2. php ผมเลือกใช้ zip package เพราะต้องการให้ทำงานกับ Apache แบบ modul dll ถ้าใครต้องการให้ทำงานแบบ cgi ก็อาจจะเลือกดาวน์โหลดแบบ installer มาก็ได้ ซึ่งจะมาเป็นไฟล์ .msi ชึ่งแบบนี้จะคลิกติดตั้งและ config ให้โดยอัตโนมัติื ส่วนการติดตั้ง php zip package ก็แค่ unzip แนะนำให้ไปลงที่ C:\php5 เพราะใน php.ini กำหนดค่า default ของ path ไว้แบบนี้ (ลงที่อื่นก็ได้แต่ต้องไปแก้ path ใน php.ini)
3. mysql เลือกใช้ essential ขั้นตอนการติดตั้งจะยุ่งยากกว่ารุ่นก่อนๆ เล็กน้อย เพราะหลังจากติดตั้งแล้วต้อง config ลักษณะการใช้งานของ database ว่าสำหรับ develop หรือ production แล้วต้องเลือก encoding ของ database เมื่อติดตั้งแล้วโฟล์เดอร์จะไปลงที่ C:\Program Files\MySQL\MySQL Server 4.1
4. phpMyAdmin ตัวนี้ก็แค่ unzip ไปลงใน C:\Apache2\htdocs\phpMyAdmin-2.5.7-pl1
คอนฟิก
1. คอนฟิก Apache ให้รัน php แบบ module dll ไปเปิดไฟล์ httpd.conf จาก C:\Apache2\conf แล้วเพิ่มข้อมูลต่อไปนี้ (เพิ่มต่อท้ายไฟล์ก็เป็นทางเลือกที่ดีเหมือนกันเพราะจะง่ายในการแก้ไข)
LoadModule php5_module "c:/php5/php5apache2.dll"
AddType application/x-httpd-php .php
# configure the path to php.ini
PHPIniDir "C:/php5"
2. คอนฟิก Apache ให้ตรวจหาและรันสคริปต์ index.php โดยอัตโนมัติโดยเพิ่ม index.php เข้าไปในไดเร็กทีฟ DirectoryIndex ดังข้างล่าง
DirectoryIndex index.php index.html index.html.var
3. เข้าไปที่ C:\php5 ให้หาไฟล์ php.ini-dist ให้ทำการเปลี่ยนชื่อเป็น php.ini ซึ่ง Apache เวอร์ชันหลังๆ สามารถที่จะคงไฟล์ php.ini ได้ที่นี่เลย โดยไม่จำเป็นต้อง copy ไปไว้ใน C:\Windows หรือใน Apache\bin เหมือนเวอร์ชันก่อนหน้าซึ่งตรงนี้เป็นประโยชน์อย่างมากต่อการทำงานกับ php มากกว่า 1 เวอร์ชันในเครื่องเดียวกัน รวมทั้งไม่ต้อง copy ไฟล์ .dll ไปไว้ใน Windows\System32 เหมือนเวอร์ชันก่อนๆ ด้วย
4. เข้าไปในโฟล์เดอร์ Apache2\htdocs จะเจอไฟล์ index.html.xx มากมายค่อนข้างจะเกะกะ อันนี้จะลบทิ้งก็ได้ หรือจะ สร้างโฟล์เดอร์เช่น default แล้ว copy ไปเก็บไว้
5. ทดสอบว่า Apache ทำงานร่วมกับ php ได้หรือไม่ เขียนสคริปต์สั้นๆ ดังข้างล่าง แล้ว save ไว้ชื่อ phpinfo.php ใน Apache2\htdocs แล้ว Start Apache และทดสอบโดยเรียก http://localhost/phpinfo.php ถ้าไม่มีปัญหาอะไร เบราซ์เซอร์จะขึ้นข้อมูลของ php มาให้

6. คอนฟิกไฟล์ php.ini เปิดไฟล์ php.ini แล้วแก้คอนฟิกตามไดเร็กทีฟต่อไปนี้
register_globals = On (เขาจะกำหนดมาให้เป็น Off)
extension_dir = "c:\php5\ext" (ชี้ path ที่เราติดตั้ง php)
extension=php_mysql.dll (เปิดไดเร็กทีฟ mysql โดยลบเครื่องหมาย ; ข้างหน้าออก)
7. คอนฟิก phpMyAdmin ไปที่ Apache\htdocs\phpMyAdmin-2.5.7-pl1\ แล้วเปิดไฟล์ config.inc.php แก้ไขข้อมูลต่อไปนี้
$cfg['PmaAbsoluteUri'] = 'http://localhost/phpMyAdmin-2.5.7-pl1/'; (ตรงนี้ใส่ URL ของ phpMyAdmin ที่เราติดตั้งไว้)
$cfg['Servers'][$i]['password'] = 'xxxx'; // MySQL password (only needed) (ตรง xxxx ให้แทนด้วย password ของ root ที่เราใส่ตอนติดตั้ง MySQL)
