Thursday, March 01, 2007
ป๊อปอัพ ilead.itrack.it มาจากไหน?
วีรวัฒน์ มะเสนา
ช่วงที่ผ่านมาเข้าเว็บของ คณะการบัญชีและการจัดการ โดยเฉพาะกระดานข่าว Acc.Biz รวมถึงเว็บของ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ และ blog ส่วนตัว มักจะพบ๊็อปอัพโฆษณาสินค้าขึ้นมาบ่อยๆ ซึ่งตรงไตเติลบาร์จะแสดง http://ilead.itrack.it - Advertisement (ดังตัวอย่างในภาพ) ซึ่งรู้สึกเป็นการรบกวนเป็นอย่างมาก

ตัวอย่างป๊อปอัพโฆษณาสินค้าจาก ilead.itrack.it
หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ
ในฐานะที่เป็นคนดูแลเว็บไซต์ และ blog ส่วนตัว ก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าเจ้าโฆษณาตัวนี้มันขึ้นมาได้อย่างไร ไม่ได้ขึ้นเป็นประจำทุกครั้งที่เข้าเว็บ ขึ้นบ้างไม่ขึ้นบ้าง ไม่แน่ไม่นอน ก็มาลองวิเคราะห์สาเหตุว่าโฆษณาจะมาจากฝั่งไหนกันแน่ระหว่างฝั่งเซิร์ฟเวอร์ หรือฝั่งเบราซ์เซอร์ (ไคลเอนท์) ข้อสัญนิษฐาน:
(1) ถ้าเกิดจากฝั่งเบราซ์เซอร์ของเราติด Adware ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะจะเกิดป๊อปอัพขึ้นมาสำหรับบางเว็บเท่านั้น บางเว็บเข้าประจำก็ไม่เคยขึ้นป๊อปอัพมา และยังได้ทำการสแกนตรวจ Adware ในเครื่องของเรา (เดสก์ท็อป) อยู่เรื่อยๆ ไม่ปรากฏว่ามีรายงานการพบ Adware ตัวนี้ในเครื่องแต่อย่างใด
(2) ถ้าเกิดจากฝั่งเซิร์ฟเวอร์ติด Adware ก็มาวิเคราะห์อีกว่า จะติดได้อย่างไร ถ้าติดระดับเซิร์ฟเวอร์น่าจะต้องมีการป๊อปอัพขึ้นในทุกหน้าทุกเว็บของเซิร์ฟเวอร์ แม้อาจจะมีการสุ่มขึ้นก็ตาม แต่สังเกตแล้วไม่ได้มีอาการแบบนั้น คงจะมีการป๊อปอัพขึ้นเฉพาะหน้าใดหน้าหนึ่ง หรือโดเมนใดโดเมนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งทำให้ต้องวิเคราะห์ต่อไปว่าจะมี Adware ตัวไหนสามารถแทรกสคริปต์เข้าไปในเว็บเพจ หนึ่งๆ ได้หรือไม่ ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ แต่ก็ได้ลองนำโค๊ดกลับมาตรวจสอบใหม่ก็ไม่พบว่ามีสคริปต์แปลกปลอมอะไรแทรกเข้ามาเลย
แก้ปัญหาที่สาเหตุกับนักฉวยโอกาส
วันนี้มีโอกาสได้ลองเข้าไปค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ตในเรื่องนี้ ก็ปรากฏว่ามีการพูดถึงอยู่พอสมควรสำหรับเว็บต่างประเทศ ส่วนในเมืองไทยจะมีพูดถึงเรื่องนี้น้อยมาก พบอยู่ที่เว็บ พันทิพย์ และ mrchoke แม้แต่ในต่างประเทศก็ยังไม่พบคำแนะนำและการวิเคราะห์ปัญหาที่ตรงประเด็น ซึ่งคำแนะนำส่วนใหญ่จะมุ่งเป้าไปที่เครื่องของผู้ใช้เป็นหลัก มีการแนะนำให้ไปหาโปรแกรมสแกน Adware มา Scan เครื่องของผู้ใช้เอง และแนะนำให้ทำการแก้ไข ติดตั้งโปรแกรมอะไรต่างๆ ในเครื่องของผู้ใช้มากมายขึ้นอยู่กับความเข้าใจของผู้ให้คำแนะนำ รวมทั้งหลายๆ บริษัทถือโอกาสออกผลิตภัณฑ์ กำจัด ilead.itrack.it ออกมา (หลอก) ขายกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว แต่ก็ได้รับการรายงานกลับมาเสมอจากผู้ใช้ว่ามันหายไปแล้วก็กลับมาใหม่อีกเสมอ จนสุดท้ายก็จะมีข้อแนะนำไปถึงการบล็อคป๊อบอัพจากเว็บที่พบ ก็จะแก้ปัญหาไปได้ แต่มีหลายเว็บที่แนะนำว่าเจ้าตัว ilead.itrack.it จะมากับ บริการนับสถิติฟรีของ webstats4u ซึ่งให้บริการชื่อว่า Nedstat Basic (ผ่านเว็บ www.nedstatbasic.net) ผู้ดูแลเว็บเซิร์ฟเวอร์หลายๆ เว็บรวมทั้ง mrchoke เสนอวิธีการแก้ปัญหาโดยการ ถอด webstats4u ออกแล้วปัญหาจะหายไป แต่ยังไม่มีใครที่ตอบข้อสงสัยได้ว่ามันเกินขึ้นได้อย่างไร และพฤติกรรมต่างๆ ของมันจะมีข้ออธิบายได้อย่างไร ผู้เขียนก็เลยพยายามตั้งข้อสัญนิษฐาน และพิสูจน์ตามแนวทางที่คิดว่าน่าจะเป็นไปได้
ข้อสัญนิษฐาน และการพิสูจน์
ข้อสัญนิษฐานที่ 1. ilead.itrack.it มาจาก webstats4u จริงหรือไม่ จะพิสูจน์ได้อย่างไร?