8. save ไฟล์ config.inc.php แล้วทำการ restart Apache ใหม่ทดสอบ phpMyAdmin ว่าสามารถเข้าไปจัดการกับฐานข้อมูล MySQL ได้หรือไม่ โดยเรียก http://localhost/phpMyAdmin-2.5.7-pl1/
เฮ้อ ... จบจนได้ ตอนแรกกะว่าจะเขียนไว้กันลืมเท่านั้นนะ เขียนไปเขียนมาทำไมมันออกมาแบบนี้ก็ไม่รู้สงสัยวิญญาณอาจารย์เข้าสิง เออก็เราคงไม่ได้อ่านคนเีดียวนี่นะอาจจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆ ที่หลงผ่านมาอ่านบ้างก็ได้ หรือ ยังไง
ดูสถิติเว็บไซต์โดย Nedstat

อยากรู้ว่าหน้า blog ของเราจะมีคนเข้ามาดูมากน้อยขนาดไหนก็เลยลองเข้าไปสมัครที่ Nedstat Basic สำหรับ Basic เขาให้บริการฟรีครับ ขั้นตอนก็ไม่ยาก เข้าไปสมัครกรอกรายละเอียดนิดหน่อย เช่นชื่อ อีเมล์ ยูสเซอร์เนม พาสเวิร์ด ประเทศ และภาษา หลังจากนั้นก็ระบุลิ้งค์หน้าเว็บของเราที่ต้องการจดสถิติ ก็ยืนยันเป็นการเสร็จเรียบร้อย
หลังจากนั้นเขาก็จะส่งเมล์ยืนยันมาที่เมล ์ที่เราใส่ไว้ แล้วให้โค้ดเป็นจาวาสคริปต์มาให้เรา นำไปแทรกในโค้ดของเรา เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้วครับ แล้วเราก็จะได้ไอคอน
โก้ๆ มาไว้สำหรับดูสถิติการใช้งานเว็บของเราSaturday, June 04, 2005
IE เลือกปฏิบัติหรือเปล่า

เข้าเว็บ http://www.bc.msu.ac.th/ เพื่อจะล็อกอินเข้า server จากเครื่อง Labtop ทีไรพอคลิกที่ช่อง Username: กับช่อง Password: ทีไร มันจะฟ้อง error ให้ debug ทุกทีพอคลิก No ไม่ debug มันก็ยอมให้ป้อนข้อมูล และผ่านเข้าไปทำงานได้ แต่พอใช้ที่เครื่อง Desktop กลับไม่เจอปัญหานี้ เอมันยังไงกันแน่
ตอนแรกเข้าใจว่าเครื่อง Labtop มีปัญหาอะไรกับพวกจาวาสริปต์หรือเปล่าก็พยายามดูแต่ไม่เจออะไร ก็เลยลอง view โค้ดที่ toey_c เขียนไว้ ที่ไหนได้พี่แกเล่นอ้างฟอร์ชื่อ form1 ในจาวาสคริปต์ แต่ดันไปตั้งชื่อฟอร์มเป็น login มันก็เลยอ้างกันไม่เจอนะสิครับ ก็รู้สาเหตุแล้วล่ะครับว่าทำไมมันถึง error และที่มันฟ้องนะถูกต้องแล้วครับ หวังว่า toey_c ถ้าได้อ่านแล้วช่วยแก้ให้ด้วยนะครับ


ทีนี้เอาล่ะสิแล้วทำไมเครื่อง Desktop ไม่ยอมฟ้อง error ล่ะที่นี้ก็ต้องมานั่งดูว่า Spec มันต่างกันตรงไหนบ้างระหว่างเครื่อง Desktop กับ Laptop หลักๆ ก็น่าจะเป็น
1. Desktop
เป็น AMD Athlon(tm) 64 Processor 3400+, WinXP Pro SP2, IE version 6.0.2900.2180.xpsp_sp2_gdr.050301-1519
2. Laptop
เป็น Intel Pentium M 1.5GHz, WinXP Pro SP1, IE version 6.0.2800.116.xpxp1.020828-1920
ตอนนี้ก็ได้แต่สัญนิษฐานว่ารุ่นของ IE ต่างกันน่าจะจัดการกับปัญหานี้ต่างกันนั่นเอง ตกลงจะฟ้อง error หรือไม่ฟ้องดีล่ะเนี่ย ที่ว่าฟ้องหรือไม่ฟ้อง error เนี่ยมันก็ยังมองว่าฟอร์ม login คือ form1 แล้วยอมทำงานต่อ (อันนี้ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับแต่ละมุมมอง) ส่วน Firefox เหรอครับไม่ฟ้องครับ แต่ว่าล็อกอินไม่ผ่านครับ จะกระโดดกลับมาให้ใส่ข้อมูลใหม่ตามโค้ดที่เขียนไว้ครับ ผลก็คือผมเลยไม่สามารถเข้าไปใช้งานเซอร์เวอร์โดย Firefox ได้นะสิ เฮ้อ ...
คิดตี้กับมงกุฏเพชร

ค ิดตี้เรียก msn เข้ามาบอกอาจารย์ขารบกวนเวลาสักครู่ค่ะ ไอ้เราก็นึกว่าเรื่องอะไรพอดีเหลือบไปเห็นรูปคิดตี้ใน msn เอ๊ะเอารูปนางงามจักรวาลมาใส่ใน msn หรือยังไง แต่พอมองดูดีๆ กลายเป็นรูปคิดตี้นั่นแหละที่ไปเอามงกุฏนางงามจักรวาลมาใส่ สุดท้ายก็บอกว่าที่เรียกมาก็อยากให้ดูรูปนี้นั่นแหละไม่มีอะไร เออก็ขอบคุณนะครับที่ทำให้หายเครียต แล้วก็เลยแอบเอารูปนั้นมาโชว์ต่อซะเลย หวังว่าคงไม่ว่ากันนะครับ
มิน่าละเขาว่ามงกุฏเพชรนี่ทำให้คนสวยขึ้นได้จริงๆ
phpMyAdmin 2.6.2-pl1 ยินดีต้อนรับ

จ่าหน้าไว้ว่า phpMyAdmin 2.6.2-pl1 ยินดีต้อนรับ ก็เป็นข้อความที่ปรากฏในหน้าจอของ phpMyAdmin 2.6.2-pl1 ครับ แต่พอเข้าไปใช้แล้วไ่ม่รู้ว่าจะเต็มใจให้บริการหรือไม่เพราะยุ่งยากในเรื่อง ของการกำหนดชุดของ encoding เหลือเกิน ถ้าเข้าใจไม่ผิดคงประมาณ 4 แห่ง คือ
1. ชุดตัวตัวอักษรที่ใช้แสดงหน้าเว็บของ phpMyAdmin เอง
2. ชุดตัวอักษรของ MySQL อันนี้เราต้องกำหนดไว้ตอนติดตั้ง MySQL (phpMyAdmin จด detect เอง)
3. MySQL connection collection ประมาณว่าเป็นกำหนดชุดตัวอักษรสำหรับเรียงลำดับ
4. ชุดตัวอักษรสำหรับเรียงลำดับ ในการสร้างตาราง ซึ่งจะมีทั้ง tis620_bin, tis620_thai_ci
ส ่วนในเืรื่องของการแสดงผลก็จะมีให้เลือกคือ Thai_(th-utf-8) เล่นเอาคนที่ไม่ใช่นักภาษาศาสตร์อย่างผลงงไปเลยล่ะครับ แถมเลือกไปแล้วยังแสดงผลข้อมูลที่อยู่บน MySQL เดิมออกมาเป็นอักษรขอมอีก ลองปรับไปปรับมายังไมประสบความสำเร็จครับ ก็เลยถอยกลับมาให้เวอร์ชั่นเดิมคือ phpMyAdmin-2.2.7-pl1 อันนี้เวิร์คครับไม่มีปัญหาอะไร
เฮ้อ... โลกหนอโลกทำไมมีหลายภาษาจังเลย ทำไมไม่ใช้ภาษาไทยภาษาเดียวนะ
apache_2.0.53-win32 นิ่ง
หรือว่ามันจะ้้เรียนรู้สุภาษิตไทย "พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง" หรือเปล่า ถ้าเล่นนิ่งแบบนี้เห็นท่าจะไม่นะนะครับท่าน
ฝากอีกนิดครับในคู่มือการติดตั้งของ php ได้เตือนเอาไว้เหมือนกันว่าไม่แนะนำให้ใช้ Apacha 2 กับ php สำหรับ run งานจริงๆ ครับ ไม่ว่าจะบนวินโดว์ หรือ ยูนิกซ์ เพราะยังมีปัญหาหลายอย่าง (แต่ใช้ทดสอบอันนี้ไม่ผิดวัตถุประสงค์ครับ)
จากไฟล์ install.txt ของ php-5.0.3-Win32
Apache 2.0.x on Microsoft Windows
This section contains notes and hints specific to Apache 2.0.x
installs of PHP on Microsoft Windows systems. We also have
instructions and notes for Apache 1.3.x users on a separate page.
Note: You should read the manual installation steps first!
Warning
Do not use Apache 2.0.x and PHP in a production environment neither on
Unix nor on Windows. For information on why, read the following FAQ
entry
You are highly encouraged to take a look at the Apache Documentation
to get a basic understanding of the Apache 2.0.x Server. Also consider
to read the Windows specific notes for Apache 2.0.x before reading on
here.