ผู้เขียนได้ลองนำเอาโค้ดจาวาสคริปต์ ที่ได้จากการสมัครใช้บริการกับ webstats4u มาทดสอบโดยแยกเฉพาะโค้ดจาวาสคริปต์มาบันทึกในชื่อ nedstat.html แล้วเรียกทดสอบผ่านเว็บเบราซ์เซอร์ Firefox ผลที่ได้คือมี ป๊อปอัพของ ilead.itrack.it ขึ้นมาจริงๆ ทดลองรีเฟรช และลองปิดเบราซ์เซอร์แล้วเรียกทดสอบใหม่แต่กลับไม่มีป๊อปอัพโฆษณาขึ้นมาอีก เหมือนอย่างที่ได้มีการรายงานกันมาว่าบางครั้งก็มีบางครั้งก็ไม่มี ลองทดสอบผ่าน IE ดูบ้างผลที่ได้เหมือนกันคือมีป๊อปอัพของ ilead.itrack.it ขึ้นมาในครั้งแรก และไม่มีในครั้งต่อไปเช่นกัน อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้ ณ ตอนนี้ก็น่าจะสัญนิษฐานได้ว่า ป๊อปอัพของ ilead.itrack.it มาจาก webstats4u จริง
ข้อสัญนิษฐานที่ 2. ทำไมการเปิดโค๊ดเดิมบางครั้งมีป๊อปอัพขึ้นบางครั้งไม่ขึ้น แสดงว่าการแสดงป๊อปอัพต้องมีกระบวนการจัดการ?
ข้อนี้พิสูจน์ได้โดยการเคลียร์ข้อมูลของเบราซ์เซอร์ เช่น cache และ cookies แล้วลองเปิดโค้ดเดิม (nedstat.html) ปรากฏว่ามี ป๊อปอัพของ ilead.itrack.it ขึ้นมาทุกๆ ครั้งที่ทดสอบ สมมติฐานที่เป็นไปได้ webstats4u คงมีการเก็บข้อมูลผ่าน cookies แล้วมีการจัดการโฆษณาว่า
(1) จะส่งโฆษณาขึ้นมาทันทีถ้าเป็นการเข้าเว็บครั้งแรก
(2) ถ้าเข้าเว็บเดิมในเวลาใกล้เคียงกันจะไม่แสดงโฆษณาซ้ำ
(3) จะมีโฆษณาอีกทีเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง (ยังไม่มีข้อมูลว่าจะเว้นไปนานขนาดไหน)
ทั้งหมดนี้เข้าใจว่าข้อมูลน่าจะเก็บอยู่ที่ cookies นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมบางครั้งถึงมีโฆษณาบางครั้งกลับไม่มีโฆษณา
ข้อสัญนิษฐานที่ 3. คนไทยยังไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย - เว็บมาสเตอร์ยังไม่รู้ตัว?
มีรายงานว่าการเปิดเว็บแล้วเจอป๊อบอัพโดยส่วนมากจะเจอเมื่อเปิดจากต่างประเทศ รวมทั้งเว็บมาสเตอร์ของ คณะการบัญชีและการจัดการ ก็รายงานว่าไม่เคยเจอป๊อปอัพนี้เช่นกัน ผู้เขียนได้ลองพิสูจน์ข้อนี้โดยให้เว็บมาเตอร์ของ คณะการบัญชีและการจัดการ ทดสอบไปพร้อมๆ กันโดยใช้วิธีการเดียวกัน ปรากฏว่าเว็บมาสเตอร์ไม่เจอป๊อปอัพขึ้นมาเลยสักครั้ง ส่วนตัวผู้เขียนทดสอบมาที่เว็บเีดียวกันนี้จากออสเตรเลีย ผ่านหลายเครื่อง ต่าง ISP กลับได้ป๊อปอัพขึ้นมาทุกครั้ง และยังให้เพื่อนที่เมืองไทยทดสอบกับเว็บ http://vmlinix.blogspot.com ก็ได้ผลเช่นเดียวกัน เพราะผู้ทดสอบที่เรียกดูเว็บจากประเทศไทยจะไม่พบว่ามีป๊อปอัพเกิดขึ้น แต่ผลการเรียกดูเว็บจากต่างประเทศจะพบป๊อปอัพทุกครั้งไป (ตอนนี้สำหรับเว็บ http://vmlinix.blogspot.com ยังไม่มีการแก้ไขโค้ดใดๆ ยังสามารถใช้ในการทดสอบได้ ส่วนเว็บของ คณะการบัญชีและการจัดการได้มีการแก้ไขไปเรียบร้อยแล้ว)
ข้อสัญนิษฐานที่ 4. เป็นความตั้งใจของ webstats4u หรือว่าบังเอิญ?
ข้อนี้ค่อนข้างจะพิสูจน์ยาก พยายามไปโหลดเอาโค้ดจาวาสคริปต์มาแกะแต่ว่าด้วยความสามารถอันน้อยนิดทางด้านจาวาสคริปต์ของผู้เขียนทำให้ไม่สามารถหาการเชื่อมโยงไปถึงการโฆษณาได้อย่างชัดเจน จึงได้แต่สัญนิษฐานจากพฤติกรรมว่า เป็นการหารายได้ของ webstats4u อย่างแน่นอน (จากเหตุผลสนับสนุนที่จะได้กล่าวต่อไป) และมีเจตนาที่จะอำพรางโดย
(1) สังเกตได้จากการไม่แสดงข้อมูลการเชื่อมโยงอย่างชัดแจ้งว่าเป็นการโฆษณาจาก webstats4u เหมือนที่ google ทำ
(2) การโฆษณาจะไม่มีสำหรับผู้สมัครใช้บริการใหม่ทำให้เราไม่ทราบว่าโฆษณาเกิดจาก webstats4u
(3) โฆษณาจะเจาะจงเฉพาะเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าชมมากในระดับหนึ่ง
ตกเป็นเครื่องมือในการทำการค้าโดยไม่รู้ตัว webstat4u ฟอร์ยู หรือฟอร์ไอ?