php-5.0.3 กับ display error
ก็เข้าไปดูที่ php.ini ตรงส่วนของ Error handling and logging มันก็กำหนดไว้ถูกต้องตามปกติ เป็น error_reporting = E_ALL & ~E_NOTICE & ~E_STRICT ก็ลองเปลี่ยนเป็น error_reporting = E_ALL เพื่อให้แสดงผลทั้งหมดก็ปรากฏว่ายังไม่มีการฟ้อง error เหมือนเดิม
อ้าวอยู่นี่ไงเพิ่งเจอตอนนั้งเขียน blog นี้เองนะมันปิดพารามิเตอร์ตัวหนึ่งไว้ display_errors = Off นี่เอง เวอร์ชันก่อนหน้าคงจะเปิดเป็น On ไว้เป็น default นั่นเองก็เลยไม่ต้องมายุ่งกับพารามิเตอร์ตัวนนี้ เดี๋ยวลองทดสอบ display_errors = On ดูว่าจะเวิร์คหรือไม่
โอเคเวิร์คครับที่ แต่อย่าลืม restart Apache ใหม่นะครับหลังแก้ไฟล์ php.ini แล้ว
Friday, June 03, 2005
ได้กำไรจากอุบัติเหตุแบบ win-win
วันนี้พา Jan เพื่อนชาวจีนเอาเช็คไปขึ้นเงินมา เป็นเช็คที่ไ้ด้จากการจ่ายค่าสินไหมของบริษัทประกันภัยจากการเกิดอุบัติเหตุ รถชนกันเมื่อเดือนก่อน สาเหตุคือวันนั้นเรากำลังขับรถไปมหาวิทยาลัยกัน โดยมีเพื่อนผมชื่อว่า Jan เป็นคนขับ และมีผมนั่งคู่ไปด้วยกับเพื่อนชาวจีนอีกคนชื่อ Bai พอเราจะเลี้ยวขวาก็มีรถบรรทุกหกล้อวิ่งแซงมาจากด้านหลังเฉี่ยวชนเข้าด้านคนข ับตั้งแต่ประตูหน้าไปจนถึงกันชน ก็ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บคนขับรถบรรทุกก็ขอโทษขอโพยใหญ่ หลังจากเจรจากันเขาก็ยอมรับว่าเป็นความผิดของเขาเอง เขาจะให้บริษัทประกันจ่ายค่าซ่อมให้ รถก็พอขับได้แต่ประตูหน้าข้างคนขับเปิดไม่ได้ ผมก็ขับรถกลับบ้านให้เพราะ Jan ขวัญเสียตอนนั้นไม่อยากขับวันรุ่งขึ้น Landlord ก็ช่วยเรียกอู่มาตีราคา ตกลงกันที่ 1 พันเหรียญออสเตรเลีย (ราคารถซื้อมา พันสี่ร้อยเหรียญ ค่าซ่อมประตูหน้าเลยไปถึงกันชน 1 พัน ... แพงมาก) แล้วก็ไปแจ้งอุบัติเหตุที่โรงพัก หลังจากนั้นก็ติดต่อบริษัทประกัน อู่ก็ส่งใบเสนอราคาไปที่บริษัทประกัน เราก็รอเจ้าหน้าที่จากประกันภัยมาประเมินสองสามวัน อันนี้ต้องโทร.ตามทุกวัน พอมาประเมินก็เถียงกับใหญ่ เขาก็บอกว่าราคารถเนี่ยจริงๆ น่าจะซัก 1,500 เหรียญ และเป็นรถเก่าเขาจะไม่ซ่อมเขาจะจ่ายเงินให้แล้วก็จบก็แล้วแต่ว่าเราจะจัดการ รถเรายังไง เขามีวิธีคิดของเขาว่าอาจจะจ่ายให้เราประมาณ 1,150 เหรียญ ตอนแรกเพื่อนผมก็ทำท่าจะยอมนะ แต่ Landlord ก็เถียงไปว่าแล้วคุณรู้ได้ยังไงว่ารถมันแค่พันห้าร้อยเหรียญ ดูราคารถมือสองจากอินเทอร์เน็ตหรือเปล่า เึถียงกันไปเถียงกันมาประกันก็เลยยอมจะประเมินราคารถให้ใหม่เป็น ประมาณสองพันเหรียญ แล้วเขาก็คำนวณว่าเขาจะจ่ายให้เรา 1,450 เหรียญ แต่เขาขอเวลาตรวจสอบก่อนประัมาณสองสัปดาห์ว่าใครผิด ถ้าเราผิดเขาจะจ่ายครึ่งเดียว เราก็ตกลงตามนั้นเพราะเรามั่นใจว่าเราไม่ผิด ตอนหลังเราถึงรู้ว่าอู่ส่งราคาซ่อมไป 1,750 เหรียญ ประกันก็คงคิดว่าตัวเิองประหยัดไปได้ 300 เหรียญนะงานนี้
เราก็เลยตั ดสินใจเอารถไปซ่อมโดยเพื่อนผมจะออกเงินไปก่อน เพราะในกรณีที่แย่จริงๆ เราอาจจะได้ประมาณ 725 เหรียญ ก็ไปบีบอู่ให้ลดราคาลงมาจาก 1 พันเหรียญ ให้เหลือ 8 ร้อยเหรียญก็อ้างว่าเราเป็นนักศึกษามีเงินจ่ายแค่ 8 ร้อยเหรียญ เราอาจจะได้จากประกัน 7 ร้อยกว่า ในที่สุดก็ตกลงกันได้ที่ 8 ร้อย จนซ่อมรถเสร็จเงินประกันยังไม่มาซึ่งเพื่อนต้องควักกระเป๋าจ่ายไปก่อน
ห ลังจากใช้เวลาประมาณ 1 เดือนเมื่อวาน Jan ได้รับเช็คจากบริษัทประกันแล้ว 1,450 เหรียญ เพื่อเป็นค่าซ่อมรถ ก็สรุปว่างานนี้ได้กำไร 650 เหรียญ เพื่อนหลายคนก็แซวว่าเป็นธุรกิจที่ดีทีเดียวน่าจะชนอีกนะ แต่ผมว่าไม่เอาด้วยล่ะครับใครอยากได้กำไรด้วยวิธีนี้ก็ขอเชิญแต่ผมไม่เอาด้ว ยคนครั้งที่แล้วรอดมาได้โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บก็โชคดีที่สุดแล้ว
ส รุป จากราคารถซื้อมาราคา 1,400 เหรียญ อู่ซ่อมตีราคาช่อมจากประตูหน้าถึงกันชน 1,750 เหรียญ บริษัทประกันภัยจ่ายให้เรา 1,450 เหรียญ ประกันฯ ประหยัดเงินได้ 300 เหรียญ อู่ได้เงินค่าซ่อมไป 800 เหรียญ เพื่อนผมได้กำไร 650 เหรียญ คิดว่ามันมีอะไรแปลกๆ ไหมกับการทำธุรกิจในประเทศนี้... ออสเตรเลีย หรืออาจจะเป็นแบบเขาเรียกว่า (win-win-win)
ป.ล. Jan บอกว่่าจะเลี้ยงข้าวพวกผมมื้อใหญ่เป็นการตอบแทนเสาร์นี้
Thursday, June 02, 2005
blogger
เห็นของคุณฮุ้ยมีโลโกของ firefox เออเข้าท่าดีเหมือนกันแฮะเขาเอามาใส่ยังไง ก็ลองแกะๆ ดู เห็นลิงค์ไปที่ เว็บไซต์ของ firefox ก็เลยลองคลิกเข้าไปดูปรากฏว่า firefox เขามีโปรแกรมที่ใ้ห้คนที่ใช้ firefox และรักใน firefox ช่วยกันเป็นอาสาสมัครเพื่อเผยแพร่ firefox ไปให้ผู้ใช้ต่างๆ ซึ่งตอนนี้ยอดดาวน์โหลดก็ทะลุ 60 ล้านครั้งไปแล้ว เขาก็ให้ลงทะเบียนแล้วก็ให้เรา copy โค้ดมาแปะที่เว็บของเรา ตอนนี้ก็มีปัญหากับเจ้า blogger อีกเพราะแปะแล้วมันจัดไม่สวย เหลื่อมๆ กันยังไงไม่รู้ก็เลยต้องมานั่งโมดิฟายด์เทมเพลตอีกโดยจับยังใส่งในตาราง แล้วปรับสี และขนาดใน h1:padding ก็ออกมาได้อย่างที่เห็น วันหน้าถ้ามีเวลาค่อยเล่าเกี่ยวกับโครงการ spread firefox อีกที
สรุปว่าวันนี้เลยไม่ได้งานอย่างที่ตั้งใจแต่แรก แต่คิดว่าได้ความรู้แทน ก็คงไม่เสียหายอะไร
Data Grid Projects
|
(COMPUTERWORLD) - Some governments and not-for-profit organizations such as hospitals are beginning to look at data grid technology as a means to improve services, lower operating costs and spur economic development.
Separate data grid plans involving hospitals, schools and municipal agencies in
"Wouldn't it be neat if we could tie ourselves together as part of a regional health organization?" Miller said. "From a conceptual perspective, it makes a lot of sense."
IBM, under the new Economic Development Grid initiative, has started working with a regional group called OneCleveland to develop data grids in that city. Miller said a plan for a grid connecting area hospitals is in the early discussion stages.
How They Work
A data grid is similar in concept to a compute grid. But instead of tapping CPU resources from different systems to improve computational efficiency, data grids use a middleware layer and metadata framework to give connected end users a centralized view of information, no matter where it's stored on a grid.
Vendors such as Avaki Corp., which was acquired this month by Sybase Inc., offer technology for developing data grids. But thus far, most grids have been deployed internally by businesses for pooling research or financial data. Creating a data grid that spans multiple organizations is relatively new, said Jonathan Eunice, an analyst at Illuminata Inc. in
Khoong Hock Yun, assistant CEO at the Infocomm Development Authority in
Yun said the government wants to help construction firms become more efficient and reduce building costs. The overarching goal is to help make
Enabling the data sharing requires overcoming technical hurdles, such as developing security capabilities, interfaces between systems and rules that ensure regulatory compliance. But those involved say the bigger challenge is organizational.
"Many of the companies by nature don't want to collaborate," Yun said. He added that he has succeeded in getting a core group of private-sector firms to participate in the project. But doing so hasn't been easy, Yun acknowledged.
Scot Rourke, president of OneCleveland, which operates a broadband networking service for nonprofits and universities, also sees organizational issues as critical. "It's less of a technology challenge than it is coordinating the various needs and interests of the participants," he said.
http://www.computerworld.com/printthis/2005/0,4814,102119,00.html
blog และ wiki
จากครั้งที่แล้วที่กระปุกดอทคอม บอกว่าตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม คศ.2003 ทาง Oxford English Dictionary ได้บรรจุคำว่า blog ในพจนานุกรมแล้วก็เลยของเข้าไปค้นดูครับที่ http://www.askoxford.com/?view=uk พิมพ์คำว่า blog เข้าไปได้ผลลัพธ์น่าสนใจครับนอกจากเจอความหมายของคำว่า blog แล้วยังเจอความหมายของคำอื่นๆ ที่ใช้กันบ่อยๆ ด้วยอย่างเช่นคำว่า wiki ต อนแรกเข้าใจว่าเป็นชื่อของสาวญี่ปุ่นประมาณนั้น แต่จริงๆ แล้วเป็นคำที่มาจากภาษาฮาวายแปลว่าเร็ว ยิ่งถ้าใช้ซ้ำๆ กันก็จะแปลว่าเร็วสุดยอด ประมาณนั้นก็ลองดูนะครับ คัดลอกเอามาให้ลองอ่านกันข้างล่าง
blikis, phlogs, and moblogging
More and more people are getting online - not just to search for information but actually to create their own Net content. These latest uses of the Internet are rapidly spawning a host of new words. While many non-Netheads will probably have heard of blogs (personal websites similar to diaries) and bloggers (people who write blogs), Webophobes may not have come across wikis or blikis yet.