พยายามค้นหาความเชื่อมโยงระหว่าง ilead.itrack.it และ webstats4u ผ่านทาง google ไม่พบว่ามีการอ้างถึง ilead.itrack.it ในเว็บไชต์ของ webstats4u แต่อย่างใด แต่จากการเข้าไปอ่านในคำถามที่ถามบ่อยที่หัวข้อ Advertising on Webstats4u? เขาได้แจ้งไว้อย่างชัดเจนว่า "webstats4u ให้บริการฟรี 100% สำหรับเว็บมาสเตอร์ แต่ในการที่จะให้บริการฟรีแก่คุณนั้นทาง webstats4u จำเป็นต้องรับสปอนเซอร์จากการโฆษณา ... การโฆษณาจะไม่เข้าไปแสดงในเว็บไซต์ของคุณโดยตรงในลักษณะของแบนเนอร์ ปุ่ม ลิ้งค์ หรืออะไรทำนองนี้ ... แต่การโฆษณาจะปรากฏในรูปของป๊อปอัพ (pop-up or pop-under) หรือ side-in flash ผู้เยี่ยมชมเว็บจะไม่ถูกรบกวนด้วยโฆษณาเดิมๆ ซ้ำๆ" ซึ่งสิ่งที่เขากล่าวนี้ก็คงตรงกับพฤติกรรมการขึ้นของป๊อปอัพนั่นเอง
บทสรุปของฟรีไม่มีในโลก
เมื่อเว็บมาสเตอร์ต้องการตัวนับสถิติเว็บฟรี แต่คำกล่าวที่ว่า "ของฟรีไม่มีในโลก" ยังเป็นคงเป็นจริงเสมอ เมื่อภาระนั้นถูกผลักไปให้กับผู้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บ คงจะไม่ยุติธรรมสำหรับสิ่งที่ยูสเซอร์ได้รับจากการรบกวนของโฆษณาจาก ilead.itrack.it ซึ่งในความคิดของผู้เขียนคิดว่าค่อนข้างจะใช้วิธีการที่ไม่ตรงไปตรงมา ค่อนข้างจะขาดจริยธรรมทางธุรกิจ เคยลองเข้าไปเว็บเพื่อหาข้อมูลในเว็บ ilead.itrack.it แต่ไม่มีการแสดงข้อมูล หรือ คอนเท้นต์แต่อย่างใด ทำคล้ายๆ กับเป็นพวกใต้ดิน หรือ สแปม ผู้เขียนคิดว่าเมื่อทราบที่มาที่ไปอย่างนี้แล้ว ก็คงถึงเวลาที่เว็บมาสเตอร์จะต้องเลือกว่าเราจะใช้ของฟรี แล้วผลักภาระไปให้กับยูสเซอร์ หรือเราจะหาโซลูชันอื่นสำหรับการนับสถิติเว็บของเราต่อไป
โบนัส - เหลือบรรทัดเดียวก็ทำงานได้
เมื่อเขาใช้วิธีการที่ไม่ตรงไปตรงมาในการยิงโฆษณา เราอาจจะใช้วิธีการอย่างนี้กลับคืนเขาไปบ้าง สำหรับผู้ที่ยังต้องการใช้ webstats4u ต่อไป ผู้เขียนได้ลองศึกษาวิธีการทำงานของตัวนับสถิติได้พบข้อน่าสนใจบางอย่าง เลยนำมาทดลองแก้โค้ดโดยการตัดการทำงานในส่วนของจาวาสคริปต์ออกไป ให้เหลือเพียงโค้ดระหว่าง แท็ก noscript ไปจนถึง /noscript ดังตัวอย่าง สามารถนับสถิติของเว็บเราได้ตามปกติ และไม่มีป๊อปอัพขึ้นมารบกวนอีกเลย ท่านสามารถนำไปทดลองใช้ได้เช่นกัน ได้ผลอย่างไรก็แจ้งกลับมาบ้างก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง (อ่านฉบับเต็ม>>)
ที่มา: Veerawat's unofficial home page
ช่วงที่ผ่านมาเข้าเว็บของ คณะการบัญชีและการจัดการ โดยเฉพาะกระดานข่าว Acc.Biz รวมถึงเว็บของ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ และ blog ส่วนตัว มักจะพบ๊็อปอัพโฆษณาสินค้าขึ้นมาบ่อยๆ ซึ่งตรงไตเติลบาร์จะแสดง http://ilead.itrack.it - Advertisement (ดังตัวอย่างในภาพ) ซึ่งรู้สึกเป็นการรบกวนเป็นอย่างมาก

ตัวอย่างป๊อปอัพโฆษณาสินค้าจาก ilead.itrack.it
หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ
ในฐานะที่เป็นคนดูแลเว็บไซต์ และ blog ส่วนตัว ก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าเจ้าโฆษณาตัวนี้มันขึ้นมาได้อย่างไร ไม่ได้ขึ้นเป็นประจำทุกครั้งที่เข้าเว็บ ขึ้นบ้างไม่ขึ้นบ้าง ไม่แน่ไม่นอน ก็มาลองวิเคราะห์สาเหตุว่าโฆษณาจะมาจากฝั่งไหนกันแน่ระหว่างฝั่งเซิร์ฟเวอร์ หรือฝั่งเบราซ์เซอร์ (ไคลเอนท์) ข้อสัญนิษฐาน:
(1) ถ้าเกิดจากฝั่งเบราซ์เซอร์ของเราติด Adware ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะจะเกิดป๊อปอัพขึ้นมาสำหรับบางเว็บเท่านั้น บางเว็บเข้าประจำก็ไม่เคยขึ้นป๊อปอัพมา และยังได้ทำการสแกนตรวจ Adware ในเครื่องของเรา (เดสก์ท็อป) อยู่เรื่อยๆ ไม่ปรากฏว่ามีรายงานการพบ Adware ตัวนี้ในเครื่องแต่อย่างใด
(2) ถ้าเกิดจากฝั่งเซิร์ฟเวอร์ติด Adware ก็มาวิเคราะห์อีกว่า จะติดได้อย่างไร ถ้าติดระดับเซิร์ฟเวอร์น่าจะต้องมีการป๊อปอัพขึ้นในทุกหน้าทุกเว็บของเซิร์ฟเวอร์ แม้อาจจะมีการสุ่มขึ้นก็ตาม แต่สังเกตแล้วไม่ได้มีอาการแบบนั้น คงจะมีการป๊อปอัพขึ้นเฉพาะหน้าใดหน้าหนึ่ง หรือโดเมนใดโดเมนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งทำให้ต้องวิเคราะห์ต่อไปว่าจะมี Adware ตัวไหนสามารถแทรกสคริปต์เข้าไปในเว็บเพจ หนึ่งๆ ได้หรือไม่ ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ แต่ก็ได้ลองนำโค๊ดกลับมาตรวจสอบใหม่ก็ไม่พบว่ามีสคริปต์แปลกปลอมอะไรแทรกเข้ามาเลย
แก้ปัญหาที่สาเหตุกับนักฉวยโอกาส
วันนี้มีโอกาสได้ลองเข้าไปค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ตในเรื่องนี้ ก็ปรากฏว่ามีการพูดถึงอยู่พอสมควรสำหรับเว็บต่างประเทศ ส่วนในเมืองไทยจะมีพูดถึงเรื่องนี้น้อยมาก พบอยู่ที่เว็บ พันทิพย์ และ mrchoke แม้แต่ในต่างประเทศก็ยังไม่พบคำแนะนำและการวิเคราะห์ปัญหาที่ตรงประเด็น ซึ่งคำแนะนำส่วนใหญ่จะมุ่งเป้าไปที่เครื่องของผู้ใช้เป็นหลัก มีการแนะนำให้ไปหาโปรแกรมสแกน Adware มา Scan เครื่องของผู้ใช้เอง และแนะนำให้ทำการแก้ไข ติดตั้งโปรแกรมอะไรต่างๆ ในเครื่องของผู้ใช้มากมายขึ้นอยู่กับความเข้าใจของผู้ให้คำแนะนำ รวมทั้งหลายๆ บริษัทถือโอกาสออกผลิตภัณฑ์ กำจัด ilead.itrack.it ออกมา (หลอก) ขายกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว แต่ก็ได้รับการรายงานกลับมาเสมอจากผู้ใช้ว่ามันหายไปแล้วก็กลับมาใหม่อีกเสมอ จนสุดท้ายก็จะมีข้อแนะนำไปถึงการบล็อคป๊อบอัพจากเว็บที่พบ ก็จะแก้ปัญหาไปได้ แต่มีหลายเว็บที่แนะนำว่าเจ้าตัว ilead.itrack.it จะมากับ บริการนับสถิติฟรีของ webstats4u ซึ่งให้บริการชื่อว่า Nedstat Basic (ผ่านเว็บ www.nedstatbasic.net) ผู้ดูแลเว็บเซิร์ฟเวอร์หลายๆ เว็บรวมทั้ง mrchoke เสนอวิธีการแก้ปัญหาโดยการ ถอด webstats4u ออกแล้วปัญหาจะหายไป แต่ยังไม่มีใครที่ตอบข้อสงสัยได้ว่ามันเกินขึ้นได้อย่างไร และพฤติกรรมต่างๆ ของมันจะมีข้ออธิบายได้อย่างไร ผู้เขียนก็เลยพยายามตั้งข้อสัญนิษฐาน และพิสูจน์ตามแนวทางที่คิดว่าน่าจะเป็นไปได้
ข้อสัญนิษฐาน และการพิสูจน์
ข้อสัญนิษฐานที่ 1. ilead.itrack.it มาจาก webstats4u จริงหรือไม่ จะพิสูจน์ได้อย่างไร?
ผู้เขียนได้ลองนำเอาโค้ดจาวาสคริปต์ ที่ได้จากการสมัครใช้บริการกับ webstats4u มาทดสอบโดยแยกเฉพาะโค้ดจาวาสคริปต์มาบันทึกในชื่อ nedstat.html แล้วเรียกทดสอบผ่านเว็บเบราซ์เซอร์ Firefox ผลที่ได้คือมี ป๊อปอัพของ ilead.itrack.it ขึ้นมาจริงๆ ทดลองรีเฟรช และลองปิดเบราซ์เซอร์แล้วเรียกทดสอบใหม่แต่กลับไม่มีป๊อปอัพโฆษณาขึ้นมาอีก เหมือนอย่างที่ได้มีการรายงานกันมาว่าบางครั้งก็มีบางครั้งก็ไม่มี ลองทดสอบผ่าน IE ดูบ้างผลที่ได้เหมือนกันคือมีป๊อปอัพของ ilead.itrack.it ขึ้นมาในครั้งแรก และไม่มีในครั้งต่อไปเช่นกัน อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้ ณ ตอนนี้ก็น่าจะสัญนิษฐานได้ว่า ป๊อปอัพของ ilead.itrack.it มาจาก webstats4u จริง
ข้อสัญนิษฐานที่ 2. ทำไมการเปิดโค๊ดเดิมบางครั้งมีป๊อปอัพขึ้นบางครั้งไม่ขึ้น แสดงว่าการแสดงป๊อปอัพต้องมีกระบวนการจัดการ?
ข้อนี้พิสูจน์ได้โดยการเคลียร์ข้อมูลของเบราซ์เซอร์ เช่น cache และ cookies แล้วลองเปิดโค้ดเดิม (nedstat.html) ปรากฏว่ามี ป๊อปอัพของ ilead.itrack.it ขึ้นมาทุกๆ ครั้งที่ทดสอบ สมมติฐานที่เป็นไปได้ webstats4u คงมีการเก็บข้อมูลผ่าน cookies แล้วมีการจัดการโฆษณาว่า
(1) จะส่งโฆษณาขึ้นมาทันทีถ้าเป็นการเข้าเว็บครั้งแรก
(2) ถ้าเข้าเว็บเดิมในเวลาใกล้เคียงกันจะไม่แสดงโฆษณาซ้ำ
(3) จะมีโฆษณาอีกทีเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง (ยังไม่มีข้อมูลว่าจะเว้นไปนานขนาดไหน)
ทั้งหมดนี้เข้าใจว่าข้อมูลน่าจะเก็บอยู่ที่ cookies นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมบางครั้งถึงมีโฆษณาบางครั้งกลับไม่มีโฆษณา
ข้อสัญนิษฐานที่ 3. คนไทยยังไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย - เว็บมาสเตอร์ยังไม่รู้ตัว?