A wiki is a type of website that is developed collaboratively by a group of users, and can be easily added to or edited by anyone (known as 'open editing'). 'Wiki' is a Hawaiian word meaning 'quick' (when repeated it means 'very quick') and was first used in this sense in 1995 by the US computer programmer Ward Cunningham, who called his website the WikiWikiWeb. The best-known wiki is probably Wikipedia (an online encyclopedia that anyone can contribute articles to). A bliki (also known as a bloki) is a blog that can be edited like a wiki: after an article is posted to the blog, it can be added to by a group of users authorized to do so by the bliki's originator, or, in some cases, by anyone at all.
Blog itself (a shortening of weblog and first recorded in 1999) quickly became a verb (hence bloggers and blogging) and, as can be seen in bliki above, is now being combined with other words to create new blends and compound words, which are generating even more words in their turn. Here are just a few that have been spotted recently:
- blogdom/blogosphere/blogworld - all terms for the world of blogs and blogging.
- vlog (also called a video-blog) - a blog with video footage: this word's given rise to vlogger and vlogging.
- blogorrhea - the tendency to fill a blog with too much trivial material. The word is a humorous formation, from blog and the ending -rrhoea, which comes from Greek rhoia 'flow, flux' (as in diarrhoea) and is also associated closely with the established word logorrhoea meaning 'the tendency to talk too much'.
- blogroll - a part of a blog listing links to other blogs. Another word formed humorously from blog and roll (in the sense 'a list'), with the punning similarity to bogroll (toilet roll).
- phlog (shortened from and also called a photoblog) - a blog which includes photos, often those taken by a mobile phone. Phlog is also used to describe a blog which can be updated via a mobile phone using SMS or MMS. This kind of phlog is also known as a moblog. Both terms have generated related words such as phlogger and moblogging.
Author: Catherine Soanes
Date: 01/02/2005
blog คืออะไรกันแน่?
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการบอกว่า :
Weblog คือการบันทึกเรื่องต่างๆไว้ในอินเทอร์เน็ตโดยไม่จำกัดว่าจะเป็นเรื่องอะไร เช่น การแสดงความคิดเห็น ข่าวต่างๆหรือ สิ่งที่ตนเองสนใจ มีความคล้ายกับ Diary Online แต่มีขีดความสามารถการใช้งานที่ดีกว่า ดังนั้น Weblog จึงเป็นที่นิยมไปทั่วโลก (หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ http://www.manager.co.th/)
อันนี้จาก www.blogger.com:
What's a blog?
A blog is a personal diary. A daily pulpit. A collaborative space. A political soapbox. A breaking-news outlet. A collection of links. Your own private thoughts. Memos to the world.
Your blog is whatever you want it to be. There are millions of them, in all shapes and sizes, and there are no real rules.
In simple terms, a blog is a web site, where you write stuff on an ongoing basis. New stuff shows up at the top, so your visitors can read what's new. Then they comment on it or link to it or email you. Or not.
Since Blogger was launched, almost five years ago, blogs have reshaped the web, impacted politics, shaken up journalism, and enabled millions of people to have a voice and connect with others.
จาก blogger.com http://www.blogger.com/tour_start.g
อันนี้ค่อนข้างให้ความกระจ่างครับมาจากเว็บกระปุกดอทคอม http://www.kapook.com/guide/blog/
Blog (n.) Short for Web log, a blog is a Web page that serves as a publicly accessible personal journal for an individual. Typically updated daily, blogs often reflect the personality of the author.
แปลได้ว่า : Blog ย่อมาจาก "Weblog" โดยตัดตัว "We" ด้านหน้าออกไป และหมายถึงหน้าเว็บที่ใครๆก็เข้าไปอ่านเรื่องที่คนเขียนเรื่องต่างๆเอาไว้ได ้ของแต่ละคน โดยมากก็จะอัพเดตกันได้ทุกวัน และ blog มักจะสะท้อนบุคลิกส่วนตัวของเจ้าของ blog
คำว่า "Weblog" ถูกใช้เป็นครั้งแรกโดย Jorn Barger ในเดือนธันวาคม ปี 1997. ต่อมามีฝรั่งที่ชอบเรียกสั้นๆ ชื่อนาย Peter Merholz จับมาเรียกย่อเหลือแต่"blog" แทนในเดือนเมษายนปีคศ. 1999 และจนมาถึงวันที่ 13 มีนาคม คศ.2003 ทาง Oxford English Dictionary จึงได้บรรจุคำว่า blog ในพจนานุกรม แสดงว่าได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ ซึ่งในปี คศ. 2004 นี้เองที่ทาง Kapook.com เป็นเว็บแรกที่เลือกนำเอา blog มาให้เพื่อนๆคนไทยได้ใช้งานกันเป็นที่แรกในประเทศไทยครับ โดยเราแจ้งสมาชิกว่า blog นี้มีอิสระใครอยากเขียนเรื่องอะไรก็ได้
blog ให้อิสระในการเขียนเรื่องอะไรก็ได้ตามใจเรา และโดยที่มันสะท้อนบุคลิกของคนเขียน ถ้าคนไหนเป็นคนตลกๆ ก็จะเขียนออกมาได้สนุกสนาน น่าอ่าน, ใครชอบเล่าเรื่องส่วนตัวก็ทำได้, ใครชอบเลี้ยงสุนัขจะเล่าเรื่องน้องหมาของตัวเองทุกวันเลยก็ยังได้ หรือคนไหนวิชาการหน่อยจะเขียนออกแนวซีเรียสก็ไม่มีใครว่ากัน เช่นในปี 2001 มีการฮิตเขียน blog เรื่องสงครามในอิรักกันมาก เกิด War blogger ขึ้นหลายคน เขียน blog จากในสนามรบมีจรวดบินผ่านหัวเลยก็มีครับ จะเห็นได้ว่า blog มีจุดเด่นที่ แต่ละคนเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ มีอิสระกันได้มาก สนุกสนาน ไม่เป็นทางการก็ยังได้ แต่ต้องไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครนะครับ
จากคำนิยามของ Wikipedia.org ได้เขียนไว้ว่า Diary ก็คือ Blog แบบส่วนตัวอย่างหนึ่ง ที่เจ้าของเลือกเขียนเรื่องส่วนตัวเป็นหลักว่าวันนี้ไปทำอะไร รู้สึกยังไงบ้าง ดูจากที่เขาเขียนนะครับ
Types of weblogs : Personal (http://en.wikipedia.org/wiki/Weblog)
Often, the word blog is used to describe an online diary or journal, such as LiveJournal. The weblog format of an online diary makes it possible for users without much experience to create, format, and post entries with ease.