มีรายงานว่าการเปิดเว็บแล้วเจอป๊อบอัพโดยส่วนมากจะเจอเมื่อเปิดจากต่างประเทศ รวมทั้งเว็บมาสเตอร์ของ คณะการบัญชีและการจัดการ ก็รายงานว่าไม่เคยเจอป๊อปอัพนี้เช่นกัน ผู้เขียนได้ลองพิสูจน์ข้อนี้โดยให้เว็บมาเตอร์ของ คณะการบัญชีและการจัดการ ทดสอบไปพร้อมๆ กันโดยใช้วิธีการเดียวกัน ปรากฏว่าเว็บมาสเตอร์ไม่เจอป๊อปอัพขึ้นมาเลยสักครั้ง ส่วนตัวผู้เขียนทดสอบมาที่เว็บเีดียวกันนี้จากออสเตรเลีย ผ่านหลายเครื่อง ต่าง ISP กลับได้ป๊อปอัพขึ้นมาทุกครั้ง และยังให้เพื่อนที่เมืองไทยทดสอบกับเว็บ http://vmlinix.blogspot.com ก็ได้ผลเช่นเดียวกัน เพราะผู้ทดสอบที่เรียกดูเว็บจากประเทศไทยจะไม่พบว่ามีป๊อปอัพเกิดขึ้น แต่ผลการเรียกดูเว็บจากต่างประเทศจะพบป๊อปอัพทุกครั้งไป (ตอนนี้สำหรับเว็บ http://vmlinix.blogspot.com ยังไม่มีการแก้ไขโค้ดใดๆ ยังสามารถใช้ในการทดสอบได้ ส่วนเว็บของ คณะการบัญชีและการจัดการได้มีการแก้ไขไปเรียบร้อยแล้ว)
ข้อสัญนิษฐานที่ 4. เป็นความตั้งใจของ webstats4u หรือว่าบังเอิญ?
ข้อนี้ค่อนข้างจะพิสูจน์ยาก พยายามไปโหลดเอาโค้ดจาวาสคริปต์มาแกะแต่ว่าด้วยความสามารถอันน้อยนิดทางด้านจาวาสคริปต์ของผู้เขียนทำให้ไม่สามารถหาการเชื่อมโยงไปถึงการโฆษณาได้อย่างชัดเจน จึงได้แต่สัญนิษฐานจากพฤติกรรมว่า เป็นการหารายได้ของ webstats4u อย่างแน่นอน (จากเหตุผลสนับสนุนที่จะได้กล่าวต่อไป) และมีเจตนาที่จะอำพรางโดย
(1) สังเกตได้จากการไม่แสดงข้อมูลการเชื่อมโยงอย่างชัดแจ้งว่าเป็นการโฆษณาจาก webstats4u เหมือนที่ google ทำ
(2) การโฆษณาจะไม่มีสำหรับผู้สมัครใช้บริการใหม่ทำให้เราไม่ทราบว่าโฆษณาเกิดจาก webstats4u
(3) โฆษณาจะเจาะจงเฉพาะเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าชมมากในระดับหนึ่ง
ตกเป็นเครื่องมือในการทำการค้าโดยไม่รู้ตัว webstat4u ฟอร์ยู หรือฟอร์ไอ?
พยายามค้นหาความเชื่อมโยงระหว่าง ilead.itrack.it และ webstats4u ผ่านทาง google ไม่พบว่ามีการอ้างถึง ilead.itrack.it ในเว็บไชต์ของ webstats4u แต่อย่างใด แต่จากการเข้าไปอ่านในคำถามที่ถามบ่อยที่หัวข้อ Advertising on Webstats4u? เขาได้แจ้งไว้อย่างชัดเจนว่า "webstats4u ให้บริการฟรี 100% สำหรับเว็บมาสเตอร์ แต่ในการที่จะให้บริการฟรีแก่คุณนั้นทาง webstats4u จำเป็นต้องรับสปอนเซอร์จากการโฆษณา ... การโฆษณาจะไม่เข้าไปแสดงในเว็บไซต์ของคุณโดยตรงในลักษณะของแบนเนอร์ ปุ่ม ลิ้งค์ หรืออะไรทำนองนี้ ... แต่การโฆษณาจะปรากฏในรูปของป๊อปอัพ (pop-up or pop-under) หรือ side-in flash ผู้เยี่ยมชมเว็บจะไม่ถูกรบกวนด้วยโฆษณาเดิมๆ ซ้ำๆ" ซึ่งสิ่งที่เขากล่าวนี้ก็คงตรงกับพฤติกรรมการขึ้นของป๊อปอัพนั่นเอง
บทสรุปของฟรีไม่มีในโลก
เมื่อเว็บมาสเตอร์ต้องการตัวนับสถิติเว็บฟรี แต่คำกล่าวที่ว่า "ของฟรีไม่มีในโลก" ยังเป็นคงเป็นจริงเสมอ เมื่อภาระนั้นถูกผลักไปให้กับผู้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บ คงจะไม่ยุติธรรมสำหรับสิ่งที่ยูสเซอร์ได้รับจากการรบกวนของโฆษณาจาก ilead.itrack.it ซึ่งในความคิดของผู้เขียนคิดว่าค่อนข้างจะใช้วิธีการที่ไม่ตรงไปตรงมา ค่อนข้างจะขาดจริยธรรมทางธุรกิจ เคยลองเข้าไปเว็บเพื่อหาข้อมูลในเว็บ ilead.itrack.it แต่ไม่มีการแสดงข้อมูล หรือ คอนเท้นต์แต่อย่างใด ทำคล้ายๆ กับเป็นพวกใต้ดิน หรือ สแปม ผู้เขียนคิดว่าเมื่อทราบที่มาที่ไปอย่างนี้แล้ว ก็คงถึงเวลาที่เว็บมาสเตอร์จะต้องเลือกว่าเราจะใช้ของฟรี แล้วผลักภาระไปให้กับยูสเซอร์ หรือเราจะหาโซลูชันอื่นสำหรับการนับสถิติเว็บของเราต่อไป
โบนัส - เหลือบรรทัดเดียวก็ทำงานได้
เมื่อเขาใช้วิธีการที่ไม่ตรงไปตรงมาในการยิงโฆษณา เราอาจจะใช้วิธีการอย่างนี้กลับคืนเขาไปบ้าง สำหรับผู้ที่ยังต้องการใช้ webstats4u ต่อไป ผู้เขียนได้ลองศึกษาวิธีการทำงานของตัวนับสถิติได้พบข้อน่าสนใจบางอย่าง เลยนำมาทดลองแก้โค้ดโดยการตัดการทำงานในส่วนของจาวาสคริปต์ออกไป ให้เหลือเพียงโค้ดระหว่าง แท็ก noscript ไปจนถึง /noscript ดังตัวอย่าง สามารถนับสถิติของเว็บเราได้ตามปกติ และไม่มีป๊อปอัพขึ้นมารบกวนอีกเลย ท่านสามารถนำไปทดลองใช้ได้เช่นกัน ได้ผลอย่างไรก็แจ้งกลับมาบ้างก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง (อ่านฉบับเต็ม>>)
ที่มา: Veerawat's unofficial home page
Saturday, April 15, 2006
บาป4ข้อจาก คดี กฟผ.
คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12
โดย ประสงค์ วิสุทธิ์ prasong_lert@yahoo.com
คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ให้เพิกถอนพระราชกฤษฎีกากำหนดอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ของบริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2548 และพระราชกฤษฎีกากำหนดเงื่อนเวลายกเลิกกฎหมายว่าด้วยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งปร ะเทศไทย (กฟผ.) พ.ศ. 2548 จนทำให้กระบวนการแปรรูป กฟผ.ต้องล้มเลิกไป ได้ทำให้สังคมรับรู้ข้อเท็จจริงและได้ประโยชน์หลายประการ
ประการแรก เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลพรรคไทยรักไทยละเลยและเพิกเฉยต่อสิ่งที่เรียกว่า ผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interests) เพราะมีการแต่งตั้งบุคคลที่มีส่วนได้ส่วนเสีย (นายโอฬาร ไชยประวัติ) ซึ่งเป็นกรรมการบริษัทชินคอร์ป (ทำธุรกิจด้านโทรคมนาคมเช่นเดียวกับบริษัท กฟผ.) และกรรมการบริษัท ปตท. (ขายก๊าซให้แก่ กฟผ.) เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเตรียมการจัดตั้งบริษัท กฟผ.ซึ่งขัดต่อ พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ 2542
ประการที่สอง มีการวินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐานที่มีผลในทางกฎหมายว่าตำแหน่ง "กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี" เป็น "ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง" ซึ่งทำให้การแต่งตั้งนายปริญญา นุตาลัย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการจัดทำการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนไม่ชอบด้วยกฎหมายเ นื่องจากระเบียบคณะกรรมการนโยบายทุนรัฐวิสาหกิจระบุชัดว่า ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นประธานและกรรมการชุดดังกล่าว
ถ้ายึดตามแนวการวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดน่าจะส่งผลกระทบต่อกรรมการผู้ช่วยร ัฐมนตรีหลายคนที่เป็นประธานกรรมการของหน่วยงานของรัฐบางแห่งหรือรัฐวิสาหกิจ หลายแห่งที่มีข้อห้ามข้าราชการการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นกรรมการโดยเฉพาะองค์การมหาชนที่การตราพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งต้องอาศัยอำน าจตาม พ.ร.บ.องค์การมหาชน พ.ศ. 2542 นั้นบัญญัติไว้ในมาตรา 20(6)ว่าประธานกรรมการและกรรมการองค์การมหาชนซึ่งมิใช่ประธานกรรมการโดยตำแห น่ง ต้องไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง...
เท่าที่ทราบรัฐบาลพรรค ไทยรักไทยได้แต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีไปเป็นประธานกรรมการและกรรมการอ งค์การมหาชนเหล่านี้หลายแห่งซึ่งเห็นชัดว่า ไม่ไยดีต่อตัวบทกฎหมาย
อาจมีผู้โต้แย้งว่า รัฐบาลอาจเข้าใจผิดหรือเห็นว่ากรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีไม่ใช่ผู้ดำรงตำแหน่งท างการเมือง การกล่าวหาเช่นนี้จึงรุนแรงเกินไปเพราะศาลปกครองสูงสุดเพิ่งมีคำพิพากษาเรื่ อง กฟผ.เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2549
ข้อเท็จจริงที่ผู้คนทั่วไปไม่ทรา บคือ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เคยมีหนังสือ (ที่ นร 0503/11082) ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2546 หารือคณะกรรมการกฤษฎีกาถึงฐานะและการดำรงตำแหน่งของผู้ช่วยรัฐมนตรีเลขาธิกา รคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตอบข้อหาหารือ (เรื่องเสร็จที่ 139/2547) ชัดเจนว่า ผู้ช่วยรัฐมนตรีอยู่ในความหมายของคำว่า "ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง"
ผู้ที่สั่งให้ส่งเรื่องหารือคณะกรรมการกฤษฎีกาคือ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี
แต่ทำไมนายวิษณุ จึงปล่อยให้มีการแต่งตั้งผู้ช่วยรัฐมนตรีไปดำรงตำแหน่งต่างๆมากมายในลักษณะที่ขัดต่อกฎหมาย
นี่ยังไม่รวมถึง "ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง" อื่นๆ เช่น ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษานโยบายนายกรัฐมนตรี
ประการที่สาม ทำให้เห็นว่าการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของภาคประชาชนทั้งในทางสังคมและกฎหมาย มีผลอย่างเป็นรูปธรรมอย่างจริงจังซึ่ง ภาคประชาชนสามารถนำเอาไปเป็นบทเรียนไปตรวจการสอบการแปรรูปรัฐวิสาหกิจอื่น เช่น ปตท.ว่ามีการใช้อำนาจโดยมิชอบหรือไม่ อย่างไร
ประการที่สี่ ทำให้สาธารณชนรู้ว่าการที่รัฐบาลลักไก่เอาที่ดินที่ได้จากการเวนคืนตามกฎหมา ยก่อนมีการแปรรูปไปยกให้แก่รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งในรูปบริษัทในภายหลัง เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ว่าด้วยการเวนคืนที่ดินซึ่งเป็นอำนาจมหาชนอันเป็นเหตุผลสำคัญที่ศาลปกครองสู งสุดพิพากษาว่า พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะที่ดินที่ได้จากการเวนคืนจะโอนไปให้บริษัทซึ่งเป็นเอกชนได้ต้องทำโดยพร ะราชบัญญัติเท่านั้น ไม่สามารถตราเป็นพระราชกฤษฎีกาได้