People write their day-to-day experiences, complaints, poems, prose, illicit thoughts and more, often allowing others to contribute, fulfilling to a certain extent Tim Berners-Lee's original view of the World Wide Web as a collaborative medium. In 2001, mainstream awareness of online diaries began to increase dramatically.
ก็จะเห็นได้ว่ า ไดอะรี่นั้น คือ blog ชนิดหนึ่งนั่นเอง แต่ blog มีความหมายกว้างกว่าไดอะรี่ เพราะใช้เขียนเรื่องราวได้หลากหลายกว่าน่ะครับ
รูปแบบของ blog นั้นหลากหลาย ไม่ตายตัว ไม่จำเป็นว่าจะต้องหน้าตาเหมือนๆกัน แต่โดยมากจะมีรูปแบบคล้ายกันตามนิยามของ Wikipedia ดังนี้
The format of weblogs varies, from simple bullet lists of hyperlinks, to article summaries with user-provided comments and ratings. Individual weblog entries are almost always date and time-stamped, with the newest post at the top of the page. Because links are so important to weblogs, most blogs have a way of archiving older entries and generating a static address for individual entries; this static link is referred to as a permalink.
รูปแบบของ blog นั้นมีหลากหลาย ตั้งแต่เป็นหัวข้อลิงค์ง่ายๆไปจนถึงการรวมเรื่องที่มีการให้คนอื่นที่มาดู blog เขียนคอมเม้นท์ไว้ได้ หรือโหวตให้คะแนนได้ blog มักจะลงวันที่และเวลาที่เขียนไว้ด้วย และรายการที่โพสล่าสุดมักจะอยู่ข้างบน เนื่องจากลิงค์เป็นเรื่องสำคัญมากของ blog โดยมาก blog ต่างๆจึงต้องทำลิงค์ให้ไปอ่านเรื่องเก่าๆได้ง่ายและชื่อเว็บที่เรียกเข้า blog แต่ละคนก็จะเขียนแบบง่ายๆด้วยครับ
สรุปว่า รูปแบบของ blog ไม่ตายตัวนะครับ ไม่ใช่ว่าต้องหน้าตาแบบ blogger.com เป๊ะๆถึงจะเรียกว่า blog ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ
blog มีอิสระมาก หลายๆ blog จึงใส่ได้มากกว่าตัวหนังสือเช่น รูปภาพ จากกล้องดิจิตอลและกล้องมือถือ มีคนเขียน blog หลายคนนิยมถ่ายรูปมาลงใน blog ของตัวเอง และนอกจากนี้ ถ้าใครจะใส่ไฟล์พวก flash ไม่ว่าจะเป็นภาพเคลื่อนไหว หรือ เสียงเพลง หรือทั้งคู่! ก็ได้สบายมาก ลองไปค้นคำว่า music blog ใน http://www.google.com/ สิครับ มีตรึมเลยไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด ไร้ข้อจำกัดครับ !