ถ้ายึดตามแนว คำพิพากษาดังกล่าวอาจทำให้พระราชกฤษฎีกากำหนดอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ของรัฐวิสาหกิจหลายแห่งอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพราะก่อนที่การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจะแปรสภาพเป็นบริษัทนั้น มีการเวนคืนที่ดินไปเป็นจำนวนมากเพื่อวางท่อก๊าซ แต่มีการโอนที่ดินที่เวนคืนให้เป็นทรัพย์สินของบริษัท ปตท.หลังจากแปรสภาพแล้ว
ถ้ามีการนำเรื่องดังกล่าวฟ้องต่อศาลปกครองสู งสุดอีก แม้อาจไม่ถึงขึ้นยกเลิกพระราชกฤษฎีกาทั้งฉบับหรือยกเลิกการแปรรูปแต่บริษัท ปตท.น่าจะต้องคืนที่ดินดังกล่าวให้แก่รัฐและอาจต้องเสียค่าเช่าย้อนหลังให้แ ก่รัฐ เว้นแต่มีการตราพระราชบัญญัติโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่บริษัท ปตท.
แต่ปัญหาคือ ใครจะกล้าดำเนินการเพราะเท่ากับเอาที่ดินของรัฐไปยกให้แก่บริษัทเอกชนโดยเฉพาะบริษัท ปตท.มีตระกูลนักการเมืองใหญ่ในรัฐบาลไทยรักไทยถือหุ้นอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ตระกูลมหากิจศิริ จึงรุ่งเรืองกิจ
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็น "มรดกบาป" ที่รัฐบาลไทยรักไทยก่อไว้ให้ประชาชนรับและช่วยกันเช็ดล้าง
ที่มา: มติชนออนไลน์ วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2549
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01col01150449&day=2006/04/15
ข้อมูลลักษณะอย่างนี้เป็นสิ่งที่ทักษิณ และพรรคพวก รวมทั้งผู้สนับสนุนไม่ยอมตอบและไม่ยอมรับผิดชอบ อยากบอกว่านี่เป็นการบริหารประเทศชาตินะครับไ่ม่ใช่บริหารธุรกิจส่วนตัวที่จะทำอะไรก็ได้ ตอนนี้มันกลายเป็นว่าทำผิดแล้วก็ไม่เป็นไรแค่แก้ให้ถูกก็พอ ถ้าจะคิดกันอย่างนี้ไม่ต้องสนใจว่ากฏหมายหรือรัฐธรรมนูญเขียนไว้ยังไงอยากทำอะไรก็ทำไปเมื่อศาลบอกว่าทำผิด ก็เอามาแก้ใหม่ก็ำพอ ก็ตะแบงกันต่อไป ถ้าคนส่วนมากอยากให้เป็นอย่างนั้น ก็คงอ้างประชาธิปไตยกันไป...
โดย ประสงค์ วิสุทธิ์ prasong_lert@yahoo.com
คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ให้เพิกถอนพระราชกฤษฎีกากำหนดอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ของบริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2548 และพระราชกฤษฎีกากำหนดเงื่อนเวลายกเลิกกฎหมายว่าด้วยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งปร ะเทศไทย (กฟผ.) พ.ศ. 2548 จนทำให้กระบวนการแปรรูป กฟผ.ต้องล้มเลิกไป ได้ทำให้สังคมรับรู้ข้อเท็จจริงและได้ประโยชน์หลายประการ
ประการแรก เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลพรรคไทยรักไทยละเลยและเพิกเฉยต่อสิ่งที่เรียกว่า ผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interests) เพราะมีการแต่งตั้งบุคคลที่มีส่วนได้ส่วนเสีย (นายโอฬาร ไชยประวัติ) ซึ่งเป็นกรรมการบริษัทชินคอร์ป (ทำธุรกิจด้านโทรคมนาคมเช่นเดียวกับบริษัท กฟผ.) และกรรมการบริษัท ปตท. (ขายก๊าซให้แก่ กฟผ.) เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเตรียมการจัดตั้งบริษัท กฟผ.ซึ่งขัดต่อ พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ 2542
ประการที่สอง มีการวินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐานที่มีผลในทางกฎหมายว่าตำแหน่ง "กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี" เป็น "ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง" ซึ่งทำให้การแต่งตั้งนายปริญญา นุตาลัย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการจัดทำการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนไม่ชอบด้วยกฎหมายเ นื่องจากระเบียบคณะกรรมการนโยบายทุนรัฐวิสาหกิจระบุชัดว่า ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นประธานและกรรมการชุดดังกล่าว
ถ้ายึดตามแนวการวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดน่าจะส่งผลกระทบต่อกรรมการผู้ช่วยร ัฐมนตรีหลายคนที่เป็นประธานกรรมการของหน่วยงานของรัฐบางแห่งหรือรัฐวิสาหกิจ หลายแห่งที่มีข้อห้ามข้าราชการการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นกรรมการโดยเฉพาะองค์การมหาชนที่การตราพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งต้องอาศัยอำน าจตาม พ.ร.บ.องค์การมหาชน พ.ศ. 2542 นั้นบัญญัติไว้ในมาตรา 20(6)ว่าประธานกรรมการและกรรมการองค์การมหาชนซึ่งมิใช่ประธานกรรมการโดยตำแห น่ง ต้องไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง...
เท่าที่ทราบรัฐบาลพรรค ไทยรักไทยได้แต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีไปเป็นประธานกรรมการและกรรมการอ งค์การมหาชนเหล่านี้หลายแห่งซึ่งเห็นชัดว่า ไม่ไยดีต่อตัวบทกฎหมาย
อาจมีผู้โต้แย้งว่า รัฐบาลอาจเข้าใจผิดหรือเห็นว่ากรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีไม่ใช่ผู้ดำรงตำแหน่งท างการเมือง การกล่าวหาเช่นนี้จึงรุนแรงเกินไปเพราะศาลปกครองสูงสุดเพิ่งมีคำพิพากษาเรื่ อง กฟผ.เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2549
ข้อเท็จจริงที่ผู้คนทั่วไปไม่ทรา บคือ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เคยมีหนังสือ (ที่ นร 0503/11082) ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2546 หารือคณะกรรมการกฤษฎีกาถึงฐานะและการดำรงตำแหน่งของผู้ช่วยรัฐมนตรีเลขาธิกา รคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตอบข้อหาหารือ (เรื่องเสร็จที่ 139/2547) ชัดเจนว่า ผู้ช่วยรัฐมนตรีอยู่ในความหมายของคำว่า "ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง"
ผู้ที่สั่งให้ส่งเรื่องหารือคณะกรรมการกฤษฎีกาคือ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี
แต่ทำไมนายวิษณุ จึงปล่อยให้มีการแต่งตั้งผู้ช่วยรัฐมนตรีไปดำรงตำแหน่งต่างๆมากมายในลักษณะที่ขัดต่อกฎหมาย
นี่ยังไม่รวมถึง "ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง" อื่นๆ เช่น ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษานโยบายนายกรัฐมนตรี
ประการที่สาม ทำให้เห็นว่าการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของภาคประชาชนทั้งในทางสังคมและกฎหมาย มีผลอย่างเป็นรูปธรรมอย่างจริงจังซึ่ง ภาคประชาชนสามารถนำเอาไปเป็นบทเรียนไปตรวจการสอบการแปรรูปรัฐวิสาหกิจอื่น เช่น ปตท.ว่ามีการใช้อำนาจโดยมิชอบหรือไม่ อย่างไร
ประการที่สี่ ทำให้สาธารณชนรู้ว่าการที่รัฐบาลลักไก่เอาที่ดินที่ได้จากการเวนคืนตามกฎหมา ยก่อนมีการแปรรูปไปยกให้แก่รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งในรูปบริษัทในภายหลัง เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ว่าด้วยการเวนคืนที่ดินซึ่งเป็นอำนาจมหาชนอันเป็นเหตุผลสำคัญที่ศาลปกครองสู งสุดพิพากษาว่า พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะที่ดินที่ได้จากการเวนคืนจะโอนไปให้บริษัทซึ่งเป็นเอกชนได้ต้องทำโดยพร ะราชบัญญัติเท่านั้น ไม่สามารถตราเป็นพระราชกฤษฎีกาได้
ถ้ายึดตามแนว คำพิพากษาดังกล่าวอาจทำให้พระราชกฤษฎีกากำหนดอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ของรัฐวิสาหกิจหลายแห่งอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพราะก่อนที่การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจะแปรสภาพเป็นบริษัทนั้น มีการเวนคืนที่ดินไปเป็นจำนวนมากเพื่อวางท่อก๊าซ แต่มีการโอนที่ดินที่เวนคืนให้เป็นทรัพย์สินของบริษัท ปตท.หลังจากแปรสภาพแล้ว
ถ้ามีการนำเรื่องดังกล่าวฟ้องต่อศาลปกครองสู งสุดอีก แม้อาจไม่ถึงขึ้นยกเลิกพระราชกฤษฎีกาทั้งฉบับหรือยกเลิกการแปรรูปแต่บริษัท ปตท.น่าจะต้องคืนที่ดินดังกล่าวให้แก่รัฐและอาจต้องเสียค่าเช่าย้อนหลังให้แ ก่รัฐ เว้นแต่มีการตราพระราชบัญญัติโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่บริษัท ปตท.
แต่ปัญหาคือ ใครจะกล้าดำเนินการเพราะเท่ากับเอาที่ดินของรัฐไปยกให้แก่บริษัทเอกชนโดยเฉพาะบริษัท ปตท.มีตระกูลนักการเมืองใหญ่ในรัฐบาลไทยรักไทยถือหุ้นอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ตระกูลมหากิจศิริ จึงรุ่งเรืองกิจ
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็น "มรดกบาป" ที่รัฐบาลไทยรักไทยก่อไว้ให้ประชาชนรับและช่วยกันเช็ดล้าง
ที่มา: มติชนออนไลน์ วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2549
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01col01150449&day=2006/04/15
ข้อมูลลักษณะอย่างนี้เป็นสิ่งที่ทักษิณ และพรรคพวก รวมทั้งผู้สนับสนุนไม่ยอมตอบและไม่ยอมรับผิดชอบ อยากบอกว่านี่เป็นการบริหารประเทศชาตินะครับไ่ม่ใช่บริหารธุรกิจส่วนตัวที่จะทำอะไรก็ได้ ตอนนี้มันกลายเป็นว่าทำผิดแล้วก็ไม่เป็นไรแค่แก้ให้ถูกก็พอ ถ้าจะคิดกันอย่างนี้ไม่ต้องสนใจว่ากฏหมายหรือรัฐธรรมนูญเขียนไว้ยังไงอยากทำอะไรก็ทำไปเมื่อศาลบอกว่าทำผิด ก็เอามาแก้ใหม่ก็ำพอ ก็ตะแบงกันต่อไป ถ้าคนส่วนมากอยากให้เป็นอย่างนั้น ก็คงอ้างประชาธิปไตยกันไป...