หัวใจของ blog คือการเขียนแบบที่ฝรั่งเขาเรียกว่า "casual" คือ เขียนสบายๆเหมือนเพื่อเล่าให้ฟัง (ตรงข้ามกับคำว่า "formal" โดยสิ้นเชิง) เนื้อหาใน blog ส่วนมากจะเป็น "ข้อคิดเห็น" และ "ความรู้สึก" ของเจ้าของ blog มากกว่าที่จะเป็นข้อเท็จจริงที่หนักอึ้งและซีเรียส
เ ปิดไปเปิดมาเจอเว็บน่าสนใจพระไทยเน็ต http://blog.phrathai.net/ โหก็แสดงว่าพระไทยเดี๋ยวนี้ก็ยุคไอทีเหมือนกันก็คงไม่เป็นไรนะถ้านำมาใช้ในท างที่เหมาะที่ควร เทคโนโลยีก็เป็นเพียงแค่สื่อ (media) อย่างหนึ่งเท่านั้นเองใช่ไหมครับ ไปดูกันว่าพระไทยว่าเรื่อง blog ไว้อย่างนี้ครับ:
ยินดีต้อนรับสู่ B-Blog (Buddhist Blog)
บล ็อก (Weblog, Web log, Blog) คือ เว็บไซต์ (หรือส่วนหนึ่งของเว็บไซต์) ที่มีรูปแบบง่ายๆ สำหรับใช้เขียนบทความ ข้อเขียนสั้นๆ บันทึก วิจารณ์ แสดงความคิดเห็น เล่าเรื่อง ประสบการณ์ ข่าวในวงการ ฯลฯ โดยเรียงเนื้อหาตามลำดับวันที่เขียน (จากใหม่ไปเก่า ไม่เรียงตามลำดับบท) และใช้ภาษาสคริปต์เช่น php อยู่เบื้องหลังการจัดการระบบบล็อก
เชิญเร ิ่มต้นที่นี่... B-Blog ช่องทางสร้างนักเขียนหน้าใหม่ ขีดๆ เขียนๆ ได้ทุกเรื่องที่เป็นประโยชน์ ตามสไตล์ของคุณเอง(ไม่จำเป็นต้องเป็นบทความ... อะไรก็ได้ที่โดนใจ สบายใจ สะกิดใจ ฯลฯ)
อยากบอกว่าเข้าท่าครับหลวงพี่...
Wednesday, June 01, 2005
blog อันแรกของ vmlinix
หลังจากนั้นก็เลยนึกถึงเว็บของเนคเทค http://www.nectec.or.th ไม่ได้เข้ามาเป็นปีแล้ว ว่าจะลองเข้าไปหาบทความอ่านบ้างก็เลยไปเจอบทความเรื่อง Firefox ภาษาไทยเวอร์ชันใหม่คลอดแล้วครับ http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9480000064234 โดยผู้จัดการออนไลน์ 15 พฤษภาคม 2548 16:00 น. ก ็เลยเข้าไปอ่านต้องเรียกว่าใช่เลย!!! เพราะตอนนี้เล่น Mozilla FIrefox อยู่ แต่มีปัญหาเรื่องการตัดคำภาษาไทย (เว็บน่าเกลียดเลยล่ะ) ไม่เว้นแม้แต่เว็บคณะฯ เราเอง (ฝากถึง nkcombat) ก็หยุดหงิดกับเรื่องนี้มานานแล้วว่าเวลาเขียนเว็บนี่ทำไมเขียนเอาใจ IE ไมโครซอฟ์ทจังเลย ไม่ยอดทดสอบกับเบราซ์เซอร์ค่ายอื่นบ้างเลยนะ อยาง Mozilla เป็นต้น ทั้งๆ ที่ตอนนี้ในมหาวิทยาลัยที่ผมเรียนเขาก็โปรโมทให้ใช้ Mozilla แทน IE พอสมควร
ก็ตามลิ้งค์ http://vuthi.blogspot.com/2005/01/firefox-thai-wbr-windows.html ไปเจอข้อมูลและโปรแกรมที่เป็นประโยชน์มากมายเกี่ยวกับ Firefox ภาษาไทย และข้อมูลเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็น blog ที่จัดทำโดย ตาฮุ้ย (ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม ด้วยความนับถือครับ) ก็ได้ทดลองดาวน์โหลด Firefox ภาษาไทยมาลง และทดสอบ happy มากครับ ตอนนี้ผมไม่ฝากฝีฝากไข้กับ IE ได้แล้วครับ
ก็เลยกะว่าจะเข้าไปโพสต์ขอบคุณซะหน่อยพอคลิกไปคลิกมามัน ดันมาใ้ห้สร้าง blog ก็เห็นว่าเว็บ blog อันนี้น่าสนใน ฟังก์ชันสนับสนุนดี แ้ล้วเราก็อยากเขียนอะไรสัพเพเหระบ้าง ก็ไม่มีเวลาไปปรับปรุงเว็บอันที่ทำไว้ที่คณะฯ เมื่อปีที่แล้ว http://www.bc.msu.ac.th/veerawat/ เพราะมันยังไม่สามารถใส่ Comment ได้ ก็เลยกะว่าลอง blog ที่นี่ดูก็แล้วกัน เผื่อจะได้คุยกับคนอื่นๆ ที่เมืองไทยได้ด้วย
ก ็เลยเป็นที่มาที่ไปของ blog แรกนี่ล่ะครับ เฺฮ้อ... กว่าจะสรุปได้เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน และก็เลยยังไม่ได้ไป โพสขอบคุณ คุณฮุ้ย อย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก (เล่นเน็ตก็เป็นอย่างนี้แหละนะ บางทีตั้งใจจะทำอย่างหนึ่งแต่กลับไปได้อีกอย่าง) ยังไงก็ขอฝากขอบคุณสำหรับ Firefox ภาษาไทยที่ยอดเยี่ยม และ blog ที่เป็นประโยชน์อย่างมาก จะพยายามแวะไปขอความรู้เพิ่มเติมบ่อยๆ ครับ Keep going ...
vmlinix
UniSA
Adelaide Australia
